"โอมาน" กำลังมีบทบาทสำคัญทั้งในมิติพลังงาน เศรษฐกิจ และความร่วมมือระหว่างประเทศ สำหรับไทย บทบาทของโอมานในมิตินี้มีความสำคัญโดยตรงมากกว่าที่เห็น
โอมานอาจไม่ใช่ชื่อแรกที่คนไทยนึกถึงเมื่อพูดถึงตะวันออกกลาง แต่ในความเป็นจริง ประเทศขนาดกลางบนคาบสมุทรอาหรับแห่งนี้กำลังมีบทบาทสำคัญทั้งในมิติพลังงาน เศรษฐกิจ และความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับไทยที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดยาวนานกว่าที่หลายคนคาดคิด รัฐสุลต่านโอมานตั้งอยู่ในตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่เชื่อมระหว่างเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา โดยมีแนวชายฝั่งติดทะเลอาหรับและอยู่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ภูมิศาสตร์ดังกล่าวทำให้โอมานมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานของโลกมาอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจของประเทศพึ่งพาการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก และสร้างรายได้สำคัญให้รัฐ ขณะเดียวกัน โอมานมีประชากรราว 5.28 ล้านคน และมีรายได้ต่อหัวในระดับค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของโอมานในปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่ที่พลังงานฟอสซิลเท่านั้น แต่กำลังมุ่งสู่การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ภายใต้นโยบาย “Oman Vision 2040” ที่ตั้งเป้าลดการพึ่งพาน้ำมันและกระจายฐานเศรษฐกิจไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ ๆ เช่น โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการผลิต และพลังงานสะอาด โดยเฉพาะไฮโดรเจนสีเขียวที่โอมานมีศักยภาพสูงจากทรัพยากรแสงอาทิตย์และพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก หนึ่งในโครงการสำคัญคือการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษดูคุม (Duqm) ซึ่งถูกวางให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์แห่งใหม่ของภูมิภาค รองรับการลงทุนจากต่างชาติในหลากหลายสาขา
ในมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไทยและโอมานมีความสัมพันธ์ทางการทูตมาตั้งแต่ปี 2523 และมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม และในปี 2568 ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้ฉลองครบรอบ 45 ปี ในทางเศรษฐกิจ โอมานถือเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในตะวันออกกลาง สินค้าส่งออกหลักของไทยไปโอมาน ได้แก่ รถยนต์และชิ้นส่วน เคมีภัณฑ์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่ไทยนำเข้าก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบจากโอมานเป็นสำคัญ โดยประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากรัฐสุลต่านโอมานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2541 และในปี 2568 มีมูลค่านำเข้าอยู่ที่ประมาณ 21.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนความเชื่อมโยงด้านพลังงานที่ยังคงมีนัยสำคัญ
ในอีกมิติหนึ่งที่ทำให้โอมานมีความสำคัญคือบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นภูมิภาคที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์การสู้รบและความขัดแย้ง โอมานเลือกดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบ “เป็นกลางเชิงสร้างสรรค์” ซึ่งไม่ใช่การวางตัวนิ่งเฉย แต่เป็นการสร้างพื้นที่กลางสำหรับการเจรจาและลดความขัดแย้งในทางปฏิบัติ แนวทางนี้ทำให้โอมานสามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกฝ่าย รวมถึงคู่ขัดแย้งที่ไม่สามารถพูดคุยกันโดยตรงได้บทบาทดังกล่าวมีความสำคัญในเชิงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในบริบทการเมืองระหว่างประเทศในปัจจุบันที่กฎระเบียบโลกกำลังถูกบั่นทอน โดยเฉพาะในภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางที่ “ความไว้วางใจ” เป็นทรัพยากรที่หายาก หลายประเทศมักถูกมองว่าเอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง แต่โอมานสามารถรักษาสมดุลนี้ได้ต่อเนื่อง จึงถูกใช้เป็นช่องทางลับหรือเวทีไม่เป็นทางการในการเจรจาหลายครั้งที่ผ่านมา และทำให้โอมานมี “อำนาจทางการทูต” ที่สามารถช่วยลดแรงเสียดทานในภูมิภาค
ความสำคัญของโอมานยิ่งทวีขึ้นเมื่อพิจารณาถึงบทบาทรอบช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดคอขวดของระบบพลังงานโลก โดยมีน้ำมันดิบจำนวนมหาศาลที่ต้องผ่านเส้นทางนี้ในแต่ละวัน โอมานจึงไม่ได้เป็นเพียงประเทศที่ตั้งอยู่ใกล้ช่องแคบ แต่เป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงที่ต้องรักษาเสถียรภาพของเส้นทางดังกล่าว ในเชิงยุทธศาสตร์ โอมานเลือกใช้แนวทางลดความเสี่ยงมากกว่าการเผชิญหน้า โดยสนับสนุนการเจรจา และการเปิดช่องทางสื่อสาร ขณะเดียวกัน โอมานยังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือและโลจิสติกส์ของตนเอง เช่น ดูคุม เพื่อเป็นทางเลือกเสริมในกรณีที่เกิดความไม่แน่นอนในเส้นทางหลัก ซึ่งสะท้อนการวางยุทธศาสตร์ที่ผสานเศรษฐกิจเข้ากับความมั่นคงอย่างเป็นระบบ
สำหรับไทย บทบาทของโอมานในมิตินี้มีความสำคัญโดยตรงมากกว่าที่เห็น เพราะความมั่นคงของช่องแคบฮอร์มุซเชื่อมโยงกับต้นทุนพลังงาน การขนส่ง และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้าอย่างไทยโดยตรง การมีประเทศที่มีบทบาทในการรักษาสมดุลของภูมิภาค จึงไม่ใช่เพียงความสัมพันธ์ทางการค้า แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญของความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและโอมานยังมีมิติของโอกาสทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โอมานถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเพิ่มการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยในอนาคต อีกทั้งยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งได้รับความนิยมในกลุ่มชาวโอมานที่เดินทางมาไทยทั้งเพื่อพักผ่อนและเข้ารับบริการทางการแพทย์และสุขภาพ
เมื่อพิจารณาในภาพรวม โอมานจึงเป็นมากกว่าประเทศผู้ส่งออกพลังงาน หากแต่เป็น “ตัวแปรเชิงเสถียรภาพ” ในภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง ที่ช่วยลดแรงปะทะในหนึ่งในภูมิภาคที่เปราะบางที่สุดของโลกในห้วงเวลาที่ความไม่แน่นอนกำลังเพิ่มสูงขึ้น และสำหรับไทย โอมานมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในฐานะประเทศที่มีบทบาทต่อทั้งความมั่นคงด้านพลังงาน การขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ และการรองรับความผันผวนของระบบเศรษฐกิจโลกที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างแยกไม่ออก





