ระหว่างการสัมภาษณ์ บาร์ติโรโม ถามทรัมป์เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งกับอิหร่าน พร้อมถามว่า สงครามจบลงแล้วหรือยัง?
ทรัมป์ตอบว่า"ผมต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะถ้าผมไม่ทำแบบนั้น คุณก็จะเห็นอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง ซึ่งคุณไม่อยากให้เป็นแบบนั้นแน่ๆ"
ต่อข้อถามตรงๆว่า สงครามจบลงแล้วหรือไม่ ทรัมป์ส่งสัญญาณว่า ใกล้ได้บทสรุปแล้ว
"ผมคิดว่าใกล้จบแล้ว ผมมองว่าใกล้ที่จะจบลงอย่างมาก"ทรัมป์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์พูดว่าสงครามใกล้จบ โดยเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวซีบีเอส พูดเป็นนัยว่าสงครามกับอิหร่านใกล้สิ้นสุดแล้ว โดยประกาศว่ากองกำลังสหรัฐและอิสราเอลได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของอิหร่านไปมากแล้ว แต่ขณะเดียวกัน ก็ให้คำมั่นว่าสหรัฐจะเดินหน้าต่อไปจนกว่าผู้นำของอิหร่านจะพ่ายแพ้อย่างเด็ดขาด
การส่งสัญญาณที่สับสนจากประธานาธิบดีทรัมป์ในการให้สัมภาษณ์ และการกล่าวสุนทรพจน์ ตอกย้ำถึงทิศทางที่ไม่แน่นอนของความขัดแย้งที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วตะวันออกกลาง และก่อให้เกิดความวิตกกังวลในวอชิงตันว่า การสู้รบอาจทวีความรุนแรงกลายเป็นสงครามที่ยืดเยื้อและร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ
แต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ต่อบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกัน ที่มารวมตัวกันในการประชุมเชิงนโยบายของสภาผู้แทนราษฎรในรัฐฟลอริดา ประธานาธิบดีทรัมป์ กลับใช้ถ้อยคำที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง โดยกล่าวว่า สงครามยังไม่จบสิ้นและให้คำมั่นว่าจะยังคงใช้แรงกดดันทางทหารกับอิหร่านต่อไป





