‘มิน อ่อง หล่าย’ ลงจากตำแหน่ง เตรียมชิงเป็นแคนดิเดต ‘ประธานาธิบดีเมียนมา’ และมอบตำแหน่งผบ.ทหารสูงสุดให้กับคนที่ภักดีอย่าง เย วิน อู
พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา ที่นำการรัฐประหารในปี 2021 ลงจากตำแหน่งในวันจันทร์ (30 มี.ค.) เพื่อเตรียมเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมาในการลงคะแนนของรัฐสภา หลังจากจัดเลือกตั้งครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ายึดอำนาจ จนก่อให้เกิดสงครามกลางเมือง
นายพลวัย 69 ปี ที่ได้บัญชาการกองทัพเมียนมาตั้งแต่ปี 2011 เป็นหนึ่งในสองบุคคลที่ได้รับเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตรองประธานาธิบดีจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสภาล่างที่เพิ่งเปิดประชุมใหม่
สภาสูงของประเทศจะเสนอชื่อผู้สมัครรองประธานาธิบดีด้วย จากนั้นทั้งสองสภาจะเลือกประธานาธิบดีจากแคนดิเดตสามคนในภายหลัง ซึ่งยังไม่ประกาศวันที่ลงคะแนนเสียงดังกล่าว
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยข้อโต้แย้ง และจัดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงในเดือนธันวาคมและมกราคม การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคสหภาพสามัคคีและการพัฒนาที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเป็นผู้ชนะ แต่ถูกเยาะเย้ยเป็นวงกว้างว่าเป็นเพียงการเลือกตั้งหลอกลวงจากทั้งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และหลายประเทศตะวันตก
ทั้งนี้ มิน อ่อง หล่าย ผู้ที่เกิดในครอบครัวที่มาจากภาคใต้ของเมียนมา จบการศึกษาด้านกฎหมายก่อนที่เข้ากองทัพ และได้เลื่อนตำแหน่งเรื่อยมา จนในที่สุดก็ได้รับตำแหน่ง ผบ.ทหารสูงสุด ในวันนี้เมื่อ 15 ปีก่อน
มิน อ่อง หล่าย เป็นผู้นำทหารที่มีความเข้มงวดและได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ปฏิบัติการที่โหดเหี้ยม เขาอาศัยความสามารถที่เฉียบแหลมในการบริหารจัดการชนชั้นนำของประเทศ โดยใช้กลยุทธ์ต่างๆ เช่น การมอบตำแหน่งสำคัญให้แก่ผู้ภักดี และการลงโทษคู่แข่งทางการเมือง
รอยเตอร์เคยรายงานไว้ว่า เขาเล็งเป็นประธานาธิบดีของประเทศมานานแล้ว แม้ต้องแลกมาด้วยสงครามกลางเมืองที่รุนแรงในเมียนมาที่บั่นทอนเกียรติภูมิและอิทธิพลของกองทัพที่มีต่อประเทศไปมากก็ตาม
ฮติน จอว์ อาย นักวิเคราะห์อิสระบอกว่า
นี่คือเป้าหมายของมิน อ่อง หล่าย มาโดยตลอด แค่เปลี่ยนจากการควบคุมในฐานะผู้นำทหารมาเป็นการควบคุมในฐานะประธานาธิบดี
เลื่อยศผู้ภักดีของมิน อ่อง หล่าย
เมียนมาตกอยู่ในความรุนแรงนับตั้งแต่รัฐประหารปี 2021 โดยกองทัพตัดมาดอว์ ได้โค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยของนางอองซานซูจี ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
ในอีกงานหนึ่งที่เกิดขึ้นในกรุงเนปีดอว์ มิน อ่อง หล่าย ได้ส่งมอบตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดให้แก่ เย วิน อู นายทหารผ่านศึกผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการข่าวกรองของเมียนมาในปี 2020 ก่อนได้รับแต่งตั้งเป็นผบ.กองทัพบกเมื่อต้นเดือน มี.ค.
ออง จอ โซ นักวิเคราะห์อิสระบอกว่า
เย วิน อู ได้รับการเลื่อนตำแหน่งครั้งใหญ่ถึง 2 ครั้ง จากผบ.กองทัพบก เป็นผบ.ทหารสูงสุด ภายในเวลาแค่ 2 เดือน แสดงให้เห็นชัดเจนว่า เขาเป็นหนึ่งในคนที่ภักดีที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดของมิน อ่อง หล่าย
เย วิน อู จบการศึกษาจากโรงเรียนฝึกนายทหาร (Officer Training School) ไม่ใช่สถาบันชั้นนำอย่าง Defence Services Academy ที่ถือเป็นแหล่งบ่มเพาะนายทหารระดับสูงมาอย่างยาวนาน และก่อนหน้านี้เขานั่งเก้าอี้ผู้บัญชาการกองพลทหารราบ และดูแลกองบัญชาการภาคตะวันตกเฉียงใต้ในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดี ทางตอนใต้ของประเทศมาก่อน
สถาบันยุทธศาสตร์และนโยบายแห่งเมียนมาร์ ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยในประเทศไทย เขียนไว้ในบทวิเคราะห์เมื่อเดือนมีนาคมว่า นับตั้งแต่รัฐประหาร เขายังคงดำรงตำแหน่งนายพลอยู่และรับผิดชอบงานสำคัญที่สุดงานหนึ่งในฝ่ายบริหารทางทหาร แต่พลเอกเย วิน อู ดูเหมือนยังขาดประสบการณ์ด้านการเป็นผู้นำที่ครอบคลุมทั้งด้านการบัญชาการในสนามรบและการบริหารองค์กร





