วันพุธ ที่ 22 เมษายน 2569

Login
Login

พลังงานผันผวนเร่งอาเซียนปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก | ASEAN Insight

พลังงานผันผวนเร่งอาเซียนปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก | ASEAN Insight

พลังงานโลกผันผวนจากสงครามในตะวันออกกลาง แม้อาเซียนมีศักยภาพในฐานะ “ระบบการผลิตระดับภูมิภาค” ที่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ แต่ต้องกำหนดยุทธศาสตร์เชิงนโยบายในระดับภูมิภาคสร้างความยืดหยุ่นเชิงระบบ

ความตึงเครียดของสงครามตะวันออกกลางตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ. 2569 ได้กลายเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่เร่งการปรับโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในระดับสูง รายงาน Asian Development Outlook April 2026: The Middle East Conflict Challenges Resilience in Asia and the Pacific ของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ที่เผยแพร่ เม.ย. 2569 ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย Brent ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันอ้างอิง Oman ซึ่งมีความสำคัญต่อเอเชีย ปรับสูงขึ้นมากกว่า สะท้อนต้นทุนพลังงานที่แท้จริงของภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก รองรับน้ำมันมากกว่า 25% ของการขนส่งทางทะเลและก๊าซ LNG ราว 20% ของโลก โดยกว่า 80% ของพลังงานดังกล่าวมีปลายทางอยู่ในเอเชีย ความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของเส้นทางนี้จึงส่งผลโดยตรงต่อทั้งต้นทุนการผลิตและเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค

ผลกระทบของวิกฤติไม่ได้จำกัดอยู่ที่พลังงาน แต่ขยายไปสู่ปัจจัยการผลิตอื่น เช่น ปุ๋ยและวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการส่งออกจากตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น และอาจนำไปสู่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อในระยะต่อเนื่อง

แม้ว่าเศรษฐกิจเอเชียและแปซิฟิกยังคงเติบโตได้ แต่มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยคาดการณ์การเติบโตอยู่ที่ประมาณ 5.1% ในปี 2569–2570 จาก 5.4% ในปี 2568 อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ การเติบโตอาจลดลงเหลือ 4.7% และเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นถึง 5.6% ซึ่งสะท้อนความเปราะบางของภูมิภาคต่อวิกฤติด้านพลังงาน

จากบริบทดังกล่าว ห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบที่เน้นประสิทธิภาพเชิงต้นทุน ไปสู่รูปแบบที่ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นมากขึ้น การกระจายฐานการผลิตและการสร้างเครือข่ายการผลิตแบบหลายศูนย์กลางจึงกลายเป็นแนวโน้มหลักของภาคธุรกิจโลก

อาเซียนมีศักยภาพในฐานะ “ระบบการผลิตระดับภูมิภาค” ที่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ โดยเศรษฐกิจในกลุ่มอาเซียนยังคงเติบโตประมาณ 4.6% ในช่วงปี 2569–2570 ซึ่งสะท้อนความแข็งแกร่งของอุปสงค์ภายในและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แม้จะเผชิญแรงกดดันจากภายนอก

หลายประเทศในอาเซียน เช่น เวียดนามยังคงเติบโตในระดับสูงกว่า 7% ขณะที่อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เติบโตในช่วง 4–5% และมาเลเซียอยู่ที่ประมาณ 4.5% แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของอาเซียนในการเป็นศูนย์กลางการผลิตทางเลือกของโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด อย่างไรก็ตาม ความเปราะบางยังคงอยู่ โดยเฉพาะในประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงาน เช่น ไทย ซึ่งมีอัตราการเติบโตเพียง 1.8–2.0% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค สะท้อนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ยังต้องได้รับการปรับปรุง

ดังนั้น การกำหนดยุทธศาสตร์เชิงนโยบายในระดับภูมิภาคควรมุ่งสร้างความยืดหยุ่นเชิงระบบ โดยมีแนวทางสำคัญดังนี้

ประการแรก นโยบายการคลังควรมีลักษณะเฉพาะเจาะจง โดยให้การสนับสนุนชั่วคราวแก่ครัวเรือนและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยไม่กระทบต่อฐานะการคลังในระยะยาว

ประการที่สอง นโยบายการเงินต้องมีความชัดเจน เพื่อรักษาเสถียรภาพของความคาดหวังด้านเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งในภูมิภาคมีแนวโน้มเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจาก 3.6% เป็นสูงสุดถึง 5.6% ภายใต้สถานการณ์รุนแรง

ประการที่สาม การเร่งเสริมสร้างความร่วมมือในอาเซียนมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเชื่อมโยงโครงข่ายพลังงาน เช่น ผ่านโครงการ ASEAN Power Grid การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น และการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก

ประการที่สี่ การลงทุนระยะยาวในโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และดิจิทัล ต้องดำเนินต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นฐานของการเติบโตและการยกระดับอุตสาหกรรมในระยะยาว

ความผันผวนด้านพลังงานจากสงครามตะวันออกกลางในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ “ความยืดหยุ่น” มีความสำคัญไม่แพ้ “ประสิทธิภาพ” ภูมิภาคที่สามารถเชื่อมโยงพลังงาน การผลิตและการค้าเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะมีความได้เปรียบในการแข่งขัน อาเซียนมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของห่วงโซ่อุปทานโลกยุคใหม่ หากสามารถเร่งสร้างความร่วมมือเชิงระบบ และลดข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ยังคงอยู่