ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันในสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ประกอบกับคะแนนความนิยมในตัวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต่ำเตี้ยติดดิน และการทำสงครามกับอิหร่านที่ยังหาทางลงไม่ได้ พรรครีพับลิกันจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การเลือกตั้งกลางเทอมเสียใหม่
กลยุทธ์ใหม่ที่ว่าคือการดึงพลังการระดมเสียงของทรัมป์มาใช้ โดยไม่ทำให้การเลือกตั้งกลายเป็นประชามติในช่วงที่เรียกได้ว่าเป็นช่วง"ขาลง"ของคะแนนนิยมที่ชาวอเมริกันมีต่อตัวทรัมป์อย่างแท้จริง
แหล่งข่าววงใน 4 ราย ระบุว่า ในการประชุมลับของคณะเจ้าหน้าที่ด้านการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของฝ่ายอนุรักษ์นิยมในสัปดาห์นี้ ซึ่งประกอบด้วยคณะที่ปรึกษาทางการเมืองของทรัมป์ทั้งหมด รวมถึง ซูซี่ ไวลส์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ,เจมส์ แบลร์ ที่ปรึกษาทางการเมืองและรองหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว,โทนี่ ฟาบริซิโอ นักสำรวจความคิดเห็นผู้คร่ำหวอดในวงการมานาน ได้ร่วมกันร่างเค้าโครงแผนสำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งกลางเทอมเพื่อโปรโมทนโยบายลดภาษี และนโยบายต่างๆเพื่อรับมือกับปัญหาเงินเฟ้อในประเทศ
แต่พรรครีพับลิกันต้องการหลีกเลี่ยงการทำให้ทรัมป์เป็นจุดสนใจหลักของการหาเสียงด้วย เนื่องจากนักวางแผนกลยุทธ์กังวลว่า สถานการณ์ทางการเมืองที่ย่ำแย่ลงของทรัมป์ อาจส่งผลเสียต่อผู้สมัครในการเลือกตั้งสภาคองเกรสที่มีการแข่งขันสูง
พรรคของทรัมป์กำลังเผชิญศึกหนัก ในการรักษาเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรเอาไว้ และมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นที่จะสูญเสียการควบคุมวุฒิสภา
แหล่งข่าววงในสามรายและแหล่งข่าวด้านการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งคนอื่นๆที่ปฏิเสธเปิดเผยชื่อ ให้ความเห็นว่า ในหมู่ผู้ปฏิบัติงานของพรรครีพับลิกันบางส่วน มีความกังวลเพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ และมองว่าอำนาจในการควบคุมทางการเมืองของเขากำลังจะหมดลง
ดูเหมือนว่าทรัมป์ กำลังเจอทางตันในปัญหาที่มีกับอิหร่าน ทั้งด้านการสู้รบและความพยายามทางการทูต โดยทรัมป์ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการทำให้สาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ยุติโครงการนิวเคลียร์และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากทำสงครามกับอิหร่านมานานสองเดือน
สมาคมยานยนต์อเมริกัน (AAA) ระบุว่า ราคาน้ำมันในสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ราคาเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่เกือบ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เสี่ยงที่จะทำให้โยบายภาษีใหม่ของพรรครีพับลิกันเป็นโมฆะ
นโยบายภาษีใหม่ที่มีชื่อว่า "One Big Beautiful Bill Act"เป็นร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีและการใช้จ่ายครั้งใหญ่ในสมัยทรัมป์ สมัยที่2 ที่เน้นลดภาษีและปรับโครงสร้างงบประมาณของรัฐบาลกลางสหรัฐ
ขณะที่โพลล์จากรอยเตอร์-อิปซอส พบว่า ชาวอเมริกันพอใจการบริหารประเทศของทรัมป์แค่ 36% ถือเป็นคะแนนนิยมต่ำที่สุดในการบริหารประเทศเทอมที่สอง และชาวอเมริกันจำนวนมาก รวมทั้ง ชาวรีพับลิกันบางส่วนเริ่มวิตกกังวลเกี่ยวกับอารมณ์และสติปัญญาที่เฉียบแหลมของประธานาธิบดีวัย 79 ปีผู้นี้ หลังจากทรัมป์ระเบิดอารมณ์รุนแรงหลายครั้งติดต่อกัน
"เดโมแครตพยายามทำให้การเลือกตั้งท้องถิ่นกลายเป็นเรื่องระดับชาติ และบอกว่าเราเป็นแค่หุ่นเชิดของทรัมป์ เราต้องก้าวออกจากกรอบนั้นและแสดงให้แต่ละเชื้อชาติเห็นว่าเพราะเหตุใดเราจึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า"นักกลยุทธ์ที่อยู่ในแวดวงผู้สนับสนุนทรัมป์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังปฏิบัติการทางการเมืองของประธานาธิบดี ยังมีความเชื่อมั่นว่าทรัมป์เป็นผู้สื่อสารที่มีประสิทธิภาพ โดยเคิร์สเตน เพลส์ เลขานุการฝ่ายสื่อมวลชนระดับชาติของคณะกรรมการพรรคริพับลิกัน กล่าวว่า ทรัมป์ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนที่ทรงพลังที่สุดของของการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งของกลุ่มอนุรักษ์นิยม ในการเลือกตั้งกลางเทอม และผู้สมัครพรรครีพับลิกันต่างก็ต้องการการรับรองจากทรัมป์อย่างมากเช่นกัน





