ทรัมป์อ้างอิหร่านยอมระงับโครงการนิวเคลียร์ของตนโดยไม่มีกำหนด จุดความหวังข้อตกลงเพื่อยุติสงครามระหว่างกันกำลังเข้าใกล้ความเป็นจริง ขณะช่องแคบฮอร์มุซเปิด
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าอิหร่านยอมระงับโครงการนิวเคลียร์ของตนโดยไม่มีกำหนดเวลา สร้างความหวังว่าข้อตกลงเพื่อยุติสงครามระหว่างกันกำลังเข้าใกล้ความเป็นจริง หลังจากที่เตหะรานประกาศว่าได้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับบลูมเบิร์ก เมื่อวันศุกร์ (17 เม.ย.69) ทรัมป์ยืนยันว่าการหยุดชะงักกิจกรรมนิวเคลียร์ของอิหร่านจะไม่มีกำหนดสิ้นสุด โดยระบุว่าจะเป็นแบบ “ไม่จำกัดเวลา”
“ประเด็นหลักส่วนใหญ่สรุปกันได้แล้ว ข้อตกลงน่าจะคืบหน้าอย่างรวดเร็ว” ทรัมป์กล่าว เขายังปฏิเสธว่าสหรัฐจะปลดล็อกหรือคืนทรัพย์สินที่ถูกอายัดให้แก่อิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องสำคัญของรัฐบาลอิหร่านที่ตัวเขาและผู้สนับสนุนโจมตีมาโดยตลอด
รายละเอียดของข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นยังไม่ชัดเจน และอิหร่านยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อคำกล่าวอ้างของทรัมป์ ซึ่งแทบจะแน่นอนว่าไปขัดกับจุดยืนเดิมของอิหร่านที่ยืนยันมาโดยตลอดว่าตนมีสิทธิ์เสริมสมรรถนะยูเรเนียม
ในเวลาเดียวกัน กระแสผลักดันสู่ข้อตกลงได้เพิ่มขึ้นตลอดทั้งวัน ผู้นำในเตหะรานกล่าวว่าช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้เดินเรือพาณิชย์แล้ว หลังจากอิสราเอลยอมตกลงหยุดยิงในเลบานอน เรือขนน้ำมันอย่างน้อยแปดลำที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียได้มุ่งหน้าไปยังช่องแคบอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา แสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะทดสอบคำประกาศดังกล่าว
ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวในเวลาต่อมาในวันศุกร์ว่าสหรัฐและอิหร่านได้มี “การพูดคุยที่ดีมากบางส่วน” และการหารือเหล่านั้นจะ “ดำเนินต่อไปตลอดช่วงสุดสัปดาห์”
“กำลังมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นมากมาย และนั่นรวมถึงเลบานอนด้วย” เขากล่าวเสริม
คำให้สัมภาษณ์ของทรัมป์และคำประกาศของเตหะรานถือเป็นสัญญาณล่าสุดว่าทั้งสองฝ่ายกำลังทำงานเบื้องหลังเพื่อบรรลุข้อตกลงยุติสงครามที่เริ่มต้นขึ้นช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีหลายจุดทั่วอิหร่าน
การโจมตีดังกล่าวทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐในภูมิภาค และโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันและก๊าซของพันธมิตรสหรัฐในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้เกิดวิกฤตพลังงานทั่วโลก
- ราคาน้ำมันดิ่งลง หุ้นพุ่งขึ้น
ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติดิ่งลง ท่ามกลางความหวังว่าพัฒนาการล่าสุดจะนำไปสู่การยุติสงคราม และทำให้การขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบเป็นไปอย่างปลอดภัยมากขึ้น น้ำมันดิบเบรนท์ซื้อขายลดลง 9% อยู่ราว ๆ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 14:09 น. ตามเวลานิวยอร์ก และได้ลบล้างการปรับขึ้นส่วนใหญ่ที่สะสมมาตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ราคาน้ำมันดีเซลในสหรัฐและยุโรปก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน
ในความเคลื่อนไหวที่โดดเด่น ราคาน้ำมันในตลาดจริงก็ปรับตัวลดลงอย่างชัดเจนควบคู่ไปกับราคาฟิวเจอร์ ในวันศุกร์ ราคา Dated Brent ซึ่งเป็นราคาน้ำมันในตลาดส่งมอบกันจริงที่สำคัญที่สุดของโลก ลดลงมาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม
ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นต่อเนื่องจากการคาดการณ์ว่าสงครามใกล้จะยุติ
แม้ตลาดจะตอบรับเชิงบวก แต่การทำข้อตกลงกับอิหร่านอาจเสี่ยงทางการเมืองสำหรับทรัมป์ เพราะกรอบของข้อตกลงมีลักษณะคล้ายกับแผนปฏิบัติการร่วมฉบับสมบูรณ์ (JCPOA) ปี 2015 ซึ่งกำหนดกรอบเวลาจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านแลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร
- ทรัมป์โทษข้อตกลงยุคโอบามา
ทรัมป์ถอนตัวออกจากข้อตกลงยุคโอบามาในปี 2018 โดยโทษว่าเป็น “ข้อตกลงที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา” เขากล่าวว่าข้อตกลงดังกล่าวเท่ากับการให้เงินจำนวนมหาศาลฟรี ๆ แก่อิหร่าน โดยไม่ได้กำจัดความสามารถของอิหร่านในการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ หรือจำกัดขีปนาวุธและการสนับสนุนกลุ่มตัวแทน แต่อย่างใด
“ถ้ามีข้อตกลงที่มีการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรและมีการโอนเงินสด นั่นคือความเสี่ยงอย่างยิ่ง เพราะประธานาธิบดีหาเสียงต่อต้านเรื่องลักษณะนี้” เบห์นัม เบน ทาเลบลู ผู้อำนวยการอาวุโสโครงการอิหร่านที่มูลนิธิเพื่อการปกป้องระบอบประชาธิปไตย กล่าว
“คำถามไม่ใช่ว่าข้อตกลงจะบ่อนเซาะวาทกรรมของประธานาธิบดีอย่างไร” เขากล่าว “แต่คือข้อตกลงจะบ่อนเซาะยุทธศาสตร์ที่ประธานาธิบดีประกาศไว้อย่างไรต่างหาก”
หนึ่งในข้อเสนอที่อยู่ระหว่างการหารือคือให้สหรัฐปล่อยเงินแช่แข็งของอิหร่านมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ แลกกับที่เตหะรานยอมสละคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของตน ทั้งนี้สำนักข่าวแอ็กซิออส Axios รายงาน โดยอ้างถึงเจ้าหน้าที่สหรัฐสองคนและแหล่งข่าวอีกสองรายที่รับทราบการเจรจา ซึ่งไม่ได้เปิดเผยชื่อ
ทรัมป์โต้กลับแนวคิดดังกล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยตอบว่า “ไม่” ซ้ำ ๆ เมื่อถูกถามว่าเขาจะยอมปล่อยเงิน 20,000 ล้านดอลลาร์ที่อายัดไว้หรือไม่ ผู้สนับสนุนบางส่วนของเขา รวมถึงวุฒิสมาชิกรีพับลิกัน ลินด์ซีย์ เกรแฮม จากรัฐเซาท์แคโรไลนา แสดงความกังวลว่าทรัมป์อาจทำข้อตกลงที่มีลักษณะคล้ายกับข้อตกลงที่อดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามาเคยทำไว้
“ผมมั่นใจอย่างยิ่งว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะไม่ยอมให้อิหร่านได้รับประโยชน์มหาศาลนับหลายหมื่นล้านดอลลาร์ จากการจับโลกเป็นตัวประกันและก่อความโกลาหลในภูมิภาค” เกรแฮมโพสต์บน X เมื่อวันศุกร์ “จะไม่มี JCPOA ใด ๆ ในสมัยของประธานาธิบดีทรัมป์”
การเจรจาหยุดยิงรอบก่อนหน้าที่กรุงอิสลามาบัด ซึ่งมีรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ เป็นผู้นำ ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ เจ้าหน้าที่ปากีสถานและสหรัฐระบุว่ามีการเตรียมการสำหรับการเจรจาอีกรอบ เมื่อถูกถามว่าเขาจะเดินทางไปปากีสถานเพื่อเซ็นข้อตกลงหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “อาจจะ”
บรรดานักเทรดและนักวิเคราะห์จำนวนมากยังคงสงสัยว่าจะสามารถทำให้การไหลของน้ำมันดิบกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็วเพียงใด สหรัฐระบุว่าการปิดล้อมเรือที่เดินทางเข้าและออกจากท่าเรืออิหร่าน ซึ่งเริ่มใช้เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ยังคงมีผลต่อไป ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่าพวกเขาถือว่าการปิดล้อมดังกล่าวเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐ และให้คำมั่นว่าเตหะรานจะดำเนินการตอบโต้หากการปิดล้อมยังดำเนินต่อไป
ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ทรัมป์กล่าวว่าการหารือระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเป็น “ข้อตกลงที่แยกออกมาต่างหากโดยสิ้นเชิง” จากการหยุดยิงในเลบานอน อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในตอนใต้ของเลบานอนต่อกองกำลังฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นตัวแทนอิหร่าน เคยเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบรรลุข้อตกลงที่กว้างขึ้น การหยุดยิงดังกล่าวยังคงมีผลอยู่ในวันศุกร์
สำนักงานของนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ระบุเมื่อวันศุกร์ว่ากองทัพยัง “ยังทำภารกิจต่อสู้กับฮิซบอลเลาะห์ไม่เสร็จสิ้น” เป้าหมายคือการรื้อโครงสร้างกลุ่มดังกล่าว และ “สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นภายในวันพรุ่งนี้”
กองทัพอิสราเอลได้เข้ายึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของตอนใต้เลบานอนระหว่างปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งทางการท้องถิ่นระบุว่าทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,000 คน และทำให้ประชาชนอีกกว่า 1 ล้านคนต้องพลัดถิ่น
“เราจะพยายามอยู่ร่วมกับทุกฝ่ายอย่างสันติเท่าที่จะทำได้ และเราจะจัดการเลบานอนให้เข้าที่เข้าทาง” ทรัมป์กล่าว “เราจะไม่ทิ้งระเบิดเลบานอนอย่างไม่ปรานี และจะไม่ยอมให้ใครทำแบบนั้นด้วย”





