‘ปากีสถาน’ ทำข้อตกลงกับ ‘อิหร่าน’ ได้สำเร็จ ขออนุญาตเรือ 20 ลำ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ บรรเทาวิกฤติพลังงานที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์
อิหร่านตกลงอนุญาตให้เรือที่ติดธงปากีสถาน 20 ลำ สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ซึ่งอิสลามาบัดระบุว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยบรรเทาวิกฤติพลังงานที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่
อิสฮัก ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน ประกาศความเคลื่อนไหวดังกล่าวเมื่อวันเสาร์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า จะมีเรือสองลำแล่นผ่านช่องแคบในแต่ละวันภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว
ดาร์อธิบายว่า การตัดสินใจของอิหร่านเป็น “ใบเบิกทางแห่งสันติภาพ” ซึ่งอาจช่วยฟื้นฟูเสถียรภาพให้กับภูมิภาคที่กำลังอยู่ในภาวะตึงเครียด และยกย่องว่าเป็น “ท่าทีที่น่ายินดีและสร้างสรรค์”
สิ่งที่น่าสนใจคือ ดาร์ยังเขียนข้อความโดยตรงถึง เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษสหรัฐ และอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า อิสลามาบัดกำลังดำเนินความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงคราม และมองว่าข้อตกลงนี้มีความสำคัญมากกว่าข้อตกลงการขนส่งทางเรือแบบทวิภาคี
การประกาศในวันเสาร์เป็นผลจากความพยายามทางการทูตอย่างเข้มข้นตลอดทั้งสัปดาห์ของปากีสถาน พลเอกอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพบก ได้พูดคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐในวันอาทิตย์ (29 มี.ค.)
นอกจากนี้ รัฐมนตรีดาร์ยังได้โทรศัพท์พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านและตุรกีด้วยเช่นกัน
“หากฝ่ายต่างๆ ต้องการ อิสลามาบัดก็ยินดีเสมอที่จะเป็นเจ้าภาพในการเจรจา” ทาฮีร์ อันดราบี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวกับอัลจาซีราเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ด้านนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย กล่าวเมื่อวันศุกร์ (26 มี.ค.) ว่า เรือของมาเลเซียได้รับอนุญาตให้ข้ามช่องแคบได้แล้ว พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน ของอิหร่าน
ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดนับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้อดีตผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี เสียชีวิต และจุดชนวนสงครามที่คร่าชีวิตชาวอิหร่านไปประมาณ 2,000 คน และชาวเลบานอนมากกว่า 1,100 คน ทั้งยังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วตลาดโลก
“ช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่จุดคอขวดน้ำมัน” โมฮัมเหม็ด อัล-ฮาเชมี อดีตรัฐมนตรีกาตาร์ เขียนในคอลัมน์ของอัลจาซีราในสัปดาห์ที่ผ่าน “มันคือลิ้นหัวใจเอออร์ตาของการผลิตระดับโลก ดังนั้น ถ้าลิ้นหัวใจล้มเหลว ระบบไหลเวียนโลหิต(ระบบการผลิต)ทั้งหมดก็จะล่มสลาย”
อิหร่านเตรียมเก็บค่าผ่านทางจริงจัง
ตอนนี้กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ได้เปลี่ยนช่องแคบฮอร์มุซให้กลายเป็นเหมือนด่านตรวจไปแล้ว เรือที่ต้องการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ต้องยื่นรายละเอียดสินค้า รายชื่อลูกเรือ และจุดหมายปลายทางต่อตัวกลางที่ได้รับการอนุมัติจาก IRGC เพื่อรับรหัสอนุญาต และต้องมีเรือคุ้มกันผ่านน่านน้ำอิหร่าน
มีเรืออย่างน้อยสองลำได้จ่ายเงินเพื่อแลกกับสิทธิ์นี้ ซึ่งมีรายงานว่าต้องจ่ายเที่ยวละ 2 ล้านดอลลาร์ และต้องชำระเป็นเงินหยวนของจีนด้วย ด้านฐสภาอิหร่านกำลังดำเนินการเพื่อให้การจัดการนี้ถูกกฎหมาย และเพื่อเป็นแหล่งรายได้ที่เป็นไปได้
อัลจาซีรารายงานว่า นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น มีเรือเพียงประมาณ 150 ลำเท่านั้นที่สามารถผ่านช่องแคบได้ หรือเทียบเท่าปริมาณการสัญจรปกติในหนึ่งวันของช่องแคบฮอร์มุซ และตั้งแต่สงครามเริ่มการสัญจรทางทะเลในช่องแคบก็ลดลงมากถึง 90%
อิหร่านได้เรียกร้องให้มีการรับรองอย่างเป็นทางการจากนานาชาติเกี่ยวกับอำนาจของตนเหนือช่องแคบนี้ และหยิบยกเรื่องนี้เป็นเงื่อนไขในการยุติสงคราม รัฐสภาอิหร่านก็กำลังร่างกฎหมายเพื่อกำหนดการจัดเก็บค่าผ่านทางอย่างถาวร
สุลต่าน อัล จาเบอร์ รัฐมนตรีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กล่าวว่า การปิดช่องแคบเป็นการ “ก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ” พร้อมเตือนว่า “ทุกชาติล้วนจ่ายค่าไถ่(น้ำมัน)ที่ปั๊มน้ำมัน ที่ร้านขายของชำ และที่ร้านขายยาแล้ว”





