จีนและรัสเซีย ใช้สิทธิ์วีโต้คัดค้านมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเพื่อปกป้องฮอร์มุซ เนื่องจากมองว่ามติมีความลำเอียงต่ออิหร่าน
จีนและรัสเซียใช้สิทธิ์วีโต้ (คัดค้าน) ในการลงมติวันอังคาร (7 เม.ย.) เพื่อกระตุ้นให้รัฐต่างๆ ประสานความพยายามในการปกป้องเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยมองว่ามาตรการดังกล่าวมีอคติต่ออิหร่าน ขณะที่เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็นเรียกร้อง “ประเทศที่มีความรับผิดชอบ” ร่วมมือกับสหรัฐรักษาเส้นทางเดินเรือแห่งนี้
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ซึ่งมีสมาชิก 15 ประเทศนั้น ลงคะแนนเห็นชอบมติของบาห์เรน 11 เสียง แต่จีนและรัสเซียคัดค้าน และมีอีกสองประเทศงดออกเสียง
อับดุลลาติฟ บิน ราชิด อัล ซายานี รัฐมนตรีต่างประเทศบาห์เรนกล่าว “ร่างมติไม่ผ่านเพราะมีสมาชิกถาวรลงคะแนนเสียงคัดค้าน”
ทูตสหรัฐประณามสิทธิ์วีโต้
ไมค์ วอลซ์ ทูตสหรัฐประจำยูเอ็น ประณามการวีโต้ของรัสเซียและจีน โดยบอกว่าเหตุการณ์นี้ถือเป็น “จุดตกต่ำครั้งใหม่” เมื่อการปิดช่องแคบของอิหร่านขัดขวางไม่ให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์และเสบียงต่างๆ ไปถึงพื้นที่ที่เกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรม ทั้งในคองโก ซูดาน และฉนวนกาซา
“ไม่มีใครควรยอมรับเรื่องนี้ พวกเขากำลังจี้เศรษฐกิจโลกด้วยกระบอกปืน แต่วันนี้ รัสเซียและจีนกลับยอมรับ พวกเขาเข้าข้างระบอบที่พยายามข่มขู่อ่าวเปอร์เซียให้ยอมจำนน ทั้งยังกระทำการโหดร้ายต่อประชาชนของพวกเขา”
วอลซ์บอกด้วยว่า อิหร่านสามารถเลือกเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ เพื่อสร้างสันติภาพและแก้ไขความผิดพลาด และเสริมว่า “แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น และหลังจากนั้น เราขอเรียร้องให้ประเทศที่มีความรับผิดชอบร่วมมือกับเราในการรักษาช่องแคบฮอร์มุซเอาไว้ ปกป้องมัน เพื่อให้แน่ใจว่าช่องแคบจะเปิดเพื่อการค้าอย่างถูกกฎหมาย เพื่อสินค้ามนุษยธรรม และเพื่อการเคลื่อนย้ายสินค้าทั่วโลกอย่างเสรี”
ด้านฝรั่งเศสเสียใจที่มีการใช้สิทธิวีโต้
“เป้าหมายคือการส่งเสริมมาตรการป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัดอย่างแท้จริง เพื่อรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของช่องแคบโดยไม่ทำให้สถานการณ์บานปลาย” เจโรม บอนนาฟองต์ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำยูเอ็นกล่าว
รัสเซีย-จีน ชี้ มติมีอคติต่ออิหร่าน
รัสเซียและจีนกล่าวว่า มติดังกล่าวมีอคติต่ออิหร่าน โดยฟู่ คง ทูตจีนประจำยูเอ็นบอกว่า การปรับใช้ร่างดังกล่าวในขณะที่สหรัฐกำลังคุกคามความอยู่รอดของอารยธรรมอิหร่าน จะเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดพลาด
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์โพสต์ขู่ในทรูธโซเชียลว่า “อารยธรรมทั้งมวลจะล่มสลายในคืนนี้(7 เม.ย.)” เนื่องจากอิหร่านไม่มีท่าทีว่าจะยอมรับคำขาดของเขาในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในเย็นวันอังคารตามเวลาวอชิงตัน
วาซิลี เนเบนเซีย ทูตรัสเซียประจำยูเอ็นกล่าวว่า รัสเซียและจีนกำลังเสนอมติทางเลือกเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงความมั่นคงทางทะเล
ตามร่างมติที่รอยเตอร์ได้เห็น ได้ระบุถึงการเรียกร้องให้ลดระดับความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่ และกลับสู่เส้นทางทางการทูต
ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงข่าวในวันอังคารว่า คณะมนตรีความมั่นคงควรดำเนินการลดความขัดแย้ง ยุติความขัดแย้ง และดึงการเจรจากลับมา
เหมา หนิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าว “ไม่ควรนำ(มติ)ไปใช้เพื่อสนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างการทำสงคราม และยิ่งไม่ควรนำไปใช้เพื่อเติมเชื้อไฟให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก”
อามีร์ ซาอีด อิราวานี ทูตอิหร่านประจำยูเอ็น ได้กล่าวชื่นชมการดำเนินการของจีนและรัสเซีย โดยบอกว่า
“การกระทำของพวกเขาในวันนี้ได้ป้องกันไม่ให้คณะมนตรีความมั่นคงถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่การรุกราน”
ด้านอิราวานีเสริมว่าผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติกำลังเดินทางไปยังเตหะรานเพื่อหารือ
ขณะที่แหล่งข่าวจากยูเอ็นเผยว่า ผู้แทนพิเศษ ฌอง อาร์โนลต์ ซึ่งออกเดินทางไปยังตะวันออกกลางเมื่อวันจันทร์ มีความตั้งใจที่จะเยือนอิหร่านเพื่อผลักดันให้ยุติสงคราม แต่แผนการเดินทางของเขาขึ้นอยู่กับความปลอดภัยและโลจิสติกส์
ทั้งนี้ โดยสรุปแล้วจีนและรัสเซียเลือกใช้สิทธิวีโต้ แม้ว่าบาห์เรนจะลดระดับความเข้มงวดของร่างมติลงอย่างมาก หลังจากที่จีนคัดค้านการอนุมัติการใช้กำลังเพื่อเปิดฮอร์มุซ
โดยร่างมติใหม่ได้เปลี่ยนข้อความเกี่ยวกับการใช้กำลังเป็นการระบุถึงการสนับสนุนให้รัฐต่างๆ “ประสานความพยายามในการป้องกันตนเองให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อมีส่วนร่วมในการรับประกันความปลอดภัยและความมั่นคงของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”
นอกจากนี้ยังระบุว่า การมีส่วนร่วมดังกล่าวอาจรวมถึง “การคุ้มกันเรือสินค้าและเรือพาณิชย์” และสนับสนุนความพยายาม “ในการยับยั้งความพยายามที่จะปิด ขัดขวาง หรือแทรกแซงการเดินเรือระหว่างประเทศผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”





