'ไต้หวัน' กังวลว่า 'จีน' อาจฉวยโอกาสในขณะที่สหรัฐกำลังวุ่นวายกับสงครามในตะวันออกลาง เพิ่มอิทธิพลเหนือช่องแคบไต้หวันมากขึ้น
ไต้หวันกังวลว่าจีนอาจฉวยโอกาสจากความวุ่นวายของสหรัฐในการทำสงครามตะวันออกกลาง โดยสื่อท้องถิ่นได้ยกตัวอย่างว่าความขัดแย้งก่อให้เกิดข้อกังขาเรื่องประสิทธิภาพอาวุธของสหรัฐที่เกาะมีนั้น จะสามารถขับไล่การรุกรานใดๆ ได้หรือไม่
ไต้หวัน ที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย และเป็นหนึ่งในจุดปะทะที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุดในโลก เผชิญกับแรงกดดันทางทหารที่เพิ่มสูงขึ้นจากจีน ซึ่งมองว่าเกาะแห่งนี้เป็นของตน และปักกิ่งเพิ่งจัดซ้อมรบครั้งใหญ่ล่าสุดเมื่อเดือน ธ.ค. ปีก่อน
เจ้าหน้าที่ไต้หวันบอกว่า การกลับมาซ้อมรบของกองทัพจีนอากาศครั้งใหญ่นับตั้งแต่ 14-15 มี.ค. ใกล้ไต้หวันหลังจากหายไปอย่างผิดสังเกต แสดงให้เห็นว่า จีนต้องการใช้ประโยชน์จากการระดมกองทัพสหรัฐจากออกเอเชียตะวันออกไปสนับสนุนการทำสงครามในตะวันออกกลาง
เจ้าหน้าที่ความมั่นคงไต้หวันระดับสูงคนหนึ่งกล่าว
“นี่คือช่วงเวลาที่จีนจะแสดงอิทธิพล สิ่งที่จีนพยายามทำให้เกิดขึ้นคือ 'ความรู้สึก'เมื่อสหรัฐถอนทัพออกไปและความแข็งแกร่งของอินโดแปซิฟิกได้เปลี่ยนทิศไปยังตะวันออกลาง ความตึงเครียดและความไม่มั่นคงจึงผุดขึ้นมา”
อย่างไรก็ตาม สำนักงานกิจการไต้หวันของจีนและกระทรวงกลาโหมจีน ยังไม่ตอบกลับคำขอความเห็นจากรอยเตอร์
กระทรวงกลาโหมไต้หวันอ้างความคิดเห็นของเวลลิงตัน คู รัฐมนตรีกลาโหมเมื่อต้นเดือนกล่าวว่า “จีนมีความตั้งใจที่จะผนวกดินแดนโดยใช้กำลังมาโดยตลอด”
แหล่งข่าวไต้หวันรายหนึ่ง กล่าวว่า การะดมสรรพกำลังทางทหารของสหรัฐทั่วภูมิภาคมักจะเป็นไปอย่างสมดุลเสมอ ดังนั้น ความเคลื่อนไหวของสหรัฐตอนนี้ไม่มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดช่องว่างให้จีนโจมตีได้
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวกับรอยเตอร์ว่า ขีดความสามารถทางทหารของสหรัฐในการรับมือกับภัยคุกคามระดับโลกที่เกิดขึ้นพร้อมกันนั้นยังคง “น่าเกรงขาม” และเสริมว่า สหรัฐมีความมุ่งมั่นในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพทั่วช่องแคบไต้หวัน
อย่างไรก็ตาม ฉาง กัวเฉิง ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยการแพทย์ไทเป กล่าวว่า สงครามที่ยืดเยื้อจะทำให้คลังอาวุธของสหรัฐลดลง เบี่ยงเบนความสนใจจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และกระตุ้นให้เกิดกระแสต่อต้านสงครามภายในประเทศ
ปัจจัยทั้งหมดข้างต้นอาจทำให้ สี จิ้นผิง เชื่อว่า การกดดันไต้หวันมากขึ้น หรือการใช้กำลังต่อไต้หวัน ทำให้สถานะของเขาแข็งแกร่งมากขึ้นก่อนสงครามนี้จะเริ่มต้นขึ้น และเสริมว่า ยิ่งสงครามยืดเยื้อนานเท่าไร ก็ยิ่งทำให้จีนได้รับบทเรียนมากขึ้นเกี่ยวกับแนวคิดทางการทหารของสหรัฐและวิธีการตอบโต้ใน กรณีที่จีนตัดสินใจดำเนินการกับไต้หวัน
แต่พันธมิตรสหรัฐในเอเชียเตือนเช่นกันว่า สงครามอิหร่านอาจบั่นทอนกำลังในการป้องกันประเทศจากจีนได้
ไต้หวันกังวลโฆษณาชวนเชื่อจีน
ไต้หวันกังวลว่าว่าจีนจะใช้โฆษณาชวนเชื่อ บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชน โดยพบว่ามีการสร้างวิดีโอจากเอไอเกี่ยวกับวิกฤติอุปทานพลังงานที่ไต้หวันเผชิญ เพื่อทำให้คนในไต้หวันหมดความมั่นใจหากจีนล้อมเกาะไต้หวันในอนาคต
นอกจากนี้สื่อและนักวิเคราะห์ของจีนยังใช้สงครามอิหร่านเป็นตัวอย่าง เพื่อชี้ให้เห็นจุดอ่อนของอาวุธสหรัฐซึ่งเป็นอาวุธหลักของไต้หวัน โดยอ้างว่าอุปกรณ์อย่างเรดาร์อาจถูกทำลายได้ง่ายในการโจมตีขนาดใหญ่
จีนได้เรียนรู้ความสามารถทางทหารของสหรัฐ
ทอดด์ แฮร์ริสัน นักวิเคราะห์ด้านกลาโหม จากAmerican Enterprise Institute ในวอชิงตันกล่าวว่าการทำสงครามในตะวันออกลางของสหรัฐเป็นโอกาสที่ดีที่จีนจะได้เรียนรู้ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐ โดยเฉพาะอาวุธทางทหารที่ล้ำสมัย เช่น เครื่องบินรบ F-35
โดยจีนจะสามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธว่าทำงานได้ดีเพียงใด และวิธีที่สหรัฐจะใช้มัน
ไต้หวันซึ่งเสนอเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมอีก 4 หมื่นล้านดอลลาร์ กำลังจับตาดูความเป็นไปได้ของการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐและจีนในกรุงปักกิ่งอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้เลื่อนออกไปเป็นปลายเดือนเมษายน
เสิ่น ยู่จง รัฐมนตรีช่วยว่าสภากิจการแผ่นดินใหญ่ของไต้หวัน ผู้รับผิดชอบนโยบายต่อจีนเผยรัฐบาลคาดว่าการเจรจาจะครอบคลุมถึงไต้หวันด้วย แต่ยังไม่มีวิธีใดที่จะสร้างอิทธิพลต่อการเจรจาดังกล่าวได้
“อย่างไรก็ตาม เราต้อง...ส่งสารที่ชัดเจนและสอดคล้องกันไปยังโลกภายนอกว่า เรามุ่งมั่นที่จะพึ่งพาการป้องกันประเทศของเราเองเพื่อปกป้องอธิปไตยของเรา” เสิ่นกล่าว





