วันอังคาร ที่ 21 เมษายน 2569

Login
Login

ทรัมป์มุ่งปิดดีลอิหร่าน ชี้โอกาสขยายหยุดยิงมีไม่มาก

ทรัมป์มุ่งปิดดีลอิหร่าน ชี้โอกาสขยายหยุดยิงมีไม่มาก

ประธานาธิบดี ทรัมป์ ระบุว่าเขาไม่น่าจะขยายระยะเวลาหยุดยิง 2 สัปดาห์กับอิหร่าน ทำให้ผู้เจรจาต้องเร่งสรุปข้อตกลงยุติสงครามให้ได้โดยเร็ว อิหร่านยังมีท่าทีแข็งกร้าว

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าเขาไม่น่าจะขยายระยะเวลาหยุดยิง 2 สัปดาห์กับอิหร่าน ทำให้ผู้เจรจาต้องเร่งสรุปข้อตกลงยุติสงครามให้ได้โดยเร็ว

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับนักข่าวบลูมเบิร์ก เมื่อวันจันทร์ (20 เม.ย.69) โดยระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงซึ่งเขาประกาศเมื่อวันที่ 7 เมษายน จะสิ้นสุดลงใน “คืนวันพุธตามเวลาในกรุงวอชิงตัน” ซึ่งอาจเป็นการซื้อเวลาเพิ่มให้การเจรจา แต่เขายังกล่าวด้วยว่า หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ก่อนถึงเวลานั้น ก็ “มีความเป็นไปได้ต่ำมากที่ผมจะขยายเวลาออกไป”

 

“ผมจะไม่ยอมให้ตัวเองต้องรีบร้อนเพียงเพื่อทำข้อตกลงแย่ ๆ เรามีเวลามากมาย” ทรัมป์กล่าวเสริม

ในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ ทรัมป์ย้ำว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกปิดล้อมต่อไป โดยระบุว่า “อิหร่านต้องการให้เปิดช่องแคบนี้อย่างมาก แต่ผมจะไม่เปิดจนกว่าจะมีการลงนามข้อตกลง” ก่อนหน้านี้อิหร่านเคยประกาศว่าจะเปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการขนส่งพลังงานสู่การเดินเรือระหว่างประเทศ แต่ได้กลับลำหลังจากทรัมป์ปฏิเสธที่จะยุติการปิดล้อมของสหรัฐ

 

รายละเอียดเกี่ยวกับการเจรจารอบถัดไป ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในปากีสถาน เริ่มชัดเจนขึ้นในวันจันทร์ แหล่งข่าวที่ขอไม่เปิดเผยชื่อระบุว่า อิหร่านจะส่งคณะผู้แทนเข้าร่วมด้วย แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้นำคณะ ก่อนหน้านี้ เตหะรานเคยบอกว่าลังเลที่จะเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐ เพิ่มเติม

 

รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ มีกำหนดออกเดินทางในวันจันทร์เพื่อกลับไปเริ่มการเจรจาอีกครั้ง “อาจเป็นคืนวันอังคารหรือเช้าวันพุธ” ทรัมป์กล่าว โดยคาดว่าเขาจะได้รับการสมทบจากจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ และสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษ

 

ทรัมป์แสดงท่าทีค่อนข้างมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับการหารือ โดยกล่าวว่าเขาอยากเข้าร่วมเจรจาด้วยตัวเอง แต่คิดว่าน่าจะไม่จำเป็น

 

“จะต้องมีการประชุมแน่นอน พวกเขาต้องการการประชุม และพวกเขาก็ควรอยากได้การประชุมด้วย และมันอาจออกมาดีได้” ทรัมป์กล่าว

  • ต่างฝ่ายต่างช่วงชิงความได้เปรียบ

 

ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายก็กำลังช่วงชิงแต้มต่อก่อนการเจรจา ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน โพสต์บน X ว่า “ความไม่ไว้วางใจเชิงประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้งต่อพฤติกรรมของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงมีอยู่ในอิหร่าน” และย้ำว่า “ชาวอิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อการใช้กำลัง” ข้อความดังกล่าวมีขึ้นหลังจากทรัมป์เตือนว่าอิหร่านจะ “โดนเล่นงานอย่างหนัก” หากไม่อาจบรรลุข้อตกลงได้

 

โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานสภาผู้แทนราษฎรของอิหร่าน ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนในการเจรจารอบแรก ระบุว่ารัฐบาลของเขาไม่ยอมรับการเจรจาภายใต้เงาของการข่มขู่ “ด้วยการปิดล้อมและละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดนัลด์ ทรัมป์กำลังพยายามเปลี่ยนโต๊ะเจรจาให้กลายเป็นโต๊ะยอมจำนน หรือใช้ข้ออ้างเพื่อจุดชนวนสงครามครั้งใหม่” เขาเขียนบน X

 

อย่างไรก็ดี คำให้สัมภาษณ์ของทรัมป์และการที่เตหะรานตัดสินใจส่งคณะผู้แทน ถือเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่าทั้งสองฝ่ายยังคงพยายามผลักดันข้อตกลงเพื่อยุติสงครามที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน การโจมตีดังกล่าวทำให้กองกำลังอิหร่านตอบโต้ฐานทัพสหรัฐ ในภูมิภาค และทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซของชาติพันธมิตรสหรัฐในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้เกิดวิกฤตพลังงานไปทั่วโลก

 

เหตุการณ์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สะท้อนความเสี่ยงหากการเจรจาต้องสะดุด

 

