วันพุธ ที่ 8 เมษายน 2569

Login
Login

‘อาเซียน’ 52% พึงพอใจ ‘จีน’ มากกว่า ‘สหรัฐ’ ในช่วงโลกป่วน

‘อาเซียน’ 52% พึงพอใจ ‘จีน’ มากกว่า ‘สหรัฐ’ ในช่วงโลกป่วน

ผลสำรวจของสถาบัน ISEAS-Yusof Ishak พบ ‘อาเซียน’ 52% พึงพอใจ ‘จีน’ มากกว่า ‘สหรัฐ’ ถ้าจำใจต้องเลือกข้างในช่วงที่โลกปั่นป่วน

ชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่เลือกจีนเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์มากกว่าสหรัฐ ถ้าถูกบีบให้เลือก ขณะที่นักวิเคราะห์ระบุว่า ผลการสำรวจประจำปีดังกล่าวมีสาเหตุมาจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และการค้าที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งมีต้นเหตุมาจากนโยบายของวอชิงตัน

แต่นักวิเคราะห์เตือนว่าไม่ควรตีความความรู้สึกของผู้ตอบแบบสอบถามในแบบสำรวจของสถาบัน ISEAS-Yusof Ishak ว่าเป็นการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจได้เปรียบ หรืออีกฝ่ายเสียเปรียบ และบอกว่าอาเซียนกำลังมองหาพันธมิตรที่หลากหลายในโลกที่มีหลายขั้วอำนาจ

เมื่อถามว่า มหาอำนาจใดภูมิภาคที่ควรเลือกถ้าถูกบังคับให้เลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งระหว่างสหรัฐกับจีน ผู้ตอบแบบสอบถาม 52% เลือกปักกิ่ง ขณะที่ 48% เลือกวอชิงตัน ขณะที่แบบสำรวจเมื่อปีก่อน ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกสหรัฐ 52.3% เลือกจีน 47.7%

ประเทศที่สนับสนุนมากกว่าได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และสิงคโปร์ ขณะที่ฟิลิปปินส์ เมียนมา และเวียดนาม พึงพอใจสหรัฐมากกว่า

ทั้งนี้ สถาบัน ISEAS-Yusof Ishak ได้สัมภาษณ์ผู้ตอบแบบสอบถาม 2,008 คน จาก 11 ประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงผู้ที่อยู่ในภาคเอกชน สถาบันวิจัย และผู้กำหนดนโยบาย

การสำรวจนี้จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 5 มกราคมถึง 20 กุมภาพันธ์ โดยเริ่มต้นขึ้นไม่กี่วันหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอนุมัติปฏิบัติการจับกุมนิโคลัส มาดูโร อดีตผู้นำเวเนซุเอลา และประกาศว่าวอชิงตันจะควบคุมการขายน้ำมันของประเทศในอเมริกาใต้แห่งนี้อย่างไม่มีกำหนด

อิง ชี เคิร์น ผู้อำนวยการสถาบัน ISEAS-Yusof Ishak กล่าวว่า เนื่องจากสัดส่วนการสนับสนุนที่เอนเอียงไปทางจีนไม่ต่างจากสหรัฐมาก จึงไม่ควรตีความว่าเป็น “การเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่” ไปหาปักกิ่ง

ด้านสกอต มาร์เซียล อดีตนักการทูตสหรัฐและที่ปรึกษาอาวุโสของ BowerGroupAsia กล่าวว่า เขาแปลกใจที่ตัวเลขไม่เปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้ เมื่อพิจารณาจากมาตรการภาษีและนโยบายอื่นๆ ของรัฐบาลทรัมป์

แต่มาร์เซียลเตือนว่า อย่ามองว่านี่เป็นเกมที่ฝ่ายหนึ่งได้ อีกฝ่ายเสียทั้งหมด ขณะที่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคก็มีความร่วมมือกับประเทศอื่นมากขึ้นด้วย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ออสเตรเลีย และประเทศในยุโรป

หวัง จื่อเฉิน รองเลขาธิการศูนย์ศึกษาจีนและโลกาภิวัตน์ กล่าวว่า ผลการวิจัยควรได้รับการตีความอย่างระมัดระวัง และตนไม่คิดว่ามันหมายความว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ‘เลือก’ จีนแต่อย่างใด แต่อีกนัยก็หมายความว่า เมื่อภูมิภาคถูกผลักดันเข้าสู่ภาวะสองขั้วที่ไม่สบายใจ จีนก็ไม่ได้อยู่ในฝ่ายที่เสียเปรียบอีกต่อไป”

นอกจากนี้ผลการวิจัยยังแสดงให้เห็นด้วยว่า ชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตระหนักถึงความสำคัญของการพึ่งพาทางเศรษฐกิจและความใกล้ชิดในระดับภูมิภาคมากขึ้น และอนาคตของพวกเขาไม่อาจนึกภาพได้ถ้าไม่มีจีน

ผลสำรวจฉบับที่แปดนี้ แสดงให้เห็นว่า การเป็นผู้นำของสหรัฐภายใต้การนำของทรัมป์ เป็นเรื่องกังวลเรื่องใหญ่ที่สุดของผู้ตอบแบบสอบถาม รองลงมาคือการฉ้อโกงระดับโลก และพฤติกรรมก้าวร้าวในทะเลจีนใต้

มาร์เซียลกล่าวว่า ผลการสำรวจไม่น่าแปลกใจ เนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึง “การเปลี่ยนแปลงอย่างมาก” ในนโยบายต่างประเทศของสหรัฐในช่วงวาระที่สองของทรัมป์