วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

สหรัฐ-อิสราเอลถล่ม 'โรงงานนิวเคลียร์' อิหร่านโต้กลับแรง หวั่นสงครามยกระดับ

สหรัฐ-อิสราเอลถล่ม 'โรงงานนิวเคลียร์'  อิหร่านโต้กลับแรง หวั่นสงครามยกระดับ

สถานการณ์ตะวันออกกลางระอุ! สหรัฐ-อิสราเอลเปิดฉากโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน ก่อนเตหะรานตอบโต้รอบอ่าวเปอร์เซีย ทหารสหรัฐเจ็บ 12 นายในซาอุฯ ดันน้ำมันพุ่งแตะ 112 ดอลลาร์ ตลาดหุ้นร่วงหนัก

สถานการณ์ตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดขึ้น เมื่อสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตี "โรงงานนิวเคลียร์" และโรงงานเหล็กของอิหร่านเมื่อวันศุกร์ ขณะที่อิหร่านตอบโต้กลับทั่วอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 4% ไปแตะ 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงอย่างหนักเมื่อคืนนี้ ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อจะฉุดเศรษฐกิจโลก

สื่อทางการอิหร่านระบุว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลและสหรัฐมุ่งเป้าไปที่ "เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบน้ำมวลหนัก" (HWR) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนิวเคลียร์อารัก (Arak nuclear complex) รวมถึงโรงงานผลิตยูเรเนียมเข้มข้น (yellowcake) ในจังหวัดยาซด์ (Yazd) และโรงงานเหล็กขนาดใหญ่อีก 2 แห่งในเมืองคูเซสถาน และอิสฟาฮาน

อัลจาซีรารายงานว่า กองทัพอากาศอิสราเอลได้เข้าโจมตีโรงงานที่ใช้สกัดวัตถุดิบสำคัญสำหรับกระบวนการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม โดยเรียกว่าเป็น “สถานที่สำคัญเฉพาะ” ในโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ของอิหร่าน 

อย่างไรก็ดี องค์การพลังงานปรมาณูอิหร่านยืนยันว่า การโจมตีดังกล่าวไม่มีผู้เสียชีวิตและ "ไม่มีการรั่วไหลของกัมมันตรังสี"

ขีปนาวุธยังตกใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชห์ร (Bushehr Nuclear Power Plant) ซึ่งทางการอิหร่านเปิดเผยเช่นกันว่า ไม่มีผู้เสียชีวิต ความเสียหายทางการเงินหรือทางเทคนิค จากเหตุการณ์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการใหญ่ของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่ง พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจทางทหารอย่างสูงสุด เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของอุบัติเหตุนิวเคลียร์

IAEA ระบุผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า หากเครื่องปฏิกรณ์ได้รับความเสียหาย อาจก่อให้เกิดเหตุการณ์การรั่วไหลหรือแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีในระดับรุนแรง ทว่า IAEA ได้รับแจ้งจากอิหร่านซึ่งยืนยันว่า เครื่องปฏิกรณ์ที่ใช้งานอยู่ไม่ได้รับความเสียหาย ไม่มีการรั่วไหลของรังสี และสถานที่ยังคงอยู่ในสภาพปกติ

อิหร่านตอบโต้หนักรอบอ่าวเปอร์เซีย

อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านประกาศกร้าวว่า จะทำให้ “อิสราเอลต้องตอบแทนอย่างหนัก” จากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญหลายแห่ง ซึ่งละเมิดคำมั่นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะหลีกเลี่ยงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน พร้อมระบุว่า “อิสราเอลได้โจมตีโรงงานเหล็กขนาดใหญ่ที่สุด 2 แห่ง โรงไฟฟ้า และโครงการนิวเคลียร์พลเรือน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ”

การโจมตีอิหร่านยังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงเตหะราน เมืองคาชาน และอาห์วาซ ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 18 รายในเมืองกอม

อิหร่านตอบโต้กลับด้วยการยิงโดรนและขีปนาวุธจำนวนมากไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย ทำให้ท่าเรือ 2 แห่งในคูเวตได้รับความเสียหาย และมีการประกาศเตือนภัยขีปนาวุธในกรุงโดฮา ของกาตาร์ พร้อมยังขู่จะตอบโต้โรงงานเหล็กในอิสราเอลและทั่วภูมิภาค

ด้านวอลสตรีทเจอร์นัลและเอพีรายงานอ้างทางการอิสราเอลว่า มีผู้เสียชีวิต 1 รายในกรุงเทลอาวีฟ จากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน ขณะที่การโจมตีฐานทัพใน "ซาอุดีอาระเบีย" ทำให้ทหารสหรัฐได้รับบาดเจ็บ 12 นาย ในจำนวนนี้ 2 นายอาการสาหัส และยังสร้างความเสียหายต่อเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงของสหรัฐหลายลำ 

