วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน 2569

Login
Login

ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาพลังงาน กรณีศึกษา: จีน (จบ) | กันต์ เอี่ยมอินทรา

ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาพลังงาน กรณีศึกษา: จีน (จบ) | กันต์ เอี่ยมอินทรา

จีนมีปริมาณการใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากกว่าที่ประเทศสามารถผลิตได้ จีนทราบดี และก็มีความพยายามปรับสมดุลนี้ ด้วย 2 แนวยุทธศาสตร์ นั่นคือ ก

ท่ามกลางวิกฤติน้ำมันแพง จากสงครามในอิหร่าน มีเพียงไม่กี่ประเทศที่เตรียมรับมือและมีความพยายามแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้าง และความพยายามตั้งแต่ปรับยุทธศาสตร์ตลอดจนถึงการเปลี่ยนนโยบายมาเป็นเวลากว่าสิบปี ทำให้วิกฤติพลังงานขาดแคลนคราวนี้ ประเทศนี้ได้รับผลกระทบไม่สาหัสเช่นอีกหลายประเทศ ซึ่งประเทศนั้นคือ จีน

ในเชิงยุทธศาสตร์ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โลกพึ่งพาพลังงานจากน้ำมันและต่อมาคือ ก๊าซธรรมชาติ ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐร่วมกับอังกฤษและชาติมหาอำนาจค่ายเสรีประชาธิปไตยควบคุมเทคโนโลยีและแหล่งพลังงาน และแหล่งพลังงานสำคัญของโลกที่สหรัฐควบคุมมาตลอดตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 คือภูมิภาคตะวันออกกลาง

การขาดแคลนพลังงานไม่เพียงจะเป็นตัวเร่งปฎิกิริยาให้ประเทศพัฒนาช้าลง แต่ยังคือยุทธปัจจัยหลักที่จะทำให้ประเทศหนึ่งๆ จะชนะหรือแพ้สงคราม อย่างกรณีของญี่ปุ่นที่พยายามจะยึดอินโดนีเซียเพื่อก๊าซธรรมชาติในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 การพึ่งพาพลังงานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจึงคือ จุดอ่อนของประเทศที่ขาดซึ่งทรัพยากรพวกนี้

จีนมีปริมาณการใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากกว่าที่ประเทศสามารถผลิตได้ จีนทราบดี และก็มีความพยายามปรับสมดุลนี้ ด้วย 2 แนวยุทธศาสตร์ คือ หนึ่ง การพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก และ สอง การพัฒนาระบบรางทั่วประเทศ ทั้งในเมืองใหญ่และระหว่างเมืองใหญ่ หรือแม้กระทั่งเส้นทางรถไฟระหว่างประเทศภายใต้โครงการ Belt & Road

รถยนต์ไฟฟ้าจีนพัฒนาได้ดีเพราะจีนมีแหล่งแร่หายากซึ่งเป็นต้นน้ำสำคัญของการทำแบตเตอรี่ จีนเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภครถยนต์ไฟฟ้าเจ้าใหญ่ที่สุดในโลก จีนผลิตรถไฟฟ้ากว่า 70% ของทั้งโลก ขณะที่ตลาดรถยนต์ในประเทศเกือบครึ่ง (48%) นั้นคือรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอดหลายปี หรือเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับทศวรรษก่อนหน้านี้

จีนยังพัฒนาพลังงานทางเลือกอื่นๆ โดยเฉพาะการผลิตแผงโซลาร์เซล ซึ่งสามารถพูดได้ว่าจีนเป็นเจ้าของตลาดโซลาร์เซลของโลก เพราะผลิตกว่า 85-92% เรียกได้ว่าแทบจะครองส่วนแบ่งตลาดทั้งหมด จึงสามารถพูดได้ว่าจีนได้ใช้เทคโนโลยีเพื่อเอาชนะข้อจำกัดด้านพลังงานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ตนมีน้อย

จีนพัฒนาระบบรางเพื่อขนส่งทั้งแรงงานและสินค้า การพัฒนาระบบรางของจีนทำโลกทึ่งเพราะขยายได้เร็ว รางรถไฟจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนจ่อเป็นที่ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ จีนสร้างรางได้เร็วเพราะไม่ต้องเวนคืนที่ดิน ขณะที่รถไฟความเร็วสูงจีนก็อยู่ในระดับดีและสามารถแข่งขันคุณภาพกับคู่แข่งอย่างญี่ปุ่นได้ ไม่นับรวมเรื่องของอุปสงค์ จีนมีจำนวนคนมากดังนั้นจึงทำให้การลงทุนนั้นคุ้มทุนได้เร็วกว่า

จีนเตรียมรับมือปัญหาสมดุลพลังงานในเชิงโครงสร้างมาอย่างยาวนานและแก้ปัญหาที่รากเหง้า มิใช่เพียงบรรเทาความรุนแรงของปัญหาอย่างการพยุงราคาน้ำมัน ในขณะเดียวกันก็คือการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ให้จีนมีความพร้อมขึ้นเรื่อยๆ ต่อการก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจของโลกด้วยแบตเตอรี่ไฟฟ้าเพื่อท้าทายเจ้าโลกเดิมที่ครองขุมน้ำมันอย่างสหรัฐ