วันอังคาร ที่ 28 เมษายน 2569

Login
Login

อารักชีเตรียมพบปูติน หลังยื่นเงื่อนไขใหม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

อารักชีเตรียมพบปูติน หลังยื่นเงื่อนไขใหม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อารักชีเตรียมพบปูตินผู้นำรัสเซีย หลังยื่นเงื่อนไขใหม่เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซผ่านปากีสถาน ต่อรองสหรัฐของเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ภายหลัง

อัลจาซีรา รายงานว่า นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเดินทางถึงเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแล้ววันจันทร์นี้ (27 เม.ย.69) เพื่อเข้าหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซีย รวมถึงประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน

 

เมื่อเดินทางถึงที่หมาย อารักชีให้สัมภาษณ์สื่ออิหร่านว่า เขามาเยือนรัสเซีย “ด้วยเป้าหมายเพื่อสานต่อการปรึกษาหารืออย่างใกล้ชิดระหว่างเตหะรานและมอสโกในประเด็นระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ”

 

เขากล่าวว่า การพบปะกับประธานาธิบดีรัสเซียในวันนี้ “จะเป็นโอกาสที่ดีในการหารือความคืบหน้าของสงคราม และทบทวนสถานการณ์ล่าสุด”

 

“ผมมั่นใจว่าการปรึกษาหารือและการประสานงานระหว่างสองประเทศในประเด็นนี้ จะมีความสำคัญเป็นพิเศษ” เขากล่าวเสริม

รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยังกล่าวถึงการเยือนปากีสถานและโอมานเมื่อไม่นานมานี้ระหว่างให้สัมภาษณ์สื่อหลังเดินทางถึงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก  

ตามรายงานของสำนักข่าวทางการ IRNA อารักชีกล่าวว่า การเยือนอิสลามาบัดนั้น “มีประโยชน์อย่างมาก” และมีการ “หารือที่ดี” ซึ่งเจ้าหน้าที่ “ได้ทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาและเงื่อนไขเฉพาะภายใต้ซึ่งการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐจะสามารถเดินหน้าต่อได้”

สำหรับการเยือนโอมาน อารักชีกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ

 

“อิหร่านและโอมานเป็นสองรัฐชายฝั่งของช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้การปรึกษาหารือร่วมกันเป็นเรื่องจำเป็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อการผ่านทางอย่างปลอดภัยในช่องแคบนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญของโลก” เขากล่าว

“มันเป็นเรื่องปกติที่ในฐานะสองประเทศชายฝั่งของช่องแคบนี้ เราต้องหารือกันเพื่อให้มั่นใจว่าผลประโยชน์ร่วมของเราได้รับการคุ้มครอง และเพื่อให้ยังคงประสานงานกันในทุกมาตรการที่ดำเนินการ เนื่องจากผลประโยชน์ของทั้งอิหร่านและโอมานเกี่ยวข้องโดยตรง” เขากล่าวเสริม  

อารักชีระบุด้วยว่า อิหร่านและโอมานมี “ฉันทามติในระดับสูง” และทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า “การปรึกษาหารือควรเดินหน้าต่อในระดับผู้เชี่ยวชาญ”

 

  • อิหร่านยื่นเงื่อนไขใหม่เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

 

สำนักข่าวแอ็กซิออส (Axios) รายงานอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งและแหล่งข่าวอีกสองรายที่รับรู้เรื่องนี้ว่า อิหร่านได้ยื่นข้อเสนอใหม่ต่อวอชิงตันเพื่อบรรลุข้อตกลงในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยุติสงคราม “โดยเลื่อนการเจรจานิวเคลียร์ออกไปเป็นระยะถัดไป”

 

Axios รายงานว่า อิหร่านยื่นข้อเสนอนี้ผ่านคนกลางจากปากีสถาน

 

อย่างไรก็ดี การบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซและการยกเลิกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐจะทำให้ทรัมป์ “แทบไม่เหลืออำนาจต่อรองใด ๆ ในการกดดันให้เตหะรานสละคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ และยอมระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมอย่างน้อยหนึ่งทศวรรษ” สำนักข่าวดังกล่าวรายงาน

