วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน 2569

Login
Login

‘จีน’ ยกระดับสงครามข่าวสาร ใช้ ‘เสียง-บุคคลสำคัญไต้หวัน’ ขยายสารต้านรัฐบาล

‘จีน’ ยกระดับสงครามข่าวสาร ใช้ ‘เสียง-บุคคลสำคัญไต้หวัน’ ขยายสารต้านรัฐบาล

‘จีน’ ยกระดับสงครามข่าวสาร ใช้เสียงและบุคคลสำคัญของไต้หวันมากขึ้น เพื่อขยายข้อมูลข่าวสารต่อต้านรัฐบาลไต้หวันเอง

สำนักข่าวที่พรรคอมมิวนิสต์จีนบริหาร ไดโพสต์คลิปในโต่วอิน (Douyin) แอปพลิเคชันติ๊กต็อกเวอร์ชันจีน ความยาว 51 วินาที โดยเป็นคลิปที่เผยให้เห็นว่าเจิ้ง ลี่ เหวิน ผู้นำพรรคฝ่ายค้านไต้หวันกล่าวโทษประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อว่าเชื้อเชิญการรุกรานของจีน

ในคลิปดังกล่าว เจิ้ง กล่าวว่า ไล่ฉุดประชาชนทั้ง 23 ล้านคนในไต้หวันเข้าสู่ทางตัน เส้นทางแห่งความตาย ด้วยการแสวงหาเอกราช

คลิปนี้ได้รับการเผยแพร่อย่างรวดเร็วในเฟซบุ๊ก ยูทูบ และแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมในไต้หวัน

รอยเตอร์รายงานอ้างอิงเจ้าหน้าที่ความมั่นคงไต้หวันและข้อมูลจาก IORG กลุ่มบริษัทวิจัยในไต้หวันว่า สื่อจีนกำลังเร่งกระจายข่าวสารการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไต้หวันมากขึ้น โดยมุ่งไปที่พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ และนักการเมืองที่มีความเกี่ยวข้องกับพรรคฝ่ายค้านก๊กมินตั๋ง (KMT)

ตามแหล่งข้อมูลและแหล่งข่าวบอกว่า จีนนำถ้อยแถลงสาธารณะของผู้นำพรรค KMT และเจ้าหน้าที่ฝ่ายค้านคนอื่นๆ ที่วิจารณ์รัฐบาลไต้หวัน มาเผยแพร่ซ้ำและกระจายออกไปอย่างต่อเนื่อง ในรูปแบบของการส่งกระแสข้อความโจมตีพรรค DPP ผ่านสื่อของรัฐจีน และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียภายในประเทศจีน

จากนั้นคลิปเหล่านั้นก็ถูกแชร์ต่อและนำมาตัดต่อใหม่ เพื่อเผยแพร่บนแพลตฟอร์มยอดนิยมในไต้หวัน เช่น เฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก และยูทูบ รวมถึงโต่วอินด้วย ซึ่งบางครั้งก็มีการแต่งเติมหรือปรับการนำเสนอในลักษณะที่ทำให้สังเกตได้ยากว่ามีจีนอยู่เบื้องหลัง

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงไต้หวันบอกว่า แม้ในอดีตจีนมักใช้บุคคลสำคัญของไต้หวันในการทำโฆษณาชวนเชื่อ แต่ปัจจุบันจีนได้เร่งพัฒนากลยุทธ์สงครามข่าวสารให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เพราะน้ำเสียงและสำเนียงที่คุ้นเคยนั้น ดูน่าเชื่อถือมากกว่า

ข้อมูลจาก IORG และเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงสามคนของไต้หวัน บอกว่า เป้าหมายกิจกรรมนี้คือเพื่อบั่นทอนความน่าเชื่อของรัฐบาล ที่ปักกิ่งกล่าวโทษว่าพยายามแยกตัวเป็นอิสระ และด้วยพรรครัฐบาลไต้หวัน DPP พยายามของบประมาณกลาโหมเพิ่ม 40,000 ล้านดอลลาร์ กระแสกระพือข่าวของจีนครั้งนี้จึงดูเหมือนมุ่งเป้าไปที่การโน้มน้าวชาวไต้หวันว่าแสนยานุภาพทางทหารของจีนนั้นเหนือกว่ามาก จนไต้หวันไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากซื้ออาวุธจากสหรัฐเพิ่ม

เฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก และยูทูบ ที่ถูกบล็อกการใช้งานในจีน และโต่วอิน ยังไม่ตอบกลับคำขอความคิดเห็นเกี่ยวกับสงครามข่าวสารของจีนต่อรอยเตอร์

จีนถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตน และไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะใช้กำลังทหารเพื่อยึดครอง ขณะที่ไต้หวันปฏิเสธการอ้างสิทธิ์อธิปไตยของจีน โดยกล่าวว่าตนเป็นประเทศเอกราชและมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐจีน ปักกิ่งยังปฏิเสธที่จะเจรจากับรัฐบาลพรรค DPP และเรียกปธน.ไล่ว่าเป็น “ผู้แบ่งแยกดินแดน”

เจิ้ง ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน KMT เพิ่งพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนในกรุงปักกิ่งเดือนนี้ ซึ่งสีบอกกับเธอว่าพรรคก๊กมินตั๋งและพรรคคอมมิวนิสต์ต้อง “เสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมืองซึ่งกันและกัน” และ “ร่วมมือกันสร้างอนาคตที่สดใสสำหรับการรวมชาติ” 

ทั้งนี้ IORG พบ วิดีโอราว 560,000 วิดีโอโพสต์ในโต่วอิน จาก 1,075 บัญชีสื่อของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2025 และมีราว 18,000 วิดีโอที่เป็นคลิปเกี่ยวกับไต้หวัน IORG ยังได้ใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าเพื่อระบุบุคคลชาวไต้หวันจากคลิปวิดีโอ 2,730 คลิป และพบว่ามีชาวไต้หวัน 57 คน ผลลัพธ์ดังกล่าวได้รับการตรวจสอบโดยนักวิจัยของ IORG และได้รับการตรวจสอบโดยสำนักข่าวรอยเตอร์แล้ว

นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่า จำนวนวิดีโอที่มีเสียงชาวไต้หวันเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากปีก่อนหน้าในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน และระยะเวลาในการเผยแพร่คอนเทนต์ดังกล่าวรายเดือนก็เพิ่มขึ้น 164% สู่ระดับ 369 นาที