สถานีโทรทัศน์ไออาร์ไอบีของรัฐบาลอิหร่าน รายงานว่า การเจรจาระหว่างคณะผู้แทนจากอิหร่านกับสหรัฐเริ่มขึ้นแล้ว ที่กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถานวันเสาร์(11เม.ย.)
แต่ยังไม่ชัดเจนว่า เป็นการหารือโดยตรง หรือผ่านตัวกลาง ถ้าหากเป็นการหารือโดยตรง ก็ถือเป็นการเผชิญหน้าในระดับสูงสุดเป็นครั้งแรกระหว่างอิหร่านและสหรัฐ นับตั้งแต่ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามในปี 2522
ก่อนหน้านี้ รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ของสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้นำคณะผู้แทนสหรัฐ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน แยกกันเข้าพบนายกรัฐมนตรีปากีสถาน ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า การเจรจาครั้งนี้จะเป็นการหารือแบบวันเดียวโดยอิหร่านยังคงประเมินท่าทีของสหรัฐอย่างใกล้ชิด ทำให้ทิศทางของการเจรจาขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวัน
การหารือครั้งนี้ ยังเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์หยุดยิงที่เปราะบาง โดยที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ออกมายืนยันถึงขอบเขตของการเจรจาครั้งนี้แต่อย่างใด
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ โพสต์บนทรูธโซเชียลว่า สื่อจำนวนมากพากันนำเสนอว่าอิหร่านกำลังเป็นฝ่ายชนะ แต่ในความเป็นจริงอิหร่านกำลังแพ้อย่างยับเยิน กองทัพเรือและกองทัพอากาศของอิหร่านหมดสภาพไปแล้ว ส่วนระบบป้องกันอากาศยานก็ไม่มีอยู่จริง เรดาร์ถูกทำลาย โรงงานผลิตขีปนาวุธและโดรนส่วนใหญ่ก็ถูกทำลายเช่นกัน ที่สำคัญที่สุด ผู้นำที่อยู่มายาวนานของอิหร่านไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ขอสดุดีแด่อัลเลาะห์
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังโพสต์ด้วยว่า กำลังจับตาดูราคาปุ๋ย โดยสหรัฐจะไม่ยอมรับการโก่งราคาจากผู้ผูกขาดในตลาดปุ๋ย
สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประเมินว่า 1ใน 3 ของปุ๋ยทั่วโลก รวมถึง ยูเรีย โพแทช แอมโมเนีย และฟอสเฟต จะใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่ง
ด้านองค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ)ระบุว่า นับตั้งแต่เกิดการสู้รบระหว่างสหรัฐและอิหร่าน การส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับปุ๋ยผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างมาก





