วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

กษัตริย์ชาลส์เตรียมเยือนสหรัฐ ซอฟต์พาวเวอร์กาวใจทรัมป์-สตาร์เมอร์

กษัตริย์ชาลส์เตรียมเยือนสหรัฐ ซอฟต์พาวเวอร์กาวใจทรัมป์-สตาร์เมอร์

สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 จะเสด็จเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการช่วงปลายเดือน เม.ย. การเสด็จพระราชดำเนินครั้งสำคัญที่รัฐบาลอังกฤษหวังว่าจะช่วยฟื้นความสัมพันธ์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่บาดหมางกันเพราะสงครามอิหร่านได้

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานประกาศสำนักพระราชวังบักกิงแฮม เมื่อวันอังคาร (31 มี.ค.) สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ ตามแผนการที่วางกันไว้นานแล้ว เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปี สหรัฐเป็นเอกราชจากการปกครองของอังกฤษ จากนั้นทั้งสองพระองค์จะเสด็จเยือนเบอร์มิว ดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษในแอตแลนติกเหนือ

“ตามหมายกำหนดการกษัตริย์และพระราชินีจะทรงเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ทวิภาคีสมัยใหม่ระหว่างสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา” ประกาศสำนักพระราชวังระบุและว่าการเสด็จเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นตามคำแนะนำของรัฐบาลอังกฤษ

นี่จะเป็นการเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการครั้งแรกของกษัตริย์อังกฤษนับตั้งแต่ปี 2007 ที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จไปเป็นครั้งที่ 4 ในรัชสมัยของพระองค์

แม้สำนักพระราชวังบักกิงแฮมประกาศเพียงว่า ทริปนี้จะเกิดขึ้น “ปลายเดือน เม.ย.” แต่ทรัมป์ เป็นฝ่ายเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า วันที่ 27-30 เม.ย. โดยจะมี “งานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำอันยิ่งใหญ่ ณ ทำเนียบขาว เย็นวันที่ 28 เม.ย.”

บีบีซีรายงาน คาดว่ากษัตริย์ชาลส์จะทรงแสดงสุนทรพจน์ที่สภาคองเกรสด้วย แต่แหล่งข่าวหลายรายเผยว่า พระองค์ไม่น่าจะทรงพบกับเจ้าชายแฮร์รี พระโอรส ผู้ใช้ชีวิตในแคลิฟอร์เนีย คนละฟากฝั่งกับวอชิงตัน และระหว่างทริปหมายกำหนดการก็แน่นมาก 

ตึงเครียดเพราะสงครามอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐกับนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ของอังกฤษ ตึงเครียดจากกรณีผู้นำอังกฤษลังเลไม่เข้าไปข้องเกี่ยวในสงครามอิหร่าน และไม่อนุญาตให้สหรัฐใช้ฐานทัพอังกฤษเปิดโจมตีก่อน

แม้สตาร์เมอร์อนุญาตให้กองทัพสหรัฐใช้ฐานทัพในการโจมตีป้องกันตัว แต่ทรัมป์ก็ไม่วายวิจารณ์นายกฯ อังกฤษเสมอว่า เขา “ไม่ใช่วินสตัน เชอร์ชิลล์” และทำลายความเป็นพันธมิตรแน่นแฟ้นยาวนาน

ทรัมป์ ถึงขนาดเยาะเย้ยข้อเสนอของอังกฤษที่จะส่งกำลังทหารเพิ่มเติมไปยังตะวันออกกลางด้วย

นอกจากเรื่องอิหร่าน ทรัมป์ยังเปลี่ยนมุมมองเรื่องที่อังกฤษทำข้อตกลงถ่ายโอนอธิปไตยเหนือหมู่เกาะชาโกสให้มอริเชียส หมู่เกาะนี้เป็นที่ตั้งของฐานทัพอากาศดิเอโกการ์เซียซึ่งสำคัญทางยุทธศาสตร์ ทรัมป์กล่าวว่านี่เป็นความผิดพลาดใหญ่หลวง เสียงวิจารณ์ของทรัมป์เล่นเอาฝ่ายตรงข้ามของสตาร์เมอร์ถึงกับดีอกดีใจ

