"เจิ้ง ลี่เหวิน" ผู้นำพรรคฝ่ายค้านไต้หวัน เดินทางเยือนจีน ไปเคารพสุสาน "ซุน ยัตเซ็น" ผู้ก่อตั้งพรรค พร้อมให้คำมั่นปรองดอง ‘จีน’
เจิ้ง ลี่เหวิน ผู้นำพรรคฝ่ายค้านไต้หวัน ให้คำมั่นในวันพุธ (8 เม.ย.) จะสืบทอดเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งพรรคซุน ยัตเซ็น และจะมุ่งแสวงหาการปรองดองกับจีน ทั้งยังกล่าวชื่นชมความสำเร็จของประเทศ(จีน) ที่สุสานของเขา หลังการปฏิวัติคอมมิวนิสต์
เจิ้ง หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน เดินทางเยือนจีนเมื่อวันอังคาร (7 เม.ย.) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แรงกดดันทางทหารของจีนต่อไต้หวันเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งปักกิ่งมองว่าไต้หวันเป็นดินแดนของตนเอง และเกิดขึ้นขณะที่รัฐสภาที่พรรคฝ่ายค้านครองเสียงข้างมากขัดขวางแผนการของรัฐบาลไต้หวันในการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม 4 หมื่นล้านดอลลาร์
ในช่วงเวลาของการเยือนที่เต็มไปด้วยนัยเชิงสัญลักษณ์ เจิ้งได้ไปวางพวงมาลาที่สุสานของซุนในหนานจิง เมืองทางตะวันออกของจีน และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาลสาธารณรัฐจีนที่นำโดยพรรคก๊กมินตั๋ง ก่อนที่จะถอยร่นไปยังไต้หวันในปี 1949 เพราะพ่ายแพ้สงครามกลางเมืองต่อฝ่ายคอมมิวนิสต์ของเหมา เจ๋อตง
“คุณค่าหลักของอุดมคติซุนยัตเซ็นที่ว่า ‘ทุกคนบนโลกล้วนเท่าเทียมกัน’ นั้น คือความเสมอภาค การยอมรับความแตกต่าง และความสามัคคี” เฉิงกล่าวในคลิปวิดีโอที่ถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ไต้หวัน
“เราควรทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมการปรองดองและความสามัคคีในช่องแคบ(ไต้หวัน) และสร้างความเจริญรุ่งเรืองและสันติภาพในภูมิภาค”
เจิ้ง ลี่เหวิน กล่าวสุนทรพจน์หน้ารูปภาพของซุน ยัตเซ็น ในไทเป เมื่อวันที่ 30 มี.ค.
ทั้งนี้ ซุน ผู้โค่นราชวงศ์สุดท้ายและผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐจีนในปี 1912 เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในปี 1925
ซุนยังคงได้รับการยกย่องอย่างเป็นทางการในไต้หวันในฐานะผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐจีน และในจีน พรรคคอมมิวนิสต์ก็ยกย่องเขาในฐานะวีรบุรุษแห่งชาติจีน และเหมา เจ๋อตงประกาศให้เขาเป็น “ผู้บุกเบิกการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่” ด้วย
ในการเยือนจีน เจิ้งกล่าวว่า ท้ายที่สุดพรรค KMT ได้สานต่ออุดมการณ์ของซุนและทำให้ไต้หวันกลายเป็นสังคมเสรีและประชาธิปไตย เธอยังได้กล่าวถึง “ยุคความหวาดกลัวสีขาว” ซึ่งเป็นช่วงที่เกาะอยู่ภายใต้การประกาศใช้กฎอัยการศึกของพรรคก๊กมินตั๋งยาวนาน 38 ปี จนถึงปี 1987
“เราก็ได้เห็นและเป็นพยานได้ถึงความก้าวหน้าและการพัฒนาที่เกินความคาดหมายและจินตนาการของทุกคน เช่นเดียวกับแผ่นดินใหญ่” เธอกล่าวเสริมถึงไต้หวัน
ขณะที่ไต้หวันเป็นเกาะประชาธิปไตยแบบหลายพรรค แต่พรรคคอมมิวนิสต์ของจีนยังไม่ยอมรับการคัดค้านต่ออำนาจการปกครองของตนเอง
ก้าวสำคัญการแลกเปลี่ยนสันติภาพ
หยาง จื่อหาง นักศึกษาวัย 19 ปี ที่ไปชมขบวนรถของเจิ้งกับเพื่อนของเขาบอกว่า การเยือนนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากในการแลกเปลี่ยนสันติภาพระหว่างสองฝ่ายของช่องแคบไต้หวัน
ที่ผ่านมาจีนปฏิเสธที่จะพูดคุยกับไล่ ชิงเต๋อ ประธานาธิบดีไต้หวัน โดยบอกว่าเขาเป็นคนแบ่งแยกดินแดน ขณะที่ไล่บอกว่าประชาชนของไต้หวันสามารถตัดสินใจเรื่องอนาคตได้ด้วยตนเอง
สำหรับเจิ้ง เธอบอกว่า ภารกิจของเธอคือการสร้างสันติภาพ และแม้ว่าเธอจะสนับสนุนการใช้จ่ายด้านกลาโหม แต่ก็ต้องสร้างความสมดุลกับการเจรจาด้วย
ต้องเลิกขวางการอนุมัติงบกลาโหม
อู๋ เจิ้ง โฆษกพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า บอกว่า หาก KMT ต้องการความมั่นคงในช่องแคบจริงๆ ควรหยุดขัดขวางการใช้จ่ายกลาโหมในสภา
รัฐบาลไล่บอกว่า เจิ้งควรบอกเจ้าหน้าที่จีน รวมถึงควรเข้าพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพื่อยุติการคุกคามทางทหารของจีนต่อเกาะ และเคารพสิทธิของชาวไต้หวันในการเลือกอนาคตของตนเอง
ไช่ หมิงเหยิน อธิบดีสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติไต้หวัน กล่าวว่า จีนใช้การข่มขู่ทางทหาร และการคุกคามเพื่อสร้างบรรยากาศให้รู้สึกถึงความอันตรายของปฏิบัติการทางทหารที่เพิ่มขึ้น และความไม่มั่นคงทั่วช่องแคบไต้หวัน เพื่อแบ่งแยกสังคมภายในไต้หวัน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับ “จุดยืนที่สนับสนุนจีน” นอกจากนี้อาจขัดขวางความพยายามในการผลักดันข้อตกลงจัดซื้ออาวุธของสหรัฐอีกด้วย





