วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

สหรัฐส่งขีปนาวุธพิสัยไกลล่องหนชุดใหญ่ทำสงครามอิหร่าน

สหรัฐส่งขีปนาวุธพิสัยไกลล่องหนชุดใหญ่ทำสงครามอิหร่าน

จับตากองทัพสหรัฐถล่มอิหร่านขั้นต่อไป จะใช้ขีปนาวุธร่อนล่องหน JASSM-ER เกือบทั้งหมดที่มีโดยดึงจากคลังที่ต้องใช้สำหรับภูมิภาคอื่น

แหล่งข่าววงในรายหนึ่งเผยว่า คำสั่งดึงอาวุธราคา 1.5 ล้านดอลลาร์จากคลังแสงแปซิฟิก ออกมาเมื่อสิ้นเดือนมี.ค.ขีปนาวุธจากคลังสหรัฐในที่ต่างๆ รวมทั้งในสหรัฐภาคพื้นทวีปจะถูกย้ายไปยังฐานทัพของกองบัญชาการกลางหรือฐานทัพแฟร์ฟอร์ดในสหราชอาณาจักร

หลังจากเคลื่อนย้ายแล้วจะเหลือ JASSM-ER ราว 425 ลูกไว้ใช้สำหรับส่วนที่เหลือของโลก จากเดิม 2,300 ลูกซึ่งนั่นอาจพอสำหรับเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B จำนวน 17 ลำในภารกิจเดียว อีก 75 ลำหรือประมาณนั้น “ใช้การไม่ได้” เพราะเสียหายหรือผิดพลาดทางเทคนิค

JASSM-ER หรือขีปนาวุธร่วมยิงจากอากาศสู่พื้นขยายพิสัย สามารถบินได้ไกลกว่า 965 กิโลเมตร ออกแบบมาเพื่อทำลายเป้าหมายในระยะปลอดภัยขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการป้องกันทางอากาศของศัตรู

แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า เมื่อรวมกับ JASSM ที่มีพิสัยสั้นกว่า ราว 402 กิโลเมตร เท่ากับว่า สหรัฐใช้ขีปนาวุธร่อนล่องหนไปราวสองในสามของคลังแสง

ส่วนเครื่องสกัดขีปนาวุธและอาวุธโจมตีพิสัยไกลถูกออกคำสั่งนำมาใช้นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเปิดการโจมตีทางอากาศในวันที่ 28 ก.พ. การหามาทดแทนจะต้องใช้เวลาหลายปีหากยังใช้ในระดับปัจจุบัน

สหรัฐใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลอย่าง JASSM-ER จำนวนมากเพื่อการโจมตี ลดความเสี่ยงของทหาร แต่เมื่อคลังแสงลดลงเท่ากับว่า ศัตรูอย่างจีนย่อมมีขีดความสามารถมากขึ้น

สหรัฐและอิสราเอลกล่าวว่าได้ทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศอิหร่านไปเป็นจำนวนมากจึงสามารถใช้อาวุธราคาถูกกว่าโจมตีเป้าหมายในอิหร่านได้แต่เครื่องบินโจมตี F-15E ของสหรัฐลำหนึ่งถูกยิงร่วงเมื่อวันศุกร์ ไม่นานหลังจากเครื่องบินโจมตี A-10และเฮลิคอปเตอร์ค้นหาและช่วยชีวิตสองลำถูกอิหร่านยิงตก

ปฏิบัติการของสหรัฐตลอดสี่สัปดาห์แรกของสงครามใช้JASSM-ER ไปแล้วกว่า 1,000 ลำ ตอนบุกจับตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ใช้ไปแล้ว 47 ลำ

สหรัฐจัดสรรงบประมาณเพื่อซื้อขีปนาวุธ JASSM มากกว่า 6,200 ลูกนับตั้งแต่ปี 2009 และการผลิตขีปนาวุธ JASSM รุ่นพื้นฐานสำหรับคลังแสงสหรัฐได้ยุติลงเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว

บริษัทล็อกฮีดมาร์ตินมีแผนผลิตรุ่นพิสัยไกลสำหรับปี 2026 ไว้ที่396 ลูกแต่หากสายการผลิตซึ่งผลิตขีปนาวุธต่อต้านเรือ LRASM ด้วยนั้น หันมาผลิตขีปนาวุธ JASSM อย่างเต็มรูปแบบ ก็สามารถผลิตได้มากถึง 860 ลูก

การส่งJASSM-ER จำนวนมากเพื่อสงครามอิหร่านไม่ได้หมายความว่าจะใช้ทุกลูก ถึงขณะนี้ถูกปล่อยยิงจากเครื่องบินทิ้งระเบิดB-52 และB-1B และเครื่องบินโจมตี

สำนักข่าวบลูมเบิร์กสอบถามไปยังกองบัญชาการกลางสหรัฐและกระทรวงกลาโหม ยังไม่ให้ความเห็น

  • กลับสู่‘ยุคหิน’

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนปฏิบัติการขั้นต่อไปไว้อย่างไร หลังจากทหารราบรวมทั้งนาวิกโยธินและพลร่มเข้าสู่ภูมิภาคแล้ว คาดการณ์กันมากถึงการยึดเกาะคาร์ก ที่ตั้งศูนย์น้ำมันหลักของอิหร่าน

ทรัมป์แถลงต่อประชาชนในคืนวันพุธ (1 เม.ย.) ว่า “ในอีกสองถึงสามสัปดาห์ข้างหน้า เราจะนำพวกเขากลับไปสู่ยุคหินที่พวกเขาควรอยู่” โดยไม่ได้ระบุว่าหมายถึงอะไร

ในวันอังคาร (31 มี.ค.) พลเอกแดน เคน ประธานเสนาธิการทหารร่วม กล่าวว่า สหรัฐเริ่มนำเครื่องบิน B-52 บินเหนืออิหร่าน หมายความว่า ตอนนี้น่านฟ้าปลอดภัยขึ้นสำหรับการโจมตีโดยใช้ระเบิดความแม่นยำสูง JDAM ที่ราคาถูกกว่าและมีจำนวนมากกว่า

แต่นอกจากสอยเครื่องบินสหรัฐสองลำในวันศุกร์แล้ว ตลอดช่วงสงครามอิหร่านทำลายโดรนโจมตี MQ-9 ของสหรัฐไปแล้วกว่า 12 ลำ

 “ข้อเท็จจริงที่ว่าเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 รุ่นเก่าและบินช้ากว่า เพิ่งจะเริ่มบินเหนือน่านฟ้าอิหร่านในขณะนี้ ทำให้เกิดคำถามว่าสหรัฐยังคงพึ่งพาการโจมตีระยะไกลมากเท่ากับในอดีตหรือไม่”เคลลี กรีเอโก นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์สติมสัน กล่าว

ตามรายงานของทางการประเทศอ่าวเปอร์เซีย อิหร่านยิงขีปนาวุธกว่า 1,600 ลูกและขีปนาวุธร่อนต้นแบบ Shahedประมาณ 4,000 ลูกทั่วภูมิภาค การสกัดขีปนาวุธใช้ขีปนาวุธอย่างน้อย 3,200 ลูก

ขณะที่ล็อกฮีดมาร์ติน ผลิตขีปนาวุธ Patriot PAC-3 ได้ปีละราว 650 ตัวเท่านั้น ในเดือน ม.ค. บริษัทลงนามผลิตให้ได้ 2,000 ลูกต่อปีภายในปี 2030

นอกจากนี้ล็อกฮีดมาร์ตินยังผลิตขีปนาวุธสกัดกั้น THAAD จำนวน 96 ลูกต่อปี แต่ได้บรรลุข้อตกลงอีกฉบับหนึ่งเพิ่มจำนวนการผลิตเป็น 400 ลูก

ระหว่างการโจมตีอิหร่านสหรัฐยิงขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์กไปแล้วหลายร้อยลูก ก่อนสงครามในคลังแสงมีอยู่ราว 4,000 ลูก รวมถึงรุ่นเก่าและรุ่นต่อต้านเรือ

ในปี 2025 บริษัท RTX Corp. ผลิตขีปนาวุธรุ่นใหม่ประมาณ 100 ลูก ขณะเดียวกันก็ทำการอัพเกรดขีปนาวุธรุ่นเก่าประมาณ 240 ลูก ให้เป็นไปตามมาตรฐานรุ่น Block V ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุด