วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2569

Login
Login

หัวอกเดียวกัน! วิกฤติพลังงานกดดันชาวมาเลย์เริ่มตุนของใช้จำเป็น

หัวอกเดียวกัน! วิกฤติพลังงานกดดันชาวมาเลย์เริ่มตุนของใช้จำเป็น

ปีนัง รัฐตอนเหนือของมาเลเซีย  ริชาร์ด เทห์ วัย 48 ปี เริ่มซื้อน้ำบรรจุขวด อาหารแห้งและข้าวสารบรรุถุงปริมาณ 10 กก.กักตุนไว้ในครัวที่บ้าน ซึ่งนี่ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่มีการกักตุนอาหารและของใช้จำเป็นเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 2565 ซึ่งเป็นปีที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่เป็นการเคลื่อนไหวที่พอคาดเดาได้ ขณะที่ผลกระทบจากสงครามอิหร่านลามมาถึงชาวมาเลเซีย

"ช่วงโรคโควิด-19 ระบาด เราอาจจะไม่สามารถออกไปข้างนอกเพื่อซื้อของใช้ที่เราต้องการ แต่สถานการณ์ตอนนี้ ทำให้ตระหนักว่า คุณต้องซื้อของใช้กักตุนไว้ และผมก็ไม่ได้คิดว่าผมตื่นตระหนกกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น"เทห์  กล่าวกับสเตรทไทม์ส
 

นอกจากซื้อของใช้จำเป็นตุนไว้แล้ว เทห์ ยังเริ่มกลับมาปลูกกระเจี๊ยบ และข้าวโพดในแปลงปลูกผักที่เขาเคยทำเมื่อสองปีก่อน  พร้อมยอมรับว่า ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่อย่างน้อยก็ได้ทำบางอย่าง 

เทห์ ไม่ใช่คนเดียวที่ทำแบบนี้  ชาวมาเลเซียคนอื่นๆทั่วประเทศก็เริ่มซื้อของจำเป็นตุนไว้อย่างเงียบๆ ในสังคมออนไล์ หรือดิจิทัลต่างคุยกันด้วยเรื่องการอยู่ให้รอดท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งหัวข้อที่พูดคุยกัน มีตั้งงแต่การเก็บข้าวสารในที่เก็บสูญญากาศ ไปจนถึง การใช้ตัวดูดซับอ็อกซิเจนเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาของใช้จำเป็นที่ซื้อมาตุนไว้ 

ดร.อาวัง เอซแมน นักวิเคราะห์การเมือง มองว่า ปัญหาต้นทุนการใช้ชีวิตที่สูงขึ้นจะเป็นบททดสอบสำคัญของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม เนื่องจากปัญหานี้กำลังบั่นทอนความเชื่อมั่นของสาธารณะชนโดยตรง โดยประชาชนไม่มั่นใจว่านายกฯจะรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
 

นักวิเคราะห์การเมืองรายนี้ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงการลงจากอำนาจของอดีตนายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน เพราะล้มเหลวในการบริหารประเทศช่วงโรคโควิด-19 ระบาดที่มาพร้อมกับความเปราะบางทางการเมือง เศรษฐกิจกำลังมีปัญหา บวกกับประชาชนเห็นว่านายกฯล้มเหลวในการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ดร.อาวังยังมองแง่ดีว่า วิกฤติพลังงานจะไม่บั่นทอนแรงสนับสนุนที่ประชาชนมีต่อรัฐบาลโดยอัตโนมัติ หากรัฐบาลรับมือกับวิกฤตินี้ได้สำเร็จ ซึ่งอาจทำให้ นายกฯอันวาร์ อยู่ในอำนาจได้ต่อไป