‘ทรัมป์’ ขยายเวลาหยุดยิงในสงคราม แต่ยังปิดล้อมท่าเรืออิหร่านต่อ ส่วน ‘อิหร่าน’ ยังไม่คอนเฟิร์มส่งใครไปเจรจา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่าน และบอกว่ากองทัพสหรัฐจะชะลอการโจมตีที่วางแผนไว้ เพื่อเปิดโอกาสให้เตหะรานยื่นข้อเสนอเพื่อยุติสงคราม
ทรัมป์ กล่าวว่า การดำเนินการในวันอังคาร (21 เม.ย.69) เกิดขึ้นตามคำขอของผู้ไกล่เกลี่ยจากปากีสถาน จากเดิมที่ข้อตกลงหยุดยิงมีกำหนดการสิ้นสุดในวันพุธ (22 เม.ย.69)
“ดังนั้น ผมจึงสั่งการให้กองทัพของเราให้ปิดล้อมต่อไป และฝ่ายด้านอื่นๆ ก็พร้อมที่จะปฏิบัติการเหมือนเดิม และจะขยายเวลาหยุดยิงออกไปจนกว่าจะมีการยื่นข้อเสนอ และการเจรจาจะสิ้นสุดลงไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง” ประธานาธิบดีสหรัฐโพสต์ในโซเชียลมีเดีย
อย่างไรก็ตาม การขยายเวลาหยุดยิงยังไม่มีกำหนดระยะเวลาที่แน่ชัด
ด้านอิหร่านยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้คำแถลงของทรัมป์ในทันที สำนักข่าวทัสนิมซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการระบุว่า จุดยืนของเตหะรานจะ “ประกาศอย่างเป็นทางการในภายหลัง”
การขยายเวลาหยุดยิงครั้งนี้ถือเป็นการพลิกผันสถานการณ์อย่างฉับพลันครั้งล่าสุดจากทำเนียบขาวของทรัมป์ เพราะไม่กี่ชั่วโมงก่อนเขาเพิ่งโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียว่าคัดค้านการขยายเวลาหยุดยิง และเตือนอิหร่านว่า เวลาเหลือน้อยลงทุกทีก่อนที่สหรัฐจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านอย่างหนัก
การพลิกผันครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่อิหร่านประณามการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐต่อท่าเรือของตน ซึ่งทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเข้าร่วมการเจรจาในกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถานในวันพุธ
หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีปากีสถาน เชห์บาซ ชารีฟ ได้แสดงความขอบคุณต่อทรัมป์ที่ตกลงขยายเวลาหยุดยิง โดยกล่าวว่า อิสลามาบัดจะยังคงผลักดันให้มีการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งต่อไป
“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งสองฝ่ายจะยังคงปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่ครอบคลุมในระหว่างการเจรจารอบที่สองที่กำหนดไว้ที่อิสลามาบัด เพื่อยุติความขัดแย้งอย่างถาวร” ชารีฟโพสต์ใน X
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการปิดล้อมทางทะเลยังคงดำเนินต่อไป จึงยังไม่แน่ชัดว่าการขยายเวลาหยุดยิงเพียงพอที่จะดึงอิหร่านมาสู่โต๊ะเจรจาในอิสลามาบัดหรือไม่
ก่อนหน้านี้ในวันอังคารที่ผ่านมา อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน เรียกการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านว่าเป็น “การกระทำที่เป็นสงคราม” และเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่มีอยู่
อารักชี ระบุว่า “อิหร่านรู้วิธีที่รับมือกับข้อจำกัด รู้วิธีที่จะปกป้องผลประโยชน์ของตน และรู้วิธีที่จะต่อต้านการข่มขู่”
แม้ว่าท่าทีของอิหร่านต่อสาธารณะจะเป็นการปฏิเสธภัยคุกคาม และการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐ แต่ทรัมป์กล่าวว่า ความขัดแย้งภายในผู้นำในเตหะรานกำลังทำให้ความพยายามทางการทูตชะลอตัวลง
ประธานาธิบดีสหรัฐโพสต์ข้อความเมื่อวันอังคาร
“เนื่องจากรัฐบาลอิหร่านมีความแตกแยกอย่างรุนแรง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่คาดไม่ถึง และตามคำขอของจอมพลอาซิม มูนีร์ และนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน เราจึงได้รับคำขอให้ระงับการโจมตีประเทศอิหร่านจนกว่าผู้นำ และตัวแทนของพวกเขาจะสามารถหาข้อเสนอที่เป็นเอกภาพได้”
อาลี ฮาเชม ผู้สื่อข่าวของอัลจาซีรา รายงานจากเตหะรานว่า คำกล่าวอ้างของทรัมป์เกี่ยวกับความแตกแยกในผู้นำอิหร่านนั้นน่าจะเป็น “ความเข้าใจผิด” และบอกว่า อิหร่านมีผู้นำที่เป็นเอกภาพมากนับตั้งแต่การสังหารอดีตผู้นำสูงสุด อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ในช่วงเปิดฉากโจมตีอิหร่านวันแรก
ขณะที่ผู้นำคนใหม่อย่างโมจตาบา คาเมเนอี ซึ่งเป็นบุตรชายของคาเมเนอี และกลุ่มคนรอบข้างเขา คือ ทีมที่ทำงานร่วมกันมาตลอด 15 ปี สมาชิกในทีมนี้กำลังเป็นศูนย์กลางการตัดสินใจในกรุงเตหะราน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





