วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม 2569

Login
Login

‘เซเลนสกี’ ลงนามดีลกลาโหม 'กาตาร์-ยูเออี' แลกช่วยเหลือสงครามยูเครน

‘เซเลนสกี’ ลงนามดีลกลาโหม 'กาตาร์-ยูเออี' แลกช่วยเหลือสงครามยูเครน

‘เซเลนสกี’ เยือนกาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลงนามความร่วมมือด้านกลาโหม หวังแลกเปลี่ยนกับความช่วยเหลือสงครามยูเครน

ยูเครนตกลงที่จะร่วมมือด้านกลาโหมกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และกาตาร์ ในวันเสาร์ (28 มี.ค.) ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี เดินทางเยือนทั้งสองประเทศท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค

กระทรวงกลาโหมของกาตาร์ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ว่า โดฮาและเคียฟได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านการกลาโหม ซึ่งรวมถึงการแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญในการต่อต้านขีปนาวุธและระบบอากาศยานไร้คนขับด้วย

“เรากำลังพูดถึงความเป็นหุ้นส่วนกันเป็นเวลา 10 ปี เราได้ลงนามในข้อตกลงกับซาอุดีอาระเบียแล้ว และเพิ่งลงนามในข้อตกลง 10 ปีที่คล้ายกันกับกาตาร์” เซเลนสกีกล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างการแถลงข่าวออนไลน์ และว่า ยูเครนจะลงนามในข้อตกลง10 ปีกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วย ซึ่งจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ก่อนหน้านี้ เซเลนสกีได้เดินทางไปเยือนยูเออีและพบกับประธานาธิบดีเชค โมฮัมเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน และทั้งสองประเทศตกลงที่จะร่วมมือกันในด้านความมั่นคงและด้านกลาโหมเช่นกัน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ยูเครนได้เสนอมอบความเชี่ยวชาญด้านการป้องกันภัยทางอากาศและเทคโนโลยีโดรนให้กับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค

ขณะที่เซเลนสกีหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากประเทศในอ่าวเปอร์เซียในสงครามของยูเครนกับรัสเซีย ซึ่งขณะนี้เข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว ท่ามกลางความช่วยเหลือทางทหารจากชาติตะวันตกเผชิญกับความไม่แน่นอนครั้งใหม่ และเคียฟกำลังพยายามหาเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ และสนับสนุนการผลิตอาวุธภายในประเทศ

ยูเครนได้ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารและความมั่นคงกว่า 200 คน ไปให้คำแนะนำแก่ประเทศในตะวันออกกลางเกี่ยวกับวิธีการสกัดกั้นการโจมตีด้วยโดรนที่สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วภูมิภาค

เซเลนสกีกล่าวว่า ในระหว่างการเยือนครั้งนี้ เขาได้พยายามสร้างความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย และระดมทุนเพื่อลงทุนในการผลิตอาวุธในยูเครน

ผู้นำยูเครนกล่าวว่า การเจรจามุ่งเน้นไปที่การร่วมผลิตอาวุธ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการรักษาความมั่นคงด้านพลังงานและเชื้อเพลิงให้กับยูเครน

เซเลนสกียังได้เห็นพ้องกับภูมิภาคที่จะให้น้ำมันดีเซลให้ยูเครนเป็นเวลาหนึ่งปี แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ทั้งนี้ น้ำมันดีเซลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกองทัพยูเครนและภาคเกษตรกรรมของประเทศ

เซเลนสกีกล่าวว่ายูเครนต้องการน้ำมันดีเซลประมาณ 700,000 ลิตรต่อเดือน และเสริมว่ากองทัพได้รับการจัดหาอย่างเพียงพอแล้ว