วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

เศรษฐกิจที่เปราะบาง ของ ‘ดูไบ’ และ ‘ยูเออี’ | กันต์ เอี่ยมอินทรา

เศรษฐกิจที่เปราะบาง ของ ‘ดูไบ’ และ ‘ยูเออี’ | กันต์ เอี่ยมอินทรา

เปรียบเทียม เศรษฐกิจที่เปราะบางของ ‘ดูไบ’ และ เศรษฐกิจภาพใหญ่ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ยูเออีคือหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจที่บอบบาง และได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างหนักจากสงครามในอิหร่านครั้งนี้

ยูเออีประกอบด้วยรัฐเล็กๆ ที่มีเจ้าผู้ครองนคร 7 รัฐ โดยรัฐที่มีชื่อเสียงที่คนทั่วโลกรู้จักนั่นคือ ดูไบ ขณะที่รัฐที่ทรงอิทธิพลทั้งทางการเงินและการเมืองที่สุดนั้นคือ อาบูดาบี ยูเออีนั้นเป็นประเทศที่มีน้ำมันมาก โครงสร้างเศรษฐกิจพึ่งพารายได้จากน้ำมันถึง 85% เงินจากน้ำมันนั้นคือกระแสหล่อเลี้ยงค่าใช้จ่ายของภาครัฐกว่า 75%

ภาคบริการ ทั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การบิน หรีอแม้กระทั่งการเงินถือคือส่วนที่เหลืออีก 15% ของเม็ดเงินเข้าประเทศ ดังนั้นทำให้โครงสร้างภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศนั้นมีความเสี่ยงสูงเพราะพึ่งพาน้ำมันแลภาคการบริการโดยเฉพาะการท่องเที่ยวอย่างมาก

สุลต่านและชนชั้นนำในรัฐทั้ง 7 ที่ประกอบกันเป็นประเทศยูเออีนั้นทราบถึงจุดอ่อนข้อนี้ดี เช่นเดียวกับที่คู่แข่งในภูมิภาคอย่างอิหร่านทราบ ดังนั้นจึงมีโปรเจกต์มากมายเพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ของประเทศ และโมเดลที่ทำจนสำเร็จและเป็นต้นแบบของประเทศ คือ ดูไบ รัฐที่เลือกกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาน้ำมัน เลือกการท่องเที่ยว เลือกการทำสายการบิน เลือกการใช้กลยุทธ์ที่ตั้งทางยุทธศาสตร์กึ่งกลางของโลกมาเป็นโอกาส

ดูไบ ที่ถึงแม้จะมีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลกในแง่ของการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคตะวันออกกลาง ภาพลักษณ์ของความมั่งคั่งหรูหราอู้ฟู่ ตึกสูงตระการตา ห้างหรูขนาดมโหฬาร เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการเงินของโลก เป็นสถานที่ๆ บริษัทใหญ่ๆ และเศรษฐีมากมายเลือกเป็นที่พำนักด้วยเหตุผลทางภาษี ถึงแม้จะมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่หลากหลายมากที่สุดในกลุ่มรัฐทั้ง 7 แต่ความเสี่ยงรายรับก็ยังไม่ถูกกระจายอย่างเพียงพอ

แท้จริงแล้วดูไบมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เปราะบางมาก เพราะรายได้ส่วนใหญ่ของดูไบนั้นมาจากภาคบริการ อาทิ การค้าย่อยเช่นห้างสรรพสินค้า 26%, มาจากอุตสาหกรรมการบินและการขนส่ง 12% มากจากภาคการเงิน 10%, การผลิต 9%, ภาคอสังหาฯ 7%, ภาคการก่อสร้าง 6% และการท่องเที่ยว 5% ซึ่งโครงสร้างที่ดูไบมีนี้ถือว่าดีที่สุดกว่าอีก 6 รัฐในประเทศ เพราะมีการกระจายความเสี่ยง ไม่พึ่งพาน้ำมันอย่างเดียว

ดูไบที่เคยพึ่งพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างหนักปรับโครงสร้างให้รายได้มาจากอุตสาหกรรมการบินที่ดูไบมีสายการบินแห่งรัฐ คือ เอมิเรตส์ เป็นแม่เหล็กหลัก เช่นเดียวกับสนามบินดูไบที่รับนักท่องเที่ยวเกือบ 100 ล้านคนต่อปี ดูไบเนรมิตทะเลทรายให้กลายเป็นห้างสรรพสินค้าหรู โรงแรมและรีสอร์ตริมทะเล ถมทะเลสร้างหมู่บ้านคนรวย ทั้งหมดนี้คือดอกผลที่ดูไบทำมานานหลายสิบปี

ดูไบเคยเจอพิษเศรษฐกิจอย่างหนักมาแล้วเมื่อครั้งวิกฤติแฮมเบอเกอร์ จนกระทั่งสุลต่านแห่งรัฐข้างเคียงคืออาบูดาบี ซึ่งเป็นรัฐที่มีน้ำมันมากและรวยที่สุดในประเทศต้องเข้ามาช่วยเหลือ จนกระทั่งสุลต่านแห่งดูไบเปลี่ยนชื่อตึกที่สูงที่สุดในโลกอย่างเบริกดูไบ (ชื่อเดิม) เป็นเบริกคาลิฟา (ชื่อปัจจุบัน) เพื่อถวายพระเกียรติแก่สุลต่านคาลิฟาแห่งอาบูดาบีและประธานาธิบดีของประเทศ ที่เข้ามาช่วยเหลือทางการเงิน

ดังนั้น เมื่อทั้งทั้งช่องแคบฮอร์มุชซึ่งเป็นทางออกของน้ำมันถูกปิด และดูไบเมื่อถูกโจมตีอย่างหนักจากอิหร่าน เศรษฐกิจของยูเออีจึงเกือบจะเป็นอัมพาต หากสงครามยังยืดเยื้อต่อไป ยูเออีจะได้รับผลกระทบไม่น้อยไปกว่าอิหร่าน