วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

Berkshire ของปู่บัฟเฟตต์ ร่วมประกันภัยเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 

Berkshire ของปู่บัฟเฟตต์ ร่วมประกันภัยเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 

สหรัฐฯ เพิ่มวงเงินค้ำประกันภัยเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็น 40,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมดึงเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ของบัฟเฟตต์ และพันธมิตรบริษัทประภัยชั้นนำร่วมโครงการ

บลูมเบิร์ก รายงานว่า สหรัฐฯ เพิ่มภาระผูกพันในการให้การค้ำประกันภัยเรือที่ยอมแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็น 40,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเท่าตัว หลังได้พันธมิตรด้านประกันรายใหม่เข้าร่วม ได้แก่ AIG และเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ของนักลงทุนชื่อก้องโลก วอร์เรน บัฟเฟตต์ 

มาตรการที่ประกาศเมื่อวันศุกร์ (3 เม.ย.69) เป็นความพยายามล่าสุดของสหรัฐฯ ในการบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับเส้นทางน้ำที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และจูงใจให้การเดินเรือกลับมาดำเนินต่อ แม้จะยังมีการปิดล้อมโดยพฤตินัยจากฝ่ายอิหร่านและการสู้รบที่ยืดเยื้อมานานห้าสัปดาห์

เมื่อเดือนที่แล้ว บรรษัทการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (US International Development Finance Corp: DFC) ได้ประกาศโครงการประกันภัยต่อวงเงิน 20,000 ล้านดอลลาร์ และเมื่อวันศุกร์ หน่วยงานดังกล่าวระบุว่า Travelers, Liberty Mutual Insurance, Berkshire Hathaway, AIG, Starr และ CNA จะร่วมกับ Chubb ในการจัดหาเงินทุนประกันภัยเพิ่มอีก 20,000 ล้านดอลลาร์ให้แก่โครงการประกันภัยทางทะเลของ DFC

แถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ถือเป็นรายละเอียดเชิงลึกครั้งสำคัญครั้งแรกที่ DFC เปิดเผยต่อสาธารณะเกี่ยวกับโครงการประกันภัยนี้ นับตั้งแต่มีการจัดตั้งโครงการเกือบหนึ่งเดือนก่อน การปิดช่องแคบโดยพฤตินัย ซึ่งปกติเป็นเส้นทางน้ำสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราวหนึ่งในห้าของปริมาณทั้งโลก ได้สร้างความปั่นป่วนให้ตลาดและจุดชนวนวิกฤตพลังงานในวงกว้าง

ทรัมป์ขอเวลาอีกเล็กน้อยเปิดช่องแคบได้

เบน แบล็ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ DFC ระบุในแถลงการณ์ว่า “ร่วมกับ Chubb บริษัทประกันชั้นนำของสหรัฐฯ เหล่านี้มีประสบการณ์เชิงลึกด้านการรับประกันภัยทางทะเลและความเสี่ยงสงครามทางทะเล ซึ่งช่วยเสริมความพยายามของเราในการฟื้นความเชื่อมั่นต่อการค้าเดินเรือ”

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ได้ย้ำถึงความไม่พอใจของตนต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซและการที่ชาติพันธมิตรไม่ช่วยเหลือสหรัฐฯ ในการเปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าวอีกครั้ง

 

ทรัมป์ระบุในโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า “เพียงแค่มีเวลาอีกสักหน่อย เราก็สามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เอาน้ำมันมา และทำกำไรมหาศาลได้อย่างง่ายดาย” อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนว่าประธานาธิบดีกำลังพิจารณาดำเนินการอะไรให้เห็นเป็นรูปธรรม

 

เจ้าของเรือยังไม่มั่นใจ

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการเดินเรือยังคงไม่มั่นใจว่าจะกลับมาใช้เส้นทางช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ แม้ทรัมป์จะให้คำมั่นว่าจะคุ้มครองเรือ และแม้จะมีการปราศรัยในช่วงไพรม์ไทม์เมื่อวันพุธที่เขาย้ำว่าสงครามจะยุติลงในเร็ววัน ความกังวลหลักของการเดินเรือผ่านเส้นทางนี้คือความเสี่ยงต่อชีวิตของลูกเรือ ขณะที่อิหร่านยังคงข่มขู่โจมตีเรือด้วยโดรน ขีปนาวุธ และทุ่นระเบิดทางน้ำ

DFC ระบุในแถลงการณ์ด้วยว่า หน่วยงานและพันธมิตรด้านประกันภัยจะเป็นผู้กำหนดว่าเรือลำใดมีสิทธิ์ได้รับการค้ำประกันภัย โดยผู้สมัครต้องให้ข้อมูลหลายด้าน เช่น ประเทศต้นทางและปลายทางของเรือ ผู้ถือผลประโยชน์หลักของเรือและประเทศที่จดทะเบียน ผู้เป็นเจ้าของสินค้าและประเทศที่จดทะเบียนของเจ้าของ รวมถึงข้อมูลของผู้ให้กู้ที่ใช้เป็นแหล่งเงินทุนจัดหาเรือ

การฟื้นความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเดินเรือให้กล้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายเร่งด่วนที่สุดของสหรัฐฯ ราคาพลังงานโลกพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากหลายประเทศขาดเส้นทางจัดหาน้ำมันที่สำคัญ โดยเฉพาะอินเดีย  ผู้ใช้น้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับสามของโลกและผู้นำเข้าก๊าซรายสำคัญ ได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษจากวิกฤตครั้งนี้

ในสหรัฐฯ ราคาน้ำมันเบนซินที่หน้าปั๊มได้พุ่งขึ้นเกิน 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 ซ้ำเติมภาระค่าครองชีพของผู้บริโภคชาวอเมริกันที่เผชิญปัญหาความสามารถในการจับจ่ายอยู่แล้ว

แม้การเพิ่มวงเงินรีอินชัวร์รันซ์จะช่วยขยายหลักประกันด้านการเงิน แต่มาตรการดังกล่าวก็ยังไม่มีคำมั่นใด ๆ เกี่ยวกับการจัดเรือรบคุ้มกัน ซึ่งในทางทฤษฎีจะช่วยคุ้มครองความปลอดภัยของลูกเรือ และต่อให้มีการคุ้มกันทางทหารดังกล่าว ก็ยังไม่แน่ว่าจะเพียงพอที่จะโน้มน้าวให้เรือกลับมาใช้เส้นทางช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งหรือไม่

บ็อบ แม็คนาลลี ประธานบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน Rapidan Energy Group ในกรุงวอชิงตัน ให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์กนิวส์เมื่อต้นสัปดาห์ว่า “อัตราเบี้ยประกันจะลดลง  และความเต็มใจของผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์ที่จะทำประกันและส่งสินค้าเดินเรือผ่านช่องแคบจะเพิ่มขึ้น ก็ต่อเมื่อความสามารถทางทหารของอิหร่านถูกทำลายลงเท่านั้น”

 

บัฟเฟตต์มักมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสหรัฐ

อนึ่ง ที่ผ่านมา วอร์เรน บัฟเฟตต์ ผู้ทรงอิทธิพลในหมู่นักลงทุนของโลก มักจะมีบทบาทสำคัญในการใช้เครือธุรกิจของเบิร์กเชียร์สร้างความมั่นใจในตลาดพร้อมกับหาโอกาสลงทุนไปในตัว เช่น หลังเกิดวิกฤตการเงินโลกปี 2008 ที่ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงอย่างหนัก แต่เขาเข้าซื้อหุ้นสถาบันการเงินที่มีศักยภาพ