หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้คาดว่า ‘เกาหลีเหนือ’ พยายามรักษาระยะห่างกับ ‘อิหร่าน’ เพื่อเปิดโอกาสการหารือกับ ‘สหรัฐ’
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกาหลีใต้อ้างอิงหน่วยข่าวกรองกล่าวว่า เกาหลีเหนือดูเหมือนจะรักษาระยะห่างจากอิหร่านซึ่งเป็นพันธมิตรมาอย่างยาวนาน และระมัดระวังในการสื่อสารผ่านสาธารณะเพื่อรักษาความเป็นไปได้ของการสร้างความสัมพันธ์ใหม่กับสหรัฐ หลังจากเกิดสงครามอิหร่าน
พัค ซุนวอน สส. ที่เข้าร่วมประชุมแบบปิดของหน่วยข่าวกรองกล่าวว่า หน่วยข่าวกรองแห่งชาติ (NIS) พบว่า เกาหลีเหนือไม่ได้ส่งอาวุธหรือซัพพลายใดๆ ให้กับอิหร่านมานานแล้ว นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. และไม่ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อสาธารณะเกี่ยวกับการเสียชีวิตของอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่านที่ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศ
ขณะที่เปียงยางก็ไม่ได้ส่งสารแสดงความยินดีเมื่อโมจตาบา คาเมเนอี ลูกชายของคาเมเนอีขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่
ส่วนจีนและรัสเซียได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับความขัดแย้งนี้บ่อยครั้ง แต่กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือเพียงแค่ออกแถลงการณ์ให้ลดความรุนแรงลงสองฉบับเท่านั้น เนื่องจากช่วงหลังเกาหลีเหนืออาจกำลังพยายามหลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐโดยตรง
NIS ประเมินว่า การยับยั้งชั่งใจนี้เป็นการเตรียมการเพื่อสร้างพื้นที่ทางการทูตใหม่ หลังการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนและประธานาธิบดีทรัมป์ที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม
NIS แจ้งต่อสมาชิกรัฐสภาว่า เกาหลีเหนือกำลังเผชิญกับความตึงเครียดทางเศรษฐกิจอย่างมากเนื่องจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้การจัดหาซัพพลายของอุตสาหกรรมหยุดชะงัก ราคาสินค้าสูงขึ้น และอัตราแลกเปลี่ยนพุ่งสูงขึ้นนอกจากนี้ เกาหลีเหนือยังพยายามที่จะจัดหาแหล่งน้ำมันจากรัสเซียด้วย
ในการประชุมสมัชชาพรรคแรงงานเกาหลีเหนือครั้งที่ 9 เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้แสดงท่าทีว่าอาจเปิดช่องทางสำหรับการเจรจากับวอชิงตัน โดยกล่าวว่าไม่มีเหตุผลใดที่ทั้งสองประเทศ “จะไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างราบรื่น” หากสหรัฐยอมรับสถานะของเกาหลีเหนือในฐานะรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์และถอนนโยบายที่เป็นปรปักษ์ออกไป
สส.พัค กล่าวว่า NIS ประเมินไว้ว่า คิม จองอึน กล่าวคำพูดเหล่านั้นด้วยน้ำเสียงของตนเองโดยเจตนา เพื่อส่งสัญญาณรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับทรัมป์ และเตรียมความพร้อมให้เปียงยางสำหรับบทใหม่ทางการทูตเมื่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลายลง





