'ปธน.จีน' ต่อสายตรงครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปีถึง 'มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย' เรียกร้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ กระตุ้นชาติอาหรับหันมากำหนดชะตากรรมของตัวเอง
ประธานาธิบดี "สี จิ้นผิง" ของจีน ได้ทำลายความเงียบเกี่ยวกับความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ โดยใช้โอกาสในการโทรศัพท์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักกับเจ้าชาย "โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน" มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย เพื่อเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และผลักดันให้ยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
“จีนเรียกร้องให้มีการหยุดยิงโดยทันทีและครอบคลุม สนับสนุนทุกความพยายามในการฟื้นฟูสันติภาพ และยืนยันว่าความขัดแย้งควรได้รับการแก้ไขผ่านวิถีทางการเมืองและการทูต” กระทรวงต่างประเทศจีนรายงานถ้อยแถลงของปธน.สี ที่กล่าวกับผู้นำซาอุฯ ทางโทรศัพท์
ผู้นำสูงสุดของจีนยังย้ำด้วยว่า “ช่องแคบฮอร์มุซควรเปิดให้มีการสัญจรตามปกติ ซึ่งเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศในภูมิภาคและประชาคมระหว่างประเทศ”
ท่าทีครั้งนี้นับป็นการแสดงความเห็นโดยตรงล่าสุดของผู้นำจีนต่อความขัดแย้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา "ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอน" ต่อแนวโน้มการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ในขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวกำลังจะสิ้นสุดลงในวันพุธนี้
ยกหูคุยกันครั้งแรกในรอบ 3 ปี
ถ้อยแถลงล่าสุดจากการพูดคุยกัน "ครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี" ระหว่างผู้นำสูงสุดของจีนกับมกุฎราชกุมารซาอุฯ ยังต่อยอดจากความเห็นสาธารณะครั้งแรกของสี จิ้นผิง เกี่ยวกับสงครามอิหร่านเมื่อสัปดาห์ก่อน ระหว่างการพบกับนายกรัฐมนตรีสเปน โดยในครั้งนั้นผู้นำจีนเตือนว่าระเบียบโลกกำลัง “เสื่อมถอยสู่ความไร้ระเบียบ” และย้ำว่าจีนจะมีบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในตะวันออกกลาง
การเปิดช่องแคบฮอร์มุซนับว่ามีความสำคัญต่อ "จีน" เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นผู้นำเข้าน้ำมันก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รายใหญ่ที่สุดของโลกผ่านเส้นทางนี้ และแม้ว่าจีนจะพยายามเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงต้องพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางมากถึงราว 40% ของการนำเข้าทั้งหมด
ส่วนการปลดล็อกการขนส่งสินค้าผ่านอ่าวเปอร์เซียก็ยิ่งเป้นเรื่องเร่งด่วนสำหรับจีน ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก โดยภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือคิดเป็นประมาณ 7% ของการส่งออกทั้งหมด และผลกระทบจากสงครามทำให้การส่งออกของจีนไปยังภูมิภาคดังกล่าวลดลงถึง 43% ในเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา
หนุนตอ.กลาง 'กำหนดชะตากรรมตนเอง'
ปธน.สี ยังกล่าวกับ มกุฎราชกุมารซาอุฯ ว่า จีนสนับสนุนให้ประเทศในตะวันออกกลาง “กำหนดอนาคตและชะตากรรมของตนเอง” ซึ่งสะท้อนถึงการเรียกร้องให้ประเทศในภูมิภาค "ทบทวนการพึ่งพาด้านความมั่นคงต่อสหรัฐ"
ถ้อยแถลงดังกล่าวใช้ถ้อยคำในลักษณะคล้ายกับที่ประธานาธิบดีสหรัฐ "โดนัลด์ ทรัมป์" เคยกล่าวไว้ในช่วงเริ่มต้นของสงคราม ซึ่งทรัมป์ ได้บอกกับประชาชนชาวอิหร่านว่า “ขณะนี้คือเวลาที่จะกำหนดชะตากรรมของตัวเอง”