 

  • ผู้ลี้ภัยในเลบานอนกว่าล้านคนต้องอพยพอีกครั้ง

 

ผู้คนจำนวนหลายแสน หรือที่จริงมากกว่าหนึ่งล้านคนที่พลัดถิ่นในเลบานอนได้กลับไปยังบ้านของตนเพราะการหยุดยิงครั้งนี้  

พวกเขากลับไปเพื่อตรวจดูสภาพบ้าน อาจซ่อมแซมเล็กน้อยหากทำได้ บางคนกลับไปพบว่าบ้านถูกทำลายจนไม่เหลือ

 

แต่จากการพูดคุยกับมุคตาร์  ผู้นำชุมชนของหนึ่งในหมู่บ้านที่ได้รับคำสั่งอพยพใหม่ในวันนี้  เขากล่าวว่าประมาณ 75% ของชาวบ้านได้กลับมาแล้ว และตอนนี้พวกเขาต้องอพยพหนีอีกครั้ง

 

ในความเป็นจริง หลายคนกำลังอพยพและติดอยู่ในการจราจร โดยมีภาพชวนให้นึกถึงวันแรก ๆ ของสงคราม  

พวกเขาขึ้นรถพร้อมข้าวของเท่าที่จะหยิบได้ ติดคาอยู่ที่วงเวียนหลักบนเส้นทางออกจากเมือง (ในเขตไทร์) และแผงขายกาแฟที่วงเวียนดังกล่าวถูกยิงด้วยขีปนาวุธอิสราเอล ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งรายและบาดเจ็บอีกหลายคน

 

  • รัสเซียชี้ สหรัฐ ‘ไม่พร้อม’ ทางทหารสำหรับสงครามกับอิหร่าน

 

สมาชิกสภานิติบัญญัติระดับอาวุโสของรัสเซียระบุว่า สหรัฐ “ไม่พร้อมอย่างชัดเจน” ทางการทหารสำหรับทำสงครามกับอิหร่าน เนื่องจากหลงเชื่ออย่างผิด ๆ ว่าการใช้กำลังจะสร้างผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว

 

อเล็กเซย์ พุชคอฟ ประธานคณะกรรมาธิการนโยบายสารสนเทศของสภาสหพันธรัฐรัสเซีย ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวทาสส์ (TASS) ว่า แนวทางของสหรัฐอาจได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ในเวเนซุเอลา

 

“การลักพาตัว (ประธานาธิบดีนิโคลัส) มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา และการตอบโต้ที่ผมจะบอกว่าอ่อนมากจากชาวเวเนซุเอลา ซึ่งเลือกจะยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐในการควบคุมการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลา ทำให้เขา (ทรัมป์) เชื่อว่า ปฏิบัติการทางทหารแบบแม่นยำเฉพาะจุดเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับบีบบังคับรัฐบาลต่างชาติให้ทำตามใจสหรัฐฯ” วุฒิสมาชิกกล่าว  

“หลังจากนั้น ทรัมป์ก็ดูเหมือนจะตัดสินใจว่าทำอะไรคล้าย ๆ กันกับอิหร่านได้”

 

พุชคอฟกล่าวเพิ่มเติมว่า ตรงกันข้าม อิหร่านได้เตรียมพร้อมอย่างดีสำหรับความขัดแย้งกับสหรัฐโดยย้าย “แทบทุกฐานปล่อยขีปนาวุธลงใต้ดิน ซึ่งเข้าถึงได้ยากมาก” และสั่งสมคลังขีปนาวุธและโดรนจำนวนหลายหมื่นลำ

 

“และพวกเขาทำงานกับสิ่งเหล่านี้มานานแล้ว เตรียมพร้อมทั้งทางเศรษฐกิจและพูดได้ว่าในเชิงความอยู่รอดเลยทีเดียว” เขากล่าว