วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

นักเศรษฐศาสตร์ดัง รูบินี คาดทรัมป์จะยกระดับสงครามกับอิหร่าน

นักเศรษฐศาสตร์ดัง รูบินี คาดทรัมป์จะยกระดับสงครามกับอิหร่าน

นักเศรษฐศาสตร์ดัง นูเรียล รูบินี ชี้ทรัมป์มีแนวโน้มจะยกระดับสงครามกับอิหร่าน และจะก่อให้เกิดความเสี่ยง Stagflation “ภาวะเศรษฐกิจโลกชะงักงันเงินเฟ้อสูงแบบยุค 1970"

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะยกระดับสงครามกับอิหร่าน เสี่ยงเกิด “ภาวะเศรษฐกิจชะงักงันเงินเฟ้อสูงอย่างเช่นในทศวรรษ 1970” หากสถานการณ์ไม่เป็นไปตามแผน นักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนชื่อดัง นูเรียล รูบินี ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี

ในการสนทนากับแคโรลิน รอธ ผู้สื่อข่าวซีเอ็นบีซี ที่ฟอรัมแอมโบรเซตติในเมืองแชร์โนบิโอ ประเทศอิตาลีเมื่อวันศุกร์ (27มี.ค.69) รูบินี  ผู้เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดจากการคาดการณ์วิกฤตการเงินโลกปี 2008 ปฏิเสธมุมมองที่ว่าทรัมป์ “กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อหาทางลง” ยุติสงคราม ขณะที่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ตลาดการเงินดูจะมองในแง่ดีเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการยุติความขัดแย้ง

“มีคนให้เหตุผลว่า … คะแนนนิยมของเขาตก เขาอยากให้สงครามนี้จบลงเพราะมันจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ การเติบโต เงินเฟ้อ และการเลือกตั้งกลางเทอม” เขากล่าว โดยอ้างถึงการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน “แต่ถ้าคุณลองคิดดู ความเสียหายมันเกิดขึ้นไปแล้ว ถ้ามีการหยุดยิงโดยมีเงื่อนไขแบบที่อิหร่านต้องการ เขาจะดูเหมือนผู้แพ้  ความน่าเชื่อถือของเขาจะอ่อนแอลง และเขาจะต้องแพ้การเลือกตั้งแน่ๆ”

“ข้อโต้แย้งของผมคือ ในทางที่แย้งกับสามัญสำนึก เขาจะตัดสินใจยกระดับสถานการณ์” รูบินีกล่าวถึงตัวทรัมป์ “เขาจะยกระดับด้วยการเข้าควบคุมเกาะคาร์ก (Kharg Island) และยังคงเดินหน้าทิ้งระเบิด ร่วมกับอิสราเอล โจมตีผู้นำอิหร่านและโครงสร้างทางทหารของประเทศนั้นต่อไป” เขาอธิบายสถานการณ์หนึ่งที่ว่า “ถ้าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี สงครามอาจจะยืดเยื้อออกไปอีกเล็กน้อยเพราะการยกระดับนี้ แต่จากนั้นก็อาจเกิดการล่มสลายของระบอบการปกครองของอิหร่านได้”

รูบินี กล่าวว่า เรื่องนี้อาจหมายความว่าราคาน้ำมันอาจสูงขึ้นในระยะสั้น แต่การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง  ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรัมป์ได้เรียกร้องให้เกิดขึ้นในอิหร่าน อาจทำให้ “โลกอยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่าในแง่เสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์”

แต่เขาเตือนถึงอีกสถานการณ์หนึ่งที่ หลังจากทรัมป์ยกระดับความขัดแย้งแล้ว “ฝ่ายอิหร่านยังคงสามารถปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ หรือโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของประเทศในอ่าวต่อไปได้ คุณก็จะลงเอยด้วยภาวะเศรษฐกิจชะงักงันเงินเฟ้อสูงอย่างในทศวรรษ 1970”

“ผมคิดว่า ณ จุดนี้เขาจะยกระดับสถานการณ์ จากมุมมองของเขา การเสี่ยงครั้งนี้คุ้มค่า เมื่อพิจารณาจากมูลค่าเชิงทางเลือกของการชนะสงคราม” เขากล่าว

 

ในคืนวันพฤหัสบดี ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะขยายระยะเวลาการ “หยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน” ออกไปอีก 10 วัน เพื่อเปิดทางให้มีการเจรจาข้อตกลงสันติภาพ การระงับปฏิบัติการจะสิ้นสุดในวันที่ 6 เมษายน ทรัมป์กล่าว พร้อมเสริมว่า “การเจรจายังคงดำเนินอยู่ และ … กำลังคืบหน้าไปได้ด้วยดี”

คำแถลงนี้มีขึ้นขณะเดียวกับที่สหรัฐฯ ได้ส่งทหารเพิ่มเติมอีกหลายพันนายเข้าสู่ตะวันออกกลาง

 

แม้รูบินีจะกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ฉากทัศน์พื้นฐานของเขาไม่ใช่ภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจเงินเฟ้อสูงหรือภาวะถดถอย แต่เป็นการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจ เขาบอกกับซีเอ็นบีซีว่าตลาดมองความต้องการของทรัมป์ที่จะยุติสงครามอย่างรวดเร็วในแง่ดีเกินไป

 

“ถ้ามันไม่จบลงในเร็วๆ นี้ และมีการยกระดับสถานการณ์ คุณจะได้สถานการณ์ที่เป็นสองทางเลือกสุดขั้ว: คุณยกระดับ คุณชนะ และจากนั้นสถานการณ์ก็จะดีขึ้นสำหรับโลกและสำหรับตลาดในระยะยาว” เขากล่าว

“แต่ถ้าคุณยกระดับแล้วคุณไม่ชนะ คุณจะลงเอยด้วยภาวะเศรษฐกิจชะงักงันเงินเฟ้อสูงแบบทศวรรษ 1970 ดังนั้นคำถามก็คือว่า ตลาดได้สะท้อนความเสี่ยงสุดขั้วของการลงเอยด้วยสงครามยืดเยื้อ พร้อมกับช็อกแบบทศวรรษ 1970 และผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจชะงักงันเงินเฟ้อสูงสำหรับโลกไว้ในการประเมินหรือยัง นั่นไม่ใช่ฉากทัศน์พื้นฐานของผม แต่ก็อาจเป็นความเสี่ยงที่ตลาดยังไม่ได้สะท้อนเต็มที่ในตอนนี้”

 

  • ครั้งนี้จะไม่มี “TACO” หรือไม่?

รูบินีชี้ว่า ดัชนีแนสแด็กคอมโพสิตกำลังซื้อขายอยู่แถวเขต “ปรับฐาน” (correction territory) ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกกำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่แม้ว่าที่ผ่านมาแรงกดดันจากตลาดเคยบังคับให้ทรัมป์ “ต้องถอย ต้องยอมแพ้” อยู่บ่อยครั้ง รูบินีให้เหตุผลว่าสถานการณ์ปัจจุบันอาจแตกต่างออกไป

“ปัญหาก็คือ ถ้าเขายอมถอยในตอนนี้ เขาจะเสียความน่าเชื่อถือ เขาแพ้สงคราม ระบอบการปกครองปัจจุบันยังคงอยู่ในอำนาจ แล้วเขาก็จะต้องแพ้… การเลือกตั้ง” เขาบอกกับซีเอ็นบีซี

“เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ณ จุดนี้ ทางเลือกเดียวที่เขามีก็คือการยกระดับ เพราะถ้าเขายกระดับ ก็ยังมี ‘สภาวะของโลก’ แบบหนึ่งที่มีความเป็นไปได้อยู่พอสมควรที่ … ผู้นำของ [อิหร่าน] จะล่มสลาย และเขาจะไม่ทำผลงานได้แย่นักในการเลือกตั้งกลางเทอม

“ถ้ามันหยุดลงตอนนี้ เขาก็จะแพ้อย่างแน่นอน ดังนั้นในแง่นั้น วินัยจากตลาด (market discipline) จึงกดดันต่อเขาน้อยลง เพราะเขาต้อง ‘เทหมดหน้าตัก’ เดิมพันกับความเสี่ยงนี้”