วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ไอเอ็มโอชี้ชัดทุกประเทศไม่มีสิทธิปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ

เลขาธิการองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (ไอเอ็มโอ) ระบุ ไม่มีประเทศใด มีสิทธิปิดล้อมเพื่อสกัดกั้นการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และไม่มีสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียม

KEY POINTS

  • องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ยืนยันว่าไม่มีประเทศใดมีสิทธิปิดกั้นการเดินเรือหรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในช่องแคบฮอร์มุซ
  • การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ซึ่งรับรองสิทธิการผ่านโดยสุจริต
  • แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง แต่ความขัดแย้งได้ส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบลดลงอย่างมาก กระทบต่อการส่งออกน้ำมันและก๊าซ

นายอาร์เซนิโอ โดมิงเกซ เลขาธิการไอเอ็มโอ ระบุด้วยว่า ประเทศต่างๆ ไม่มีสิทธิสกัดกั้นการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และไม่มีสิทธิ์เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในช่องแคบระหว่างประเทศแห่งนี้ เพราะเป็นแบบอย่างที่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมการขนส่งทางทะเลทั่วโลก พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยกเลิกใช้บริการที่ต้องแลกมาด้วยการจ่ายค่าธรรมเนียม

ไอเอ็มโอ ซึ่งยึดตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ที่รับรองสิทธิการผ่านโดยสุจริต (Innocent Passage) และการผ่านช่องแคบเพื่อการเดินเรือสากล ระบุว่า การปิดล้อมไม่ว่าจากฝั่งอิหร่าน หรือการเข้าควบคุมโดยสหรัฐ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
 

ทั้งนี้ ทางการอิหร่านอนุญาตให้เรือที่ผ่านการตรวจสอบแล้วจำนวนหนึ่ง ผ่านช่องแคบได้ และในบางกรณีมีรายงานว่ามีการเรียกเก็บเงินเพื่ออนุญาตให้เรือแล่นผ่าน ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ก็กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐและอิหร่านจะร่วมกันดำเนินการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
 

อย่างไรก็ตาม แม้สหรัฐและอิหร่านจะประกาศหยุดยิงเป็นเวลาสองสัปดาห์เมื่อวันที่ 7 เม.ย. แต่การขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงหยุดชะงักเกือบทั้งหมด

ข้อมูลจากเอสแอนด์พี โกลบอล ระบุว่า นับตั้งแต่วันที่การหยุดยิงมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 10 เม.ย. มีเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซแค่ 22 ลำเท่านั้น ลดลงอย่างมากจากช่วงก่อนเกิดการสู้รบ ซึ่งอยู่ที่ประมาณวันละ 135 ลำ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการส่งออกน้ำมันและก๊าซจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย