วันพุธ ที่ 25 มีนาคม 2569

Login
Login

‘เกาหลีใต้’ เรียกร้อง ‘ประหยัดพลังงาน’ ทั่วประเทศ 'ลดใช้ไฟฟ้า-รถยนต์ส่วนบุคคล'

‘เกาหลีใต้’ เรียกร้อง ‘ประหยัดพลังงาน’ ทั่วประเทศ 'ลดใช้ไฟฟ้า-รถยนต์ส่วนบุคคล'

รัฐบาลเกาหลีใต้’ เรียกร้องให้ประหยัดพลังงานทั่วประเทศ โดยขอความร่วมมือประชาชนลดการใช้ไฟฟ้าตามแผนลดการใช้พลังงาน 12 ข้อ และขอให้ภาครัฐลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล

อี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เรียกร้องให้ประหยัดพลังงานทั่วประเทศ เนื่องจากมีความเสี่ยงในการจัดหาน้ำมันและก๊าซเพราะ สงครามอิหร่าน โดยบอกให้สถาบันรัฐลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล

คิม ซุงฮวาน รัฐมนตรีพลังงาน กล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคาร (24 มี.ค.) ว่า ข้อจำกัดด้านยานพาหนะส่วนบุคคลมีความอ่อนไหวในช่วงนี้ แต่จะทบทวนอีกครั้งหากระดับภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานเพิ่มขึ้น

รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังเรียกร้องให้ประชาชนปรับใช้แผนประหยัดพลังงาน 12 ข้อ อาทิ อาบน้ำให้ไวขึ้น ชาร์จโทรศัพท์มือถือและรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงกลางวัน และใช้เครื่องซักผ้า เครื่องดุดฝุ่นในช่วงสุดสัปดาห์

คิมกล่าวว่า รัฐบาลจะเริ่มเปิดดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 5 แห่งอีกครั้ง ภายในเดือน พ.ค. บรรเทาข้อจำกัดโรงงานถ่านหิน และขยายพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในระยะยาว

การปรับใช้พลังงานแบบผสมคาดว่าจะช่วยประหยัดพลังงานการบริโภคก๊าซ LNG โดยเฉลี่ยของเกาหลีใต้ได้สูงสุด 14,000 ตัน หรือสูงสุด 20% จากระดับ 69,000 ตันที่ใช้ผลิตไฟฟ้า

นอกจากนี้ ยังได้ขอให้ธุรกิจที่ใช้น้ำมันมากที่สุด 50 แห่งแรก ลดการใช้พลังงาน และส่งเสริมให้มีการเข้างานแบบเหลื่อมเวลา และใช้มาตรการประหยัดพลังงานอื่นๆ

ด้าน HD Hyundai ได้ออกมาตรการประหยัดพลังงานในหลายภาคส่วน เช่น HD Hyundai Heavy และ HD Hyundai Oilbank รวมถึงออกมาตรการจำกัดการใช้ยานพาหนะตามสมัครใจ ลดการใช้พลาสติก และยกระดับการประหยัดพลังงาน อย่างเช่น การปิดไฟ

เกาหลีใต้ยังมีแผนจะร่างงบประมาณเพิ่มเติม 25 ล้านล้านวอน (1.66 หมื่นล้านดอลลาร์) โดยเร็วที่สุด ซึ่งอาจรวมถึงการออกบัตรกำนัลเงินสดสำหรับผู้บริโภค และการสนับสนุนทางการเงินสำหรับบริษัทต่างๆ ในขณะที่ประเทศอื่นหารือเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น

“ตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การประหยัดงบประมาณของรัฐบาล แต่เป็นการจัดสรรงบประมาณอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพไปยังเรื่องที่จำเป็นที่สุด” ปธน.อี กล่าวในการประชุม

ขณะที่รัฐมนตรีคลังกล่าวว่าจะเสนองบประมาณต่อรัฐสภาภายในสิ้นเดือน มี.ค.