สำหรับสตาร์เมอร์ อดีตทนายความสิทธิมนุษยชน เขาคาใจถึงความถูกต้องตามกฎหมายในการโจมตีอิหร่าน และกังวลเรื่องราคาพลังงานเพิ่มขึ้น กระนั้นเขาก็ยังหลีกเลี่ยงที่จะวิจารณ์ทรัมป์ตรงๆ และบอกกับสาธารณชนเสมอว่าความสัมพันธ์ของพวกเขายังดีอยู่

อิทธิพลราชวงศ์

นับตั้งแต่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่ง สตาร์เมอร์ได้ใช้ซอฟต์พาวเวอร์ ของราชวงศ์เอาใจประธานาธิบดีสหรัฐผู้ชื่นชมพระมหากษัตริย์และราชวงศ์อย่างมาก เพื่อให้เขายังคงสนับสนุนสงครามในยูเครน และเพื่อลดผลกระทบจากภาษีการค้าที่อาจเกิดขึ้น

กษัตริย์ชาลส์ทรงเคยต้อนรับทรัมป์มาเยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน ก.ย.ปีก่อนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทรงพาทรัมป์นั่งรถม้าและร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการที่พระราชวังวินด์เซอร์ ซึ่งทรัมป์ได้กล่าวชื่นชมความสัมพันธ์อันพิเศษระหว่างสองประเทศ บรรยายความสัมพันธ์ดังกล่าวว่า “หาอะไรมาทดแทนไม่ได้และทำลายไม่ได้”

คราวนี้สตาร์เมอร์จึงหวังว่ากษัตริย์ชาลส์ พระชนมายุ 77 พรรษา จะทรงช่วยให้ความสัมพันธ์ที่ปั่นป่วนในตอนนี้ราบรื่นได้อีกครั้ง ก่อนที่ เจ้าชายวิลเลียม รัชทายาทจะเสด็จเยือนสหรัฐในฤดูร้อนระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.) ว่า การเสด็จครั้งนี้จะไม่ได้รับผลกระทบจากความบาดหมางกับสตาร์เมอร์

“พระองค์เป็นเพื่อนของผม เป็นสุภาพบุรุษผู้ยิ่งใหญ่” ทรัมป์กล่าวถึงกษัตริย์ชาลส์

การเสด็จพระราชดำเนินเยือนอย่างเป็นทางการครั้งนี้จะทำให้กษัตริย์ชาลส์ทรงอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เนื่องจากพระองค์ต้องตรัสชมประธานาธิบดีผู้ไม่เป็นที่นิยมในหมู่ชาวอังกฤษอย่างมากตามผลสำรวจความคิดเห็น

ยิ่งไปกว่านั้นทัศนะเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของทรัมป์ยังอยู่กันคนละโลกกับพระองค์ ผู้ใช้เวลาทั้งชีวิตรณรงค์ให้คนตระหนักรู้ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้กษัตริย์ชาลส์อาจต้องทรงเจอคำถามเกี่ยวกับพระอนุชา แอนดรูว์ เมาน์ทแบตเทน วินด์เซอร์ซึ่งกำลังถูกตำรวจสอบสวนในข้อหาประพฤติมิชอบในตำแหน่งราชการ เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับเจฟฟรีย์ เอปสตีนผู้กระทำความผิดทางเพศชาวอเมริกันผู้ล่วงลับ

เอ็ด เดวี ผู้นำพรรคเสรีประชาธิปไตย พรรคใหญ่อันดับสามในสภาเคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่า ควรยกเลิกหมายกำหนดการ โดยให้เหตุผลว่า ทรัมป์ไม่ควรได้รับชัยชนะทางการทูตเพราะเขาดูหมิ่นอังกฤษไว้มาก

ล่าสุด ไม่นานก่อนพระราชวังบักกิงแฮมประกาศการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการ ทรัมป์ระเบิดอารมณ์ใส่สหราชอาณาจักรและประเทศอื่นๆ เรื่องสงครามอิหร่าน บอกพวกเขา “ไปเอาน้ำมันของตนเอง” จากช่องแคบฮอร์มุซ “สหรัฐอเมริกาจะไม่ไปช่วยคุณอีกต่อไป เหมือนที่เคยไม่ไปช่วยพวกเรานั่นล่ะ”