‘ทรัมป์’ ตำหนิพันธมิตรนาโตรุนแรง ชี้พวกเขาไม่เคยอยู่ช่วยสหรัฐ หลังจากพันธิมตรบางประเทศไม่ช่วยสงครามอิหร่าน ด้านเลขาธิการนาโต ยืนยัน สมาชิกส่วนใหญ่ช่วยเต็มที่แล้ว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ กล่าวโจมตีนาโตอย่างรุนแรงที่มีความลังเลในการเข้าร่วมสงครามอิหร่านกับวอชิงตัน และกลับมาขู่เรื่องกรีนแลนด์อีกครั้ง หลังจากประชุมกับเลขาธิการใหญ่ขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต)
ทรัมป์โพสต์ในทรูธโซเชียลเมื่อวันพุธ (8 เม.ย.) โดยพิมพ์ด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ว่า “นาโตไม่ได้อยู่ตรงนั้นเมื่อเราต้องการพวกเขา และพวกเขาจะไม่อยู่ตรงนั้น ถ้าเราต้องการพวกเขา”
โพสต์ดังกล่าวมีขึ้นสองชั่วโมงหลังจากพบปะกับมาร์ก รุตเตอ เลขาธิการนาโต ที่ทำเนียบขาว หนึ่งวันหลังจากสหรัฐและอิหร่านตกลงหยุดยิง
ก่อนการประชุม แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า สมาชิกรัฐได้หันหลังให้กับชาวอเมริกันที่ให้เงินทุนด้านกลาโหมแก่พวกเขา และกล่าวว่าทรัมป์จะสนทนาอย่าง “ตรงไปตรงมาและเปิดเผย” กับเลขาธิการนาโต และอ้างคำพูดของประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า “พวกเขาถูกทดสอบแล้ว และพวกเขาล้มเหลว”
คำพูดดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลในฝั่งตะวันตกว่า ทรัมป์อาจเป็นฝ่ายถอนตัวสหรัฐออกจากกลุ่มพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ที่ทรัมป์บอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเป็นแค่ “เสือกระดาษ” ซึ่งสื่อถึง ภายนอกดูน่าเกรงขาม แต่ภายในกลับไม่มีน้ำยา หรือไม่มีอำนาจจริง
สมาชินาโตหลายประเทศปฏิเสธที่จะเปิดน่านฟ้าของตนให้สหรัฐใช้เครื่องบินทหาร หรือส่งกองทัพเรือเพื่อช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลกแต่อิหร่านปิดเส้นทางดังกล่าว
นอกจากนี้ หลังจากหารือกับรุตเตอแล้ว ทรัมป์ยังได้รื้อฟื้นเรื่องการขู่ยึดกรีนแลนน์จากเดนมาร์กที่เป็นสมาชิกนาโต ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างความปั่นป่วนต่อพันธมิตรตั้งแต่ก่อนสหรัฐโจมตีอิหร่านเสียอีก
“จำกรีนแลนด์ได้ไหม เกาะน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่บริหารจัดการได้ไม่ดี!!!” ทรัมป์โพสต์
ด้านรุตเตอ ผู้ที่เป็นเหมือนเสียงกระซิบข้างหูทรัมป์ในสายตายุโรป เนื่องจากเขามีทักษะในการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับปธน.สหรัฐ กล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่า ทรัมป์ได้แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนต่อพันธมิตรนาโต
รุตเตอบอกว่า เขาได้หารือกับทรัมป์อย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผยอย่างมาก ในระหว่างที่พบปะกัน และแม้เขาเข้าใจความไม่พอใจของปธน.สหรัฐ แต่เขาก็ยังโต้แย้งคำวิจารณ์บางส่วนอยู่บ้าง
“ผมสามารถชี้ให้เห็นได้ว่าชาติยุโรปส่วนใหญ่ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ทั้งด้านฐานทัพ โลจิสติกส์ การบินสำรวจ เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาได้ปฏิบัติตามพันธสัญญา“ รุตเตอกล่าว และเสริมว่า "สิ่งที่สหรัฐทำกับอิหร่าน พวกเขาสามารถทำได้ เพราะประเทศยุโรปหลายประเทศปฏิบัติตามพันธสัญญาเหล่านั้น แต่ไม่ใช่ทุกประเทศ และผมเข้าใจความผิดหวังของเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ดี แต่ภาพรวมมีความซับซ้อนมากกว่านั้น”
รุตเตอยังได้ปฏิเสธแนวคิดที่ว่า สมาชิกนาโตมองสงครามอิหร่านว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายด้วย โดยแย้งว่ายุโรปมีการสนับสนุนอย่างกว้างขวางต่อการลดขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน และเตือนว่าการเจรจาทางการทูตที่ยืดเยื้ออาจเสี่ยงต่อการเกิด “สถานการณ์แบบเกาหลีเหนือ” ซึ่งหมายถึง การเจรจายืดเยื้อจนประเทศใดประเทศหนึ่งมีศักยภาพด้านนิวเคลียร์ และในตอนนั้นก็สายเกินไปที่จะแก้ไข
ทั้งนี้ นาโต องค์การระดับโลกที่รวมประเทศยุโรปหลายประเทศ สหรัฐและแคนาดาเป็นพันธมิตรร่วมกันนั้น ก่อตั้งเมื่อปี 1949 เพื่อคานอำนาจกับสหภาพโซเวียต และกลายเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงของโลกตะวันตกนับแต่นั้นเป็นต้นมา และพันธมิตรเคยใช้ข้อตกลงป้องกันร่วมกันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือหลังเกิดการโจมตีตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในสหรัฐเมื่อเดือนกันยายนปี 2001
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์คาดหวังว่านาโตจะมีบทบาทอย่างไรในตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า ทรัมป์กำลังพิจารณาลงโทษสมาชิกนาโตบางประเทศที่เขาเชื่อว่าไม่ให้ความช่วยเหลือในช่วงความขัดแย้ง โดยการถอนทหารสหรัฐออกจากประเทศเหล่านั้น แต่ยังไม่ถึงขั้นที่ทรัมป์เคยขู่ว่าจะถอนสหรัฐออกจากนาโต ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาสหรัฐ
เมื่อสื่อถามเกี่ยวกับรายงานดังกล่าว รุตเตอยังไม่ได้ตอบถึงประเด็นนี้โดยตรง แต่ตอบเพียงว่า
“ประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป รวมถึงฝรั่งเศส ได้ทำในสิ่งที่พวกเขาสัญญาไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะทำในกรณีที่เกิดแบบนี้ ดังนั้น ยุโรปในฐานะฐานที่มั่นในการแสดงแสนยานุภาพของสหรัฐ ได้มีบทบาทอย่างเต็มที่ในช่วงหกสัปดาห์ที่ผ่านมา”