ตลาดหุ้นร่วงลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลังจากทรัมป์ออกมาพูดถึงความเป็นไปได้ในการขยายเวลาหยุดยิง ทำให้สถิติการปรับขึ้นติดต่อกัน 5 วันหยุดชะงัก ราคาน้ำมันขยับขึ้นในวันจันทร์ โดยราคาอ้างอิงหลักพุ่งขึ้นมากกว่า 5% ขณะที่เบรนท์ซื้อขายใกล้ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 14:10 น. ตามเวลานิวยอร์ก นักลงทุนจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่ากระแสการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาดำเนินการอย่างมีนัยสำคัญเมื่อใดและอย่างไร

 

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทรัมป์โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ว่าข้อตกลงแทบจะบรรลุแล้ว และอิหร่านก็ประกาศว่าจะเปิดช่องแคบดังกล่าวอีกครั้ง แต่ไม่นานหลังจากนั้น เตหะรานกลับปิดเส้นทางนี้อีกครั้งเมื่อทรัมป์ปฏิเสธที่จะยุติการปิดล้อมของสหรัฐฯ ในช่วงสุดสัปดาห์ กองทัพเรือสหรัฐยังได้ยึดเรือบรรทุกสินค้าที่ชักธงอิหร่านในอ่าวโอมาน

 

“ผมปิดมันอยู่ ผมยึดเรือของพวกเขามา ผมมีอีกห้าเรือที่ผมจะยึดวันนี้ก็ได้ถ้าจำเป็น” ทรัมป์กล่าวในสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

 

นอกเหนือจากปัญหาช่องแคบแล้ว ประเด็นที่อ่อนไหวที่สุดอาจเป็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทรัมป์เรียกร้องให้อิหร่านสละความทะเยอทะยานในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์และส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่มีอยู่ทั้งหมด เตหะรานปฏิเสธที่จะยอมสละยูเรเนียม และย้ำว่าโครงการนิวเคลียร์ของตนมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติเท่านั้น

 

ทรัมป์และที่ปรึกษามองว่าคำพูดที่แปรเปลี่ยนไปมาของเขาเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากกำหนดเส้นตายการหยุดยิงสิ้นสุดลง สร้าง “ความคลุมเครือทางยุทธศาสตร์” ที่สหรัฐ สามารถใช้เป็นประโยชน์ในการเจรจาได้ เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคนหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนดังกล่าวก็อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดกับผู้เจรจาอิหร่าน ซึ่งกำลังต้องรับมือกับความเห็นที่แตกแยกภายในหมู่ผู้นำของประเทศเองไปพร้อมกัน

  • อิหร่านไม่ไว้ใจสหรัฐ

กลุ่มการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมภายในรัฐบาลและกองทัพของอิหร่าน รวมถึงผู้นำระดับสูงในกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) มองว่าการที่สหรัฐ ยังคงปิดล้อมอยู่นั้น เป็นสัญญาณเพิ่มเติมที่แสดงว่าทรัมป์ไม่อาจไว้วางใจได้ ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐ และอิหร่าน

 

ผู้นำ IRGC อาห์หมัด วาฮิดี เป็นหนึ่งในกลุ่มดังกล่าว และกำลังผลักดันให้ยืนกรานท่าทีแข็งกร้าวในการเจรจา แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับพลวัตภายในระบุ

 

ยังมีความแตกแยกระหว่างกลุ่มของวาฮิดี กับกลุ่มที่มีแนวคิดไม่ยึดติดอุดมการณ์มากนัก เช่น เปเซชเคียน และรัฐมนตรีต่างประเทศ อับบาส อารักชี ซึ่งมีแนวโน้มต้องการบรรลุข้อตกลงกับวอชิงตันมากกว่า ตามคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่าย

 

แม้จะมีภาวะชะงักงันอยู่ แต่เจ้าหน้าที่ยังมองว่ายังมีโอกาสสูงที่จะเกิดข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ที่จะยุติสงครามโดยพฤตินัย แม้ว่าจะยังต้องเจรจาต่อในประเด็นนิวเคลียร์และการทหารก็ตาม

 

ทรัมป์กำลังเผชิญแรงกดดันภายในประเทศให้ยุติสงคราม ขณะที่ผลสำรวจระบุว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับความขัดแย้งครั้งนี้ เขาเคยหาเสียงโดยชูคำมั่นว่าจะไม่พาสหรัฐฯ เข้าไปพัวพันสงครามต่างแดน และจะลดค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งทั้งสองเรื่องล้วนถูกท้าทายจากการตัดสินใจเปิดฉากสงครามของเขาเอง

 

ทรัมป์พยายามบรรเทาความกังวลเหล่านี้ โดยยืนยันว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงจะปรับตัวลงอย่างรวดเร็วเมื่อสงครามยุติ และสหรัฐไม่ได้ติดหล่มสงครามที่ยืดเยื้อ

ความขัดแย้งครั้งนี้ได้ยืดเยื้อเกินกรอบเวลา 4–6 สัปดาห์ที่ทรัมป์เคยระบุไว้ในตอนแรก และเขาได้กล่าวซ้ำหลายครั้งว่าสงครามใกล้จะยุติแล้ว ในขณะเดียวกัน เขาก็ขอให้ชาวอเมริกันอดทน โดยชี้ว่าสงครามอื่น ๆ ของสหรัฐฯ ก็ยืดเยื้อหลายปี

 

“เวียดนามกินเวลาหลายสิบปีใช่ไหม? เวียดนามยืดเยื้อหลายปี อัฟกานิสถานก็กินเวลาหลายปี สงครามเหล่านั้นกินเวลาหลายปีทั้งนั้น” ทรัมป์กล่าว “ผมจะไม่ยอมให้ตัวเองต้องรีบทำข้อตกลงห่วย ๆ เพียงเพราะวุฒิสมาชิกขายชาติและสมาชิกรัฐสภาขายชาติเหล่านั้น”