วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม 2569

Login
Login

'อิหร่าน' ลั่น พร้อมตอบโต้ ถ้า 'สหรัฐ' โจมตีภาคพื้นดิน

'อิหร่าน' ลั่น พร้อมตอบโต้ ถ้า 'สหรัฐ' โจมตีภาคพื้นดิน

'อิหร่าน' ลั่น พร้อมตอบโต้ ถ้า 'สหรัฐ' โจมตีภาคพื้นดิน และกล่าวโทษสหรัฐที่เตรียมการดังกล่าว ในขณะที่อิหร่านพยายามเจรจา

อิหร่าน ประกาศในวันอาทิตย์ (29 มี.ค.) พร้อมตอบโต้การโจมตีภาคพื้นดินของสหรัฐ และกล่าวโทษว่า วอชิงตันซุ่มเตรียมการโจมตีภาคพื้นดินทั้งๆ ที่อิหร่านพยายามจะเจรจา ขณะที่ประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคกำลังหารือกันในปากีสถานเพื่อพยายามยุติการสู้รบ

โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวโทษสหรัฐเรื่องการส่งข้อความของเกี่ยวกับการเจรจาที่เป็นไปได้ไปพร้อมกับการแอบวางแผนส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้ามา และเสริมว่า อิหร่านพร้อมตอบโต้หากสหรัฐส่งกองกำลังเข้ามาในประเทศ

“ตราบใดที่อเมริกันยังต้องการให้อิหร่านยอมจำนน คำตอบของเราคือ เราจะไม่ยอมรับความอัปยศนั้น” กาลีบาฟแถลง

สงครามที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐและอิสราเอล ได้ลุกลามไปทั่วตะวันออกกลาง และกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ก็ได้เปิดฉากโจมตีอิสราเอลเป็นครั้งแรกในวันเสาร์ (28 มี.ค.) นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น

การโจมตีเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงภัยคุกคามใหม่ที่อาจเกิดขึ้นต่อการขนส่งทางทะเลทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบอยู่แล้วจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่ง เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติประมาณ 1 ใน 5 ของโลก

 

นาวิกโยธินสหรัฐทยอยเดินทางถึงตะวันออกกลาง

วอชิงตันได้ส่งนาวิกโยธินหลายพันนายไปยังตะวันออกกลางเพิ่มเติม และกองกำลังชุดแรกจากสองชุดเดินทางถึงภูมิภาคแล้วเมื่อวันศุกร์ (27 มี.ค.) ที่ผ่านมา โดยมากับเรือยกพลขึ้นบก

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์อ้างอิงเจ้าหน้าที่สหรัฐ รายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐกำลังเตรียมการปฏิบัติการภาคพื้นดินในอิหร่านเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ซึ่งอาจรวมถึงการใช้หน่วยปฏิบัติการพิเศษและทหารราบทั่วไปในการโจมตี

อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะอนุมัติแผนการส่งกองทัพภาคพื้นดินหรือไม่

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เคยกล่าวไว้ว่า สหรัฐสามารถบรรลุเป้าหมายได้โดยไม่ต้องใช้กำลังทหารภาคพื้นดิน แต่ก็ส่งกองทัพเพิ่มเติมไปยังภูมิภาคดังกล่าวเพื่อให้ทรัมป์มี “ความยืดหยุ่นสูงสุด”

ปากีสถานเริ่มจัดเจรจา 4 ฝ่าย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และอียิปต์ มีกำหนดพบกันที่อิสลามาบัดในวันอาทิตย์ เพื่อหารือถึงแนวทางในการยุติสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านที่ยืดเยื้อมานานกว่าหนึ่งเดือน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคนและก่อให้เกิดการหยุดชะงักครั้งใหญ่ที่สุดต่ออุปทานพลังงานทั่วโลก

การเจรจานี้มีขึ้นหลังจากที่นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ได้พูดคุยกับประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน ของอิหร่านเมื่อวันศุกร์

อิสฮัก ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถาน ได้จัดการประชุมแบบตัวต่อตัวกับรัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกีและอียิปต์ในกรุงอิสลามาบัดไปแล้ว ก่อนจะเริ่มการหารือแบบสี่ฝ่าย ระหว่างปากีสถาน ตุรกี อียิปต์ และซาอุดีอาระเบีย

แหล่งข่าวบอกกับรอยเตอร์ว่า การติดต่อในระดับกองทัพก็กำลังดำเนินอยู่เช่นกัน โดยพลเอกอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ได้ติดต่อกับเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ แหล่งข่าวจากตุรกีเผยด้วยว่า อังการากำลังทำงานร่วมกับประเทศอื่นๆ เกี่ยวกับข้อเสนอในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจำเป็นสำหรับการลดความตึงเครียดในวงกว้าง

แหล่งข่าวทางการทูตอีกรายกล่าวว่า สิ่งที่ตุรกีให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือการรักษาสันติภาพ

สหรัฐอ้างเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าได้เสนอแผนหยุดยิง 15 ข้อแก่อิหร่าน ผ่านคนกลางอย่างปากีสถาน โดยในนั้นมีข้อเสนอให้เปิดเส้นทางน้ำที่สำคัญอีกครั้ง และจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่เตหะรานปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวและยกระดับเงื่อนไขยุติสงครามของตนเอง