เดอะ นิวยอร์กไทม์ส สื่อดังสหรัฐ รายงานอ้างแหล่งข่าววงในว่า หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้การเจรจานัดประวัติศาสตร์ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน เมื่อวันเสาร์(11เม.ย.)ที่ผ่านมาล่ม คือการที่สหรัฐเสนออิหร่านระงับการเสริมสมรรถนะ แร่ยูเรเนียมเป็นเวลานาน 20 ปี แต่อิหร่านยืนยันระงับโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์แค่ 5 ปี
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านมื่อวันที่ 28 ก.พ.หลังจากประกาศว่า อิหร่านกำลังพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์ ซึ่งอิหร่านปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง พร้อมทั้งสัญญาว่าจะไม่ยอมให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในมือ
รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ของสหรัฐ เสร็จสิ้นการเจรจาร่วมกับบรรดาคณะผู้แทนจากอิหร่านโดยไร้ข้อตกลงใดๆร่วมกัน ซึ่งประเด็นที่ทั้ง2ฝ่ายหารือร่วมกันรวมถึง การเปิดให้มีการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มที่เหมือนช่วงก่อนเกิดสงคราม และโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน
นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานด้วยว่า รัฐบาลสหรัฐขอให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมเป็นเวลานาน 20 ปี ซึ่งจะมาพร้อมกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ส่วนอิหร่านเสนอระงับโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เป็นเวลานาน 5 ปี
รายงานข่าวระบุด้วยว่า ข้อเรียกร้องของสหรัฐครั้งนี้ เป็นข้อเรียกร้องที่ลดทอนลงจากข้อเรียกร้องก่อนหน้านี้ของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ต้องการให้อิหร่านยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างถาวร
สหรัฐระบุว่า การหาเรือร่วมกันในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาครอบคลุมประเด็นอิหร่านปฏิเสธจะยุติแผนการนิวเคลียร์ของตัวเอง รื้อโครงสร้างพื้นฐานด้านปรมาณู และจัดส่งเชื้อเพลิงในคลังออกนอกประเทศ ส่วนประเด็นอื่นๆ ในการเจรจา คือการฟื้นฟูการเดินเรือเสรีในช่องแคบฮอร์มุซ และการหยุดสนับสนุนกลุ่มฮามาสและกลุ่มฮิซบอลเลาห์
รองประธานาธิบดีแวนซ์ ของสหรัฐซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายสหรัฐในการเจรจา กล่าวเมื่อวันจันทร์ (13เม.ย.)ว่า การสนทนากับคณะผู้แทนของอิหร่านมีส่วนที่ดีบางส่วน จึงขึ้นอยู่กับอิหร่านว่าจะมีความยืดหยุ่นเพียงพอหรือไม่ และการเจรจาเพิ่มเติมระหว่างกันก็จะขึ้นอยู่กับอิหร่านด้วยเช่นกัน





