นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ กล่าว สงครามอิหร่านต้องกลายเป็นจุดเปลี่ยนให้อังกฤษ หลังเผชิญวิกฤติมาร่วมสองทศวรรษ ให้คำมั่นเสริมแกร่งเศรษฐกิจการทหาร รับมือโลกที่ “ผันผวนและอันตรายกว่าเดิม”
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษ เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน เมื่อวันพฤหัสบดี (9 เม.ย.) อ้างถึงวิกฤติการเงินโลกปี 2008 ตามด้วยมาตรการรัดเข็มขัดการออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit) การระบาดของโควิด-19 และการรุกรานยูเครนของรัสเซีย
“สงครามในอิหร่านจะต้องกลายเป็นจุดยืนที่ชัดเจน เพราะหนทางที่เราจะก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปได้ จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของพวกเราทุกคนไปอีกหนึ่งชั่วคนและแทนที่จะหวังจะกลับไปสู่โลกแบบปี 2008 เราจะสร้างเส้นทางใหม่ให้กับสหราชอาณาจักร เส้นทางที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านพลังงาน การป้องกันประเทศ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของเราในยุคใหม่”
สตาร์เมอร์เป็นนายกฯ ในปี 2024 เมื่อพรรคแรงงานชนะเลือกตั้งแลนด์สไลด์ แต่เขายังไม่สามารถทำนโยบายที่หาเสียงไว้ได้สำเร็จ ติดขัดจากงบประมาณตึงตัว ขัดแย้งกันเองภายในพรรค และการไร้เสถียรภาพของโลก
ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุด พรรคแรงงานของเขาตามหลังพรรคประชานิยมสายขวาอย่างพรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักรของไนเกล ฟาราจ โดยการเลือกตั้งทั่วไปจะมีขึ้นในปี 2029
กระนั้น ประชาชนอังกฤษจำนวนมากสนับสนุนการตัดสินใจของเขาที่ไม่เข้าไปร่วมรบอิหร่านกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความไม่พอใจให้ทรัมป์อย่างมาก
สตาร์เมอร์จึงพยายามใช้ประโยชน์จากจุดนี้ กล่าวว่า แนวทางของเขาในการรับมือผลกระทบจากวิกฤตการณ์อิหร่านนั้นมีรากเหง้ามาจากการฟื้นฟูผลประโยชน์ของชาติอังกฤษและการสร้างความแข็งแกร่ง
“เราจะไม่มองย้อนกลับไป เราจะไม่ตั้งเป้าสร้างเงื่อนไขของโลกที่เราผ่านมาแล้วขึ้นมาใหม่ เราจะสร้างองกฤษที่แข็งแกร่งกว่าเดิม ปลอดภัยและปรับตัวได้มากกว่าเดิม”
“นั่นคือสิ่งที่ต้องการในเวลานี้ และอังกฤษจะไม่หลงทาง”





