โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน’ เตือน ตะวันออกกลางระวังเกิด ‘วงจรอุบาทว์’ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติปฏิบัติการทางทหาร และกลับสู่โต๊ะเจรจา
จีน เรียกร้องในวันจันทร์ (23 มี.ค.69) ขอทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบ ช่องแคบฮอร์มุซ ยุติปฏิบัติการทางทหารเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด “วงจรอุบาทว์” และกลับสู่การเจรจา
"หากความขัดแย้งยังคงทวีความรุนแรงขึ้น และสถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก ภูมิภาคทั้งหมดจะตกอยู่ในความโกลาหล" หลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ตอบคำถามเกี่ยวกับแรงกดดันของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่ออิหร่านให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งที่สำคัญของโลก
"การใช้กำลังมีแต่จะนำไปสู่วงจรอุบาทว์" โฆษกกระทรวงฯ กล่าว และเสริมว่า สงครามไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก
ความคิดเห็นของหลิน เจียน มีขึ้นหลังจากอิหร่านขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในภูมิภาค ตอบโต้ที่ทรัมป์โพสต์ในทรูธโซเชียลเมื่อคืนวันเสาร์ (21 มี.ค.69) ว่าสหรัฐจะโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หากไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมง นับตั้งแต่ที่เขาโพสต์ ซึ่งคาดว่าจะตรงกับช่วงเช้าวันอังคาร (24 มี.ค.69) ตามเวลาประเทศไทย
เมื่อสื่อถามว่า จีนได้กดดันอิหร่านให้รับประกันความปลอดภัยในการเดินเรือและขนส่งน้ำมันของจีนผ่านช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนยืนยัน ปักกิ่งยังคงติดต่อกับทุกฝ่ายและมุ่งมั่นที่จะลดความตึงเครียดนี้
วงจรอุบาทว์แบบสงครามในอิรัก?
โฆษกหลินยังได้กล่าวอ้างถึงสงครามอิรัก ที่นำมาซึ่งความสูญเสียประชาชนผู้บริสุทธิ์ เนื่องจากเมื่อวันศุกร์ที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมานั้นเป็นวันครบรอบ 23 ปี ของสงครามอิรัก ที่สร้างความปั่นป่วนไปทั่วตะวันออกกลาง
หลิน เจียนบอกว่า สงครามที่เกิดขึ้นในอิรักเมื่อ 23 ปีก่อน ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างร้ายแรงต่อประชาชน และผลกระทบจากความขัดแย้งก็ลุกลามทั่วทั้งภูมิภาค ซึ่งสงครามอิรักในตอนนั้น กองทัพสหรัฐได้บุกโค่นล้มซัดดัม ฮุสเซน โดยใช้ข้ออ้างว่ารัฐบาลของเขามีอาวุธทำลายล้างสูง ส่งผลให้ระบอบการปกครองล่มสลายอย่างรวดเร็ว และคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 100,000 คน
อิรักตกอยู่ในความปั่นป่วนและไม่มั่นคงอยู่หลายปี ขณะที่สหรัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายล้านล้านดอลลาร์ และสร้างสุญญากาศทางอำนาจที่ทำให้กลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลามผงาดขึ้นมา
ทำไมจีนต้องเรียกร้องยุติสงคราม
การที่จีนออกตัวเรียกร้องให้ยุติสงครามอิหร่าน นั่นก็เพราะว่า แม้จีนมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอ แต่ราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้น มีความเสี่ยงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนได้เช่นกัน
ฮุย ซาน จากโกลด์แมน แซคส์ กล่าวในรายงานเกี่ยวกับความเสี่ยงระยะสั้นต่อเศรษฐกิจจีนว่า "การเติบโตที่อ่อนตัวลงในประเทศคู่ค้าตลาดเกิดใหม่ของจีน มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อการส่งออกของจีนไปยังประเทศเหล่านี้ในไตรมาสต่อๆ ไป"
จีนสามารถรับมือกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นได้ดี เนื่องจากจีนใช้ถ่านหินผลิตพลังงานประมาณ 60% ของเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตพลังงานทั้งหมด ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันก็มีเพียงพอ และการนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ คิดเป็นเพียง 5% ของการบริโภคพลังงานทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำประเทศจีนเตือนว่า ราคาน้ำมันและก๊าซที่สูงขึ้นอาจทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ และทำให้ภาวะเงินฝืดในระดับผู้ผลิตสิ้นสุดลง (หรือ ราคาสินค้าในระดับผู้ผลิตปรับสูงขึ้น)
โกลด