ตามข้อมูลของสมาชิกรัฐสภาและรัฐบางอุตสาหกรรม เผยว่า เกาหลีใต้นำเข้าน้ำมันดิบจากช่องแคบฮอร์มุซราว 70% ประเทศจึงต้องเผชิญกับวิกฤติพลังงานที่กำลังคืบคลานเข้ามา แม้ว่าจะมีน้ำมันสำรองประมาณ 190 ล้านบาร์เรลก็ตาม โดยแบ่งเป็นของรัฐบาล 100 ล้านบาร์เรล และของโรงกลั่นเอกชน 90 ล้านบาร์เรล ซึ่งตามมาตรฐานขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ชี้ว่า ปริมาณดังกล่าวสามารถอยู่ได้ 208 วัน แต่ตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมการส่งออกปิโตรเคมี ซึ่งอาจทำให้ระยะเวลาลดน้อยลงกว่านั้น

ข้อมูลของบริษัทน้ำมันแห่งชาติเกาหลี ระบุว่า เกาหลีใต้บริโภคน้ำมันที่ 2.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2024 ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าปริมาณสำรองที่มีไม่อาจใช้ได้นานพอสองเดือน

รัฐบาลเกาหลีใต้ได้รับคำมั่นสัญญาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แล้วว่าจะได้น้ำมัน 24 ล้านบาร์เรล แต่ระยะเวลาในการส่งมอบยังไม่แน่ชัด

จ่อยกระดับแผนฉุกเฉิน

เกาหลีใต้เตรียมยกกระดับแผนฉุกเฉินสำหรับกรณีเกิดสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในตะวันออกลาง โดยคิม มินซ็อก นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้เตือนว่า รัฐบาลต้องเสริมแกร่งระบบตอบสนองเชิงป้องกันล่วงหน้า ท่ามกลางความขัดแย้งที่ส่งสัญญาณว่าอาจยืดเยื้อ

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน คิมเผยกับผู้สื่อข่าวในวันพุธ (25 มี.ค.) ว่า สถานการณ์มีแนวโน้มว่าจะยืดเยื้อ ประเทศจึงจำเป็นต้องเสริมแกร่งเชิงป้องกันในระบบตอบสนองของรัฐบาลทั้งหมด รวมถึงการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด และรัฐบาลจะตอบสนองอย่างเร่งด่วนที่สุดตามความร้ายแรงของสถานการณ์

นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมยังได้จัดตั้งคณะทำงานเศรษฐกิจฉุกเฉินนำโดยนายกฯ ซึ่งจะปฏิบัติงานร่วมกับหลายกระทรวงในรูปแบบ “ทีมเดียว” คณะทำงานนี้จะประชุม 2 ครั้งต่อสัปดาห์เพื่อประสานงานการรับมือ ขณะเดียวกันก็จะจัดตั้งห้องสถานการณ์เศรษฐกิจฉุกเฉินแยกที่ทำเนียบประธานาธิบดีด้วย

นายกฯ คิม ยังได้เรียกร้องให้ผ่านร่างงบประมาณเพิ่มเติม 25 ล้านล้านวอนอย่างรวดเร็ว โดยบอกว่านั่นไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเรื่องจำเป็น เพื่อปกป้องเศรษฐกิจจากความเสี่ยง

ความเคลื่อนไหวนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า โซลกำลังเปลี่ยนเข้าสู่โหมดวิกฤติเนื่องจากราคาน้ำมันพุ่ง และซัพพลายมีความเสี่ยงสูงขึ้น เพราะช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด

สำหรับร่างงบประมาณเพิ่มเติม 25 ล้านล้านวอนที่นายกฯ ต้องการให้อนุมัติอย่างรวดเร็ว คาดว่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นได้ สนับสนุนครัวเรือนที่เปราะบาง และสร้างเสถียรภาพให้ห่วงโซ่อุปทาน โดยรัฐบาลคาดว่าจะประกาศรายละเอียดงบประมาณมหาศาลเร็วๆ นี้