กองทัพสหรัฐที่เรียกเพิ่มเติม เดินทางถึงตะวันออกกลางแล้วชุดหนึ่ง สร้างความยืดหยุ่นปรับกลยุทธ์ เตรียมปฏิบัติการภาคพื้นดินหลายสัปดาห์ในอิหร่าน รอแค่ทรัมป์ยืนยัน
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) รายงานว่า ทหารเพิ่มเติมอีกประมาณ 3,500 นาย ได้เดินทางถึงตะวันออกกลางแล้ว โดยเดินทางมากับเรือรบ USS Tripoli
ทหารเรือและนาวิกโยธินเหล่านี้สังกัดหน่วยนาวิกโยธินที่ 31 (31st Marine Expeditionary Unit) และเดินทางมาถึงภูมิภาคนี้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม และมาพร้อมด้วย “เครื่องบินขนส่งและเครื่องบินรบ รวมถึงยุทโธปกรณ์ยกพลขึ้นบกและยุทโธปกรณ์ทางยุทธวิธี”
วอชิงตันโพสต์รายงานอ้างอิงเจ้าหน้าที่สหรัฐเมื่อวันเสาร์เผยว่ากระทรวงกลาโหมเตรียมการปฏิบัติการภาคพื้นดินในอิหร่านเป็นเวลาหลายสัปดาห์ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะอนุมัติแผนการส่งกำลังทหารภาคพื้นดินหรือไม่
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐสามารถบรรลุเป้าหมายได้โดยไม่ต้องส่งทหารภาคพื้นดินเข้าไป แต่เขาก็ยอมรับว่าได้ส่งทหารภาคพื้นดินบางส่วนไปยังตะวันออกกลางนี้ เพื่อให้ทรัมป์มี “ความยืดหยุ่นสูงสุด” ในการปรับกลยุทธ์
นอกจากนี้ ยังคาดว่ากระทรวงกลาโหมจะส่งทหารหลายพันนายจากกองพลทหารราบที่ 82 ของกองทัพบกสหรัฐไปยังภูมิภาคนี้ด้วย
ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน แห่งอิหร่าน ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน ซึ่งรัฐบาลของเขาจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกับรัฐมนตรีต่างประเทศตุรกีและซาอุดีอาระเบียในวันอาทิตย์ (29 มี.ค.) เพื่อหาแนวทางบรรเทาความตึงเครียดในภูมิภาค
สงครามที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากการที่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ได้ลุกลามไปทั่วตะวันออกกลาง คร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคน และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกจากการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานทั่วโลกครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ฮูตีแสดงศักยภาพโจมตีได้ไกลจากเยเมน
ความเสี่ยงที่สงครามอิหร่านอาจขยายวงเพิ่มสูงขึ้น เมื่อกลุ่มฮูตีในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เปิดฉากโจมตีอิสราเอลเป็นครั้งแรกนับเมื่อวันเสาร์ (28 มี.ค.) ตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นขณะที่กองทัพสหรัฐที่ส่งมาเพิ่มเติมเดินทางถึงตะวันออกกลางแล้ว เพิ่มความยืดหยุ่นให้กองทัพสหรัฐ
อิสราเอลซึ่งเผชิญกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธจากกลุ่มฮูตีเป็นประจำก่อนสงคราม ยืนยันว่ามีขีปนาวุธถูกยิงมาจากเยเมน แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือความเสียหายใดๆ
การโจมตีครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงภัยคุกคามใหม่ที่อาจเกิดขึ้นกับการขนส่งทางเรือทั่วโลก ซึ่งได้รับผลกระทบอยู่แล้วจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 1 ใน 5ของโลก
ต่อมา ยาห์ยา ซารี โฆษกทางทหารของกลุ่มฮูตี กล่าวว่า กลุ่มได้โจมตีอิสราเอลเป็นครั้งที่สองในช่วงเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง และประกาศว่าจะมีการโจมตีเพิ่มเติมอีก
กลุ่มฮูตียังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการโจมตีเป้าหมายที่อยู่ไกลเกินกว่าเยเมน และสามารถขัดขวางเส้นทางการเดินเรือรอบคาบสมุทรอาหรับและทะเลแดงได้ เหมือนกับที่พวกเขาเคยทำปฏิบัติการสนับสนุนกลุ่มฮามาสในสงครามกาซา





