ทรัมป์เผยกองทัพเรือสหรัฐได้ยิงใส่ และยึดเรือบรรทุกสินค้าที่ชักธงอิหร่านในอ่าวโอมาน หลังเรือลำดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามคำเตือนให้หยุดขณะออกจากช่องแคบฮอร์มุซ
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า กองทัพเรือสหรัฐได้ยิงใส่ และยึดเรือบรรทุกสินค้าที่ชักธงอิหร่านในอ่าวโอมาน หลังเรือลำดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามคำเตือนให้หยุดขณะออกจากช่องแคบฮอร์มุซ นับเป็นเหตุเผชิญหน้าครั้งใหญ่ครั้งแรกในมาตรการปิดล้อมที่ดำเนินมาได้หนึ่งสัปดาห์
ทรัมป์ ระบุในโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่าเรือลำนี้ชื่อ “Touska” ซึ่ง “พยายามฝ่าแนวปิดล้อมทางเรือของเรา และผลลัพธ์ก็ไม่สู้ดีสำหรับพวกเขา”
ทางอิหร่านจะตอบโต้การกระทำของสหรัฐในเร็วๆ นี้ สื่อ Press TV ของอิหร่านรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากกองบัญชาการทหารของประเทศ
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (US Central Command: Centcom) ซึ่งรับผิดชอบปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง ออกแถลงการณ์ระบุว่าเรือ Touska ไม่ปฏิบัติตามคำเตือนให้หยุดเป็นเวลานานถึงหกชั่วโมง กองทัพเรือจึงสั่งให้ลูกเรืออพยพออกจากห้องเครื่อง ก่อนยิงกระสุนจากปืนเรือขนาด 5 นิ้วรุ่น MK45 หลายนัดเข้าใส่ห้องเครื่องเพื่อทำให้เรือไม่สามารถแล่นได้ จากนั้นนาวิกโยธินสหรัฐได้ขึ้นไปบนเรือ และยึดการควบคุม ตามคำแถลงของ Centcom
ทรัมป์ กล่าวว่า เรือลำนี้อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของกระทรวงการคลังสหรัฐอยู่ก่อนแล้ว และขณะนี้สหรัฐได้ครอบครองเรือลำดังกล่าวแล้ว
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีหุ้นสหรัฐร่วงลง ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น โดยน้ำมันดิบเบรนท์ดีดตัวสูงสุดถึง 7.9% สู่ระดับ 97.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเปิดการซื้อขาย
การดำเนินการของสหรัฐมีขึ้นหลังจากการส่งสัญญาณตอบโต้กันเรื่องการเจรจาสันติภาพที่กรุงอิสลามาบัดในสัปดาห์นี้ โดยทรัมป์ระบุว่าเขามองเห็นโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลง ขณะที่ฝ่ายอิหร่านระบุว่ายังไม่มี “แนวโน้มที่ชัดเจน” สำหรับข้อตกลงใดๆ โดยข้อตกลงหยุดยิงมีกำหนดสิ้นสุดในวันอังคาร
“เรายื่นข้อเสนอที่ยุติธรรม และสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง และผมหวังว่าพวกเขาจะยอมรับ เพราะถ้าไม่ สหรัฐอเมริกาจะถล่มโรงไฟฟ้าทุกแห่ง และทุกสะพานในอิหร่านให้ราบ” ทรัมป์กล่าวในโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ “จะไม่มีคำว่าใจดีอีกต่อไป!”
ความไม่แน่นอนของการเจรจารอบใหม่
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ระบุว่า รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ผู้แทนพิเศษสตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดี มีกำหนดออกเดินทางไปอิสลามาบัดในคืนวันจันทร์ เพื่อเข้าร่วมการเจรจาในวันอังคาร (21 เม.ย.69)
อย่างไรก็ดี สถานีโทรทัศน์ของรัฐอิหร่านอ้างสมาชิกทีมเจรจาของอิหร่านรายหนึ่งว่า “เราไม่เห็นแนวโน้มความสำเร็จที่ชัดเจนสำหรับการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ” และปฏิเสธว่าประเทศไม่มีแผนจะเข้าร่วมการเจรจาตามกำหนดในสัปดาห์นี้
“การใช้อำนาจเกินขอบเขตของสหรัฐ ข้อเรียกร้องที่ไม่สมเหตุสมผล และเกินจริง การเปลี่ยนจุดยืนบ่อยครั้ง ความขัดแย้งของท่าทีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการคงไว้ซึ่งสิ่งที่เรียกว่ามาตรการปิดล้อมทางเรือ ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ทั้งหมดนี้ควบคู่กับวาทกรรมข่มขู่ ได้ขัดขวางความก้าวหน้าของการเจรจามาจนถึงตอนนี้ และภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เราไม่เห็นแนวโน้มที่ชัดเจนสำหรับการเจรจาที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์” รายงานของสถานี IRIB ระบุ
ในขณะเดียวกัน อิหร่านซึ่งปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากเคยเปิดในช่วงหยุดยิง ได้ประกาศกฎเก็บค่าธรรมเนียมใหม่ และระบุว่ารัฐสภากำลังจัดทำกฎหมายเพื่อบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งรวมถึงการห้ามเรือที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลใช้เส้นทางนี้ และกำหนดว่าเรือจาก “ประเทศศัตรู” จะไม่สามารถผ่านได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน
ทำเนียบขาวยังไม่ได้ตอบโต้ต่อแถลงการณ์ของฝ่ายอิหร่านในทันที
ภาวะเผชิญหน้าที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น มีน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณหนึ่งในห้าของโลกไหลผ่าน กำลังคุกคามให้วิกฤติพลังงานโลกเลวร้ายลง และบ่อนทำลายการคาดการณ์ของทรัมป์เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วที่ว่าสงครามจะยุติลงในเร็วๆ นี้
เส้นทางเดินเรือแห่งนี้เป็นเพียงหนึ่งในประเด็นที่ยังไม่คลี่คลาย ซึ่งยังรวมถึงศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน และการรุกรานเลบานอนอย่างต่อเนื่องของอิสราเอลด้วย ทรัมป์เคยกล่าวว่า อิหร่านตกลงที่จะยุติโครงการนิวเคลียร์แล้ว แต่ฝ่ายอิหร่านปฏิเสธ
“เรือกำลังรอคำสั่งจากกองกำลังติดอาวุธของอิหร่านเพื่อพิจารณาว่าสามารถผ่านเส้นทางดังกล่าวได้หรือไม่” สำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน Mehr รายงานเมื่อวันอาทิตย์
สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เมื่อคืนวันเสาร์ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานสภาผู้แทนราษฎรของอิหร่าน ผู้ซึ่งเป็นผู้นำคณะผู้แทนอิหร่านในการเจรจากับสหรัฐเมื่อต้นเดือนนี้ที่ปากีสถาน ระบุว่าถึงแม้ความต่างของท่าที “ยังคงห่างกันมาก” แต่การเจรจาก็กำลังมีความคืบหน้า
มาตรการปิดล้อมทางเรือของสหรัฐอนุญาตให้เรือที่บรรทุกสินค้าไม่ใช่ของอิหร่านออกจากอ่าวเปอร์เซียได้ แต่ไม่อนุญาตให้เรือใดๆ ที่ออกจากท่าเรืออิหร่านผ่านไปได้ ซึ่งนำไปสู่การที่สาธารณรัฐอิสลามกลับมาปิดช่องแคบอีกครั้ง
“มันเป็นไปไม่ได้ที่คนอื่นจะผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ขณะที่พวกเรากลับทำไม่ได้” กาลิบาฟ กล่าวในแถลงการณ์ที่ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์
กองกำลังนาวีของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ออกแถลงการณ์เมื่อบ่ายวันเสาร์ เตือนเรือทุกลำไม่ให้ออกจากจุดจอดในอ่าวเปอร์เซีย และทะเลอ่าวโอมาน และระบุว่าการเคลื่อนตัวเข้าใกล้ช่องแคบ “จะถือเป็นการสมคบกับศัตรู และเรือที่ฝ่าฝืนจะถูกโจมตี”
ศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วม (Joint Maritime Information Center) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือ รายงานว่ามีการโจมตีหลายครั้งโดยกองกำลังอิหร่านต่อเรือในช่องแคบ รวมถึงการพบเห็นทุ่นระเบิด และระบุว่าระดับความเสี่ยงโดยรวมอยู่ในขั้น “วิกฤติ”
สถานการณ์ผันแปรไปมา
พัฒนาการในช่วง 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงลักษณะที่ผันผวน และคาดเดาได้ยากของสงครามครั้งนี้ และการทูตที่เกี่ยวข้องกับความพยายามยุติความขัดแย้ง โดยทรัมป์ และอิหร่านต่างออกแถลงการณ์ที่ขัดแย้งกันภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง อิสราเอลยังคงสู้รบในเลบานอน และฝ่ายอิหร่านก็เปิด-ปิดช่องแคบฮอร์มุซสลับไปมา
เมื่อวันศุกร์ ทรัมป์ระบุว่าข้อตกลงกับอิหร่านแทบจะบรรลุแล้ว โดยมีการยอมอ่อนข้อจากเตหะรานในประเด็นที่ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะมาก่อน แสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมจะลงนาม และหันไปให้ความสำคัญกับประเด็นภายในประเทศ เขายังบอกกับสถานีข่าวเอบีซี อีกด้วยว่าเขา “เชื่อใจ” ชาวอิหร่าน ซึ่งเป็นกลุ่มที่เขาเพิ่งขู่ว่าจะ “ลบล้างอารยธรรม” ไปไม่นานมานี้
มีสัญญาณด้วยว่าการหยุดยิงในเลบานอน ซึ่งเชื่อมโยงกับการตัดสินใจของอิหร่านที่จะอนุญาตให้มีการเดินเรือผ่านฮอร์มุซ อาจเริ่มสั่นคลอน กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) ระบุว่าได้โจมตี “ผู้ก่อวินาศกรรม” ที่เข้ามาใกล้กำลังพลของตนในลักษณะที่ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ส่งผลให้ทหารอิสราเอลเสียชีวิตหนึ่งนาย และบาดเจ็บสามนาย
แรงผลักดันเพื่อสันติภาพที่ยั่งยืนเริ่มก่อตัวขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่รอยร้าวเริ่มปรากฏขึ้นในวันเสาร์ จากการที่อิหร่านวิพากษ์วิจารณ์การปิดล้อมของสหรัฐ อย่างต่อเนื่อง กองทัพเรือสหราชอาณาจักร กล่าวว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งถูกเรือปืนของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน เข้าใกล้ก่อนที่จะถูกยิงในวันเสาร์ โดยเสริมว่าเรือเป้าหมาย และลูกเรือปลอดภัย เรือคอนเทนเนอร์ลำหนึ่งถูกโจมตีด้วยกระสุนที่ไม่ทราบชนิดในเหตุการณ์แยกต่างหากนอกชายฝั่งโอมาน และอินเดีย กล่าวว่าเรือของตนก็ถูกยิงเช่นกัน
ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ เนื่องจากนักลงทุนมองหาสินทรัพย์ปลอดภัยในการซื้อขายช่วงเช้าของเอเชียในวันจันทร์ ดอลลาร์ออสเตรเลียเป็นผู้นำในการอ่อนค่าในกลุ่มสกุลเงินที่อ่อนไหวต่อความเสี่ยง ราคาน้ำมัน เชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติร่วงลงอย่างหนักในวันศุกร์ จากความหวังว่าการพัฒนาล่าสุดจะหมายถึงการยุติสงคราม และพลังงานจำนวนมากขึ้นสามารถขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย น้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 9% ในวันศุกร์เหลือประมาณ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดีเซลในสหรัฐ และยุโรปก็ลดลงเช่นกัน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





