วันพุธ ที่ 15 เมษายน 2569

Login
Login

สหรัฐเจ้าภาพหารือ"อิสราเอล-เลบานอน" หวังสร้างสันติภาพระยะยาว

สหรัฐเจ้าภาพหารือ"อิสราเอล-เลบานอน"  หวังสร้างสันติภาพระยะยาว

นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ ระบุว่า อิสราเอลทำสงครามกับฮิซบอลเลาะห์ ไม่ใช่เลบานอน และเห็นว่าทั้งสองประเทศควรเปิดการเจรจาร่วมกัน

ด้านโชช เบรโดเซียน โฆษกหญิงประจำทำเนียบนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวว่า การพบปะครั้งนี้จะเป็นการเจรจาโดยตรงระดับสูงสุดระหว่างสองประเทศนับตั้งแต่ปี 2536 มีเป้าหมายเพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการหยุดยิง ปลดอาวุธกลุ่มกองกำลังฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และหาแนวทางที่นำไปสู่การทำข้อตกลงสันติภาพระยะยาว

โฆษกหญิงประจำทำเนียบนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ยืนยันว่า อิสราเอลจะไม่หารือเรื่องการหยุดยิงกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ที่ยังคงโจมตีอย่างไม่เลือกเป้าหมายต่ออิสราเอลและพลเรือนอิสราเอล

ขณะที่นายโจเซฟ อูน ประธานาธิบดีเลบานอน กล่าวแสดงความหวังว่าการหารือร่วมกันครั้งนี้จะนำไปสู่การทำข้อตกลงหยุดยิงเพื่อให้มีการเจรจาโดยตรงระหว่างเลบานอนและอิสราเอลในโอกาสต่อไป
 

ด้านสำนักข่าวแห่งชาติของเลบานอน รายงานอ้างคำพูดของนายอูนที่ย้ำว่า การเจรจากับอิสราเอลเป็นความรับผิดชอบเดียวของเลบานอน และเป็นโอกาสที่แท้จริงที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาขัดแย้งอย่างยั่งยืนระหว่างกัน พร้อมทั้งเรียกร้องให้อิสราเอลตอบสนองต่อคำร้องขอให้ยุติการโจมตีและเข้าร่วมการเจรจา

บรรดาเอกอัคราชทูตเลบานอนและอิสราเอลหารือนัดสำคัญนี้ร่วมกันในวันอังคาร(14เม.ย.)พร้อมกับคณะเจ้าหน้าที่ของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงนายไมเคิล นีดแฮม ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ  นายเยคิเอล ไลเตอร์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐ และนายนาดา ฮามาเดห์ มูอาวัด เอกอัครราชทูตเลบานอนประจำสหรัฐ ส่วนอิตาลีแสดงความพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพการเจรจาโดยตรงของทั้งสองฝ่ายในอนาคต
 

การสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงดำเนินอยู่ โดยกระทรวงกลาโหมอิสราเอล ระบุเมื่อวันจันทร์(13 เม.ย.)ว่าได้โจมตีเป้าหมายของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทั่วพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอนช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาได้ 150 จุด พร้อมทั้งสกัดกั้นโดรนจำนวนกว่า 10 ลำที่ปล่อยโดยกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ชาวเลบานอน

กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้เข้าร่วมความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้สถานการณ์ในภูมิภาคยิ่งทวีความรุนแรง และมีผู้เสียชีวิตจำนวนกว่า 2,000 คน