ทางการสหรัฐเผยกองกำลังสหรัฐช่วยเหลือทหารอากาศนายหนึ่งอย่างกล้าหาญหลังแนวข้าศึก หลังเครื่องบินรบถูกอิหร่านยิงตก ช่วยคลี่คลายวิกฤติให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังพิจารณายกระดับสงคราม
เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งเผยกับรอยเตอร์ว่า หน่วยปฏิบัติการพิเศษได้เข้าช่วยเหลือทหารอากาศผู้ปฏิบัติหน้าที่ดูแล ระบบอาวุธบนเครื่องบิน F-15 คนที่ทรัมป์บอกว่าเป็นทหารยศนาวาอากาศเอก
ด้านทรัมป์ระบุ “ในช่วงหลายชั่วโมงที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐได้ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยที่กล้าหาญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐ”ว่า ทหารรายนี้ได้รับบาดเจ็บ “แต่จะหายดี”
เขาเป็นทหารคนที่ 2 จากลูกเรือสองคนบนเครื่องบินที่ถูก ระบบป้องกันภัยทางอากาศอิหร่าน ยิงตก เมื่อวันศุกร์ (3 เม.ย.) ลูกเรือคนแรกได้รับการช่วยเหลือไว้ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ส่วนคนที่ 2 ทั้งสหรัฐและอิหร่านต้องเปิดปฏิบัติการค้นหาครั้งใหญ่
ทางการอิหร่านขอให้ประชาชนช่วยกันค้นหาเขา ด้วยหวังว่าจะสร้างข้อได้เปรียบต่อรัฐบาลวอชิงตันในสงครามที่ทรัมป์และอิสราเอลเปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. กล่าวคือ หากอิหร่านจับตัวทหารอากาศคนนี้ได้ วิกฤติตัวประกันที่เกิดขึ้นจะเปลี่ยนมุมมองของสาธารณชนอเมริกันต่อความขัดแย้งนี้ ที่ผลสำรวจพบว่า ประชาชนไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว
สำนักข่าวทัสนิมรายงาน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) แถลงว่า อิหร่านทำลายเครื่องบินหลายลำระหว่างภารกิจช่วยชีวิตของสหรัฐ
ล่าสุด ทรัมป์ขู่ว่าจะขยายวงความขัดแย้งภายในไม่กี่วันนี้ ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน
ทรัมป์กล่าวว่า ทหารอากาศรายนี้ได้รับการช่วยเหลือ “ในเขตเทือกเขาสุดแสนอันตรายของอิหร่าน” นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การทหารที่นักบินสหรัฐสองคนได้รับการช่วยเหลือต่างกรรมต่างวาระลึกเข้าไปในดินแดนศัตรู
เจ้าหน้าที่รายเดิมกล่าวกับรอยเตอร์ต่อไปว่า เจ้าหน้าที่ระบบอาวุธรายนี้ถูกย้ายจากจุดที่ใกล้ภูเขาลูกหนึ่งไปยังยานลำเลียงที่จอดในดินแดนอิหร่าน กองทัพสหรัฐจำเป็นต้องทำลายเครื่องบินอย่างน้อยหนึ่งลำเพราะเครื่องขัดข้อง
เครื่องบินสหรัฐโดนโจมตี
ความพยายามช่วยชีวิตครั้งนี้ต้องใช้เครื่องบินทหารหลายสิบลำ ทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับแรงต้านอันดุเดือดจากอิหร่าน
รอยเตอร์รายงานเมื่อวันศุกร์ว่า เฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กสองลำที่ร่วมปฏิบัติการค้นหา ถูกอิหร่านโจมตี แต่บินออกจากน่านฟ้าอิหร่านได้
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังกล่าวว่า นักบินคนหนึ่งดีดตัวออกจาก เครื่องบินขับไล่ A-10 Warthog หลังจาก เครื่องบินถูกยิงตก เหนือคูเวตแต่ยังไม่แน่ชัดว่าลูกเรือได้รับบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์รู้สึกว่าเป็นชัยชนะ
“ข้อเท็จจริงที่ว่าเราสามารถปฏิบัติการทั้งสองครั้งนี้ได้สำเร็จโดยไม่มีชาวอเมริกันเสียชีวิตหรือบาดเจ็บแม้แต่คนเดียว เป็นการพิสูจน์อีกครั้งว่าเรามีอำนาจเหนือกว่าและครองความเป็นใหญ่ในน่านฟ้าอิหร่านอย่างท่วมท้น” แถลงการณ์ทรัมป์ระบุ
ลูกเรือของกองทัพอากาศสหรัฐได้รับการฝึกฝนถึงสิ่งที่ต้องทำหากเครื่องบินตกในเขตแดนข้าศึกเป็นมาตรการที่เรียกว่า การเอาชีวิตรอด การหลบหนี การต้านทาน และการหลบเลี่ยง แต่มีเพียงไม่กี่คนที่พูดภาษาเปอร์เซียได้อย่างคล่องแคล่ว และต้องเผชิญกับความท้าทายในการซ่อนตัวไม่ให้ถูกตรวจพบขณะขอความช่วยเหลือ
กองบัญชาการกลางสหรัฐกล่าวว่า ความขัดแย้งนี้คร่าชีวิตทหารสหรัฐไปแล้ว 13 นาย บาดเจ็บกว่า 300 นาย ยังไม่มีทหารถูกอิหร่านจับเป็นเชลยศึก
แม้ว่าทรัมป์พยายามวาดภาพให้กองทัพอิหร่านดูเหมือนอ่อนแอมาโดยตลอด แต่พวกเขาก็สามารถโจมตีเครื่องบินของสหรัฐได้หลายครั้ง





