วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

ชาติพันธมิตรสหรัฐเร่งหารือ “แผนสำรอง” เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ชาติพันธมิตรสหรัฐเร่งหารือ “แผนสำรอง” เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

พันธมิตรของสหรัฐกว่า 40 ประเทศร่วมหารือแผนการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ สัปดาห์หน้าฝ่ายวางแผนทางทหารจะหารือต่อเรื่องส่งกำลังทางเรือไปช่วยลาดตระเวน-กวาดล้างทุ่นระเบิด

บลูมเบิร์ก รายงานว่า พันธมิตรสหรัฐ กว่า 40 ประเทศได้ร่วมประชุมเมื่อวันพฤหัสบดี (2 เม.ย.69) เพื่อหารือแผนการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยถือเป็นสัญญาณส่งถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าประชาคมระหว่างประเทศมีความกังวลอย่างยิ่งต่อวิกฤตในเส้นทางเดินเรือดังกล่าวที่ปะทุขึ้นจากสงครามของเขากับอิหร่าน

อังกฤษเป็นเจ้าภาพจัดประชุม โดยเชิญประเทศจากยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย รวมถึงออสเตรเลียและแคนาดา เข้าร่วมหารือเกี่ยวกับแนวทางการทูตเพื่อติดต่อกับเตหะราน และความเป็นไปได้ในการใช้มาตรการคว่ำบาตร หากอิหร่านไม่ยอมปลดล็อกเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลำเลียงพลังงานของโลก

การประชุมออนไลน์ครั้งนี้มีขึ้นเพื่อแสดงจุดยืนร่วมกันของประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ หลายสิบประเทศ ว่าทรัมป์ไม่ควรถอนตัวออกจากความขัดแย้งครั้งนี้โดยไม่หาทางออกเรื่องช่องแคบฮอร์มุซก่อน ทั้งที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่มาตลอดว่าจะทำเช่นนั้น ผู้เข้าร่วมประชุมกังวลว่าทรัมป์ อาจยุติปฏิบัติการในอิหร่านโดยไม่มีแผนเปิดเส้นทางเดินเรือขึ้นมาใหม่ ปล่อยให้พวกเขาต้องรับมือกับผลกระทบตามลำพัง

 

แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับการหารือระบุว่า ที่ประชุมมีความชัดเจนว่าสหรัฐฯ จำเป็นต้องใส่ประเด็นทางออกสำหรับช่องแคบฮอร์มุซไว้ในกระบวนการเจรจาหยุดยิงกับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม การประชุมออนไลน์ครั้งนี้ก็สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มประเทศพันธมิตรเห็นว่าจำเป็นต้องเริ่มเตรียมการสำหรับสถานการณ์ที่อาจจำเป็นต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซขึ้นใหม่โดยไม่มีสหรัฐฯ

ทรัมป์เคยวิจารณ์ประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) อย่างรุนแรง ว่าไม่เต็มใจส่งกองทัพของตนเองไปประจำการในพื้นที่ช่องแคบดังกล่าว ถึงขั้นขู่จะถอนตัวออกจากนาโต การประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีจึงยังถูกมองว่าเป็นความพยายามของอังกฤษ ฝรั่งเศส และชาติยุโรปอื่น ๆ ที่เพิ่งถูกทรัมป์โจมตีด้วยถ้อยคำรุนแรง ให้แสดงเจตนาพร้อมมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาช่องแคบฮอร์มุซ

ฝ่ายทหารจะหารือต่อสัปดาห์หน้าไม่เห็นด้วยใช้กำลังบังคับ

คณะเจ้าหน้าที่วางแผนทางทหารของกลุ่มประเทศพันธมิตรจะพบกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า เพื่อหารือว่ากำลังทางเรือของแต่ละประเทศจะถูกนำไปใช้ลาดตระเวนและเก็บกู้ทุ่นระเบิดในช่องแคบอย่างไรหลังการสู้รบยุติลง กลุ่มพันธมิตรส่วนใหญ่แทบไม่มีใครเห็นด้วยกับการใช้กำลังทหารเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือ เพราะไม่มองว่าเป็นทางออกที่ยั่งยืน และเชื่อว่าปัญหานี้จะไม่สามารถแก้ได้หากปราศจากความยินยอมจากอิหร่าน

 

ผู้เข้าร่วมประชุมมองว่าองค์การสหประชาชาติมีบทบาทสำคัญในความพยายามทางการทูตเพื่อกดดันอิหร่าน โดยชี้ถึงการทำงานร่วมกับชาติในอ่าวเปอร์เซียเพื่อผลักดันให้กลับไปสู่หลักการ “เสรีภาพในการเดินเรือ”

 

ตามข้อมูลจากผู้ที่คุ้นเคยกับการหารือ ความพยายามของอิหร่านที่อาจนำไปสู่การจัดเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบจะเป็นแบบอย่างที่ไม่เป็นประโยชน์ และมีฉันทามติค่อนข้างกว้างว่าควรคงหลัก “การผ่านทางเสรี” ไว้ นอกจากนี้ ยังมีการหารือกันถึงมาตรการทางเศรษฐกิจ รวมถึงการคว่ำบาตร เพื่อทำให้อิหร่านไม่สามารถหาผลประโยชน์จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ต่อไป