สหรัฐ-อิสราเอลถล่ม 'โรงงานนิวเคลียร์'  อิหร่านโต้กลับแรง หวั่นสงครามยกระดับ

'ฮูตี' ขู่ประเทศอ่าวอย่าเข้าร่วม

ในวันเดียวกัน "กลุ่มกบฎฮูตี" ในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศ "พร้อมดำเนินการทางทหารโดยตรง" หากประเทศอื่นเข้าร่วมกับสหรัฐและอิสราเอล หรือหากมีการใช้ "ทะเลแดง" เป็นฐานปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน หรือหากมีการยกระดับการโจมตีกลุ่มตัวแทนของเตหะราน 

คำขู่ดังกล่าวอาจสร้างแรงกดดันต่อประเทศอ่าวที่กำลังพิจารณาเข้าร่วมปฏิบัติการ

น้ำมันขึ้น หุ้นร่วงหนัก

ตลาดการเงินสหรัฐปรับตัวลงแรงในวันศุกร์ แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 7 เดือน โดยดัชนี Nasdaq 100 เข้าสู่ภาวะ "ปรับฐาน" ขณะที่ตลาดยุโรปส่วนใหญ่ติดลบ ส่วนตลาดเอเชียปิดผสมผสานไปก่อนหน้านี้ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับขึ้นใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.

ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นราว 4% ปิดเหนือระดับ 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันศุกร์ ส่งผลให้ราคาปรับขึ้นแล้วราว 80% นับตั้งแต่ต้นปี 

“ตอนนี้พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่ พวกเขาต้องการทำข้อตกลง” ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในไมอามี พร้อมระบุว่า “กองทัพของเรายิ่งใหญ่ที่สุดในโลก อิหร่านกำลังถูกทำลายอย่างหนัก”

ทรัมป์ยังกล่าวว่า “เรายังมีเป้าหมายอีก 3,554 จุด และจะจัดการได้อย่างรวดเร็ว” พร้อมระบุว่าอยากให้มรดกทางการเมืองของตนคือ “ผู้สร้างสันติภาพที่ยิ่งใหญ่” อย่างไรก็ดี เขายอมรับว่า “ตอนนี้อาจจะยังไม่ใช่ แต่ผมคิดว่าผมเป็นผู้สร้างสันติภาพ”

จับตาการส่งทหารบุกภาคพื้นดิน

ความตึงเครียดล่าสุดเกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์ เลื่อนเส้นตายให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซออกไปอีก 10 วัน มิฉะนั้นจะเผชิญการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งถือเป็นการยืดเวลา "ครั้งที่สอง"

การขยายเส้นตายของทรัมป์ยังเปิดทางให้สหรัฐระดมกำลังทหารในภูมิภาคมากขึ้น ท่ามกลางการคาดการณ์ถึง "ความเป็นไปได้ของการโจมตีทางทหารภาคพื้นดิน" 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐส่งสัญญาณต่อพันธมิตรว่ายังไม่มีแผนบุกภาคพื้นดินในทันที "แม้จะมีการส่งกำลังทหารหลายพันนายไปยังตะวันออกกลาง" ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวที่ระบุตัวตน

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่ากองทัพสามารถ “บรรลุเป้าหมายทั้งหมดได้โดยไม่ต้องใช้กำลังภาคพื้นดิน” แต่ก็ “พร้อมให้ทางเลือกสูงสุดแก่ประธานาธิบดีในการปรับตัวต่อสถานการณ์”

"ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน คาดว่าจะสิ้นสุดลงในเวลาที่เหมาะสม โดยเรากำลังพูดถึงช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์ ไม่ใช่หลายเดือน" รูบิโอกล่าวกับผู้สื่อข่าว

วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐ (เพนตากอน) กำลังพิจารณาส่งทหารเพิ่มอีกสูงสุด 10,000 นาย แต่โฆษกทำเนียบขาวระบุว่า การประกาศใดๆ จะมาจากเพนตากอน และทรัมป์มีตัวเลือกทางทหารทั้งหมดอยู่ในมือ

กำลังทหารชุดใหม่นี้จะเสริมกับทหารนาวิกโยธิน 5,000 นาย และพลร่มมากกว่า 1,000 นายที่ถูกส่งไปก่อนหน้า

นักการทูตยุโรปบางรายมองว่า การส่งกำลังภาคพื้นดินของสหรัฐเป็นเรื่องที่แทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ในความขัดแย้งนี้ แม้จะมีความเสี่ยงสูงต่อการสูญเสียก็ตาม


ที่มา: Bloomberg, Aljazeera