วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2569

Login
Login

UN เตรียมลงมติปกป้อง ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ ตัดประเด็นใช้กำลัง เลี่ยงจีนวีโต

UN เตรียมลงมติปกป้อง ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ ตัดประเด็นใช้กำลัง เลี่ยงจีนวีโต

สภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เตรียมลงมติปกป้องการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ตัดประเด็นใช้กำลังออกไป เลี่ยงถูกจีน-รัสเซียใช้วีโต

นักการทูตเผยว่า สภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เตรียมลงมติในวันอังคาร (7 เม.ย.69) เพื่อปกป้องการเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ แต่เนื้อหาของในการลงมติถูกปรับให้เบาลงอย่างมาก หลังจากจีนซึ่งมีอำนาจวีโต (อำนาจยับยั้ง) คัดค้านการใช้กำลัง

ความพยายามของ “บาห์เรน” ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานสภาความมั่นคงที่มีสมาชิก 15 ประเทศ ในการผลักดันให้ได้มาซึ่งมติ ได้มีการจัดทำร่างหลายฉบับ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกคัดค้านจากจีน รัสเซีย และประเทศอื่นๆ

ร่างฉบับล่าสุดที่รอยเตอร์ได้เห็นนั้น ได้ตัดข้อความที่ระบุถึงการอนุญาตให้ใช้กำลังอย่างชัดเจนออกไปทั้งหมด และแทนที่ด้วยข้อความดังนี้

“ขอสนับสนุนอย่างยิ่งให้รัฐต่างๆ ที่สนใจใช้เส้นทางเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ประสานความพยายามในลักษณะป้องกันตนเองให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย และความมั่นคงในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”

ข้อความดังกล่าวระบุว่า การสนับสนุนดังกล่าวอาจรวมถึง “การคุ้มกันเรือสินค้า และเรือพาณิชย์” และยังระบุว่าจะสนับสนุนความพยายาม “ในการยับยั้งความพยายามปิด ขัดขวาง หรือแทรกแซงการเดินเรือระหว่างประเทศผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”

นักการทูตหลายคนกล่าวว่า ร่างมติที่มีข้อความที่เบาลงนั้นเป็นโอกาสที่ดีที่จะผ่านการลงมติได้ง่ายกว่า แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะสำเร็จหรือไม่

ทั้งนี้ การลงมติต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบอย่างน้อย 9 เสียง และไม่มีการใช้สิทธิวีโตจากสมาชิกถาวรอย่าง สหราชอาณาจักร จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย และสหรัฐ

บาห์เรน ซึ่งได้รับการสนับสนุนความพยายามดังกล่าวจากรัฐอ่าวอาหรับหลายประเทศ และวอชิงตัน ได้ออกร่างมติเมื่อวันพฤหัสบดี (2 เม.ย.69) ซึ่งร่างมติดังกล่าวจะอนุญาตให้ใช้ “มาตรการป้องกันที่จำเป็นทั้งหมด” เพื่อปกป้องการขนส่งทางทะเล แต่การลงคะแนนในเรื่องนี้ถูกเลื่อนออกไปในวันศุกร์ (3 เม.ย.69) และวันเสาร์ (4 เม.ย.69)

เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ผ่านมา จีนได้คัดค้านมติในการใช้กำลัง โดยบอกว่านี่จะเป็นการ “ให้ความชอบธรรมในการใช้กำลังโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งจะนำไปสู่การทวีความรุนแรงของสถานการณ์ และก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

ด้านอิหร่าน กล่าวในวันจันทร์ (6 เม.ย.69) ว่า ตนต้องการยุติสงคราม แต่ไม่ยอมรับแรงกดดันให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่า อิหร่านอาจถูกกำจัด ถ้าไม่ทำตามเส้นตายเปิดช่องแคบฮอร์มุซในคืนวันอังคาร (7 เม.ย.69) ตามเวลาสหรัฐ ซึ่งจะตรงกับช่วงเช้าวันพุธ (8 เม.ย.69) ตามเวลาไทย

ปัจจุบันราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นนับตั้งแต่สหรัฐ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ก่อให้เกิดความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานกว่าห้าสัปดาห์ และทำให้เตหะรานปิดช่องแคบอิหร่าน ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญ

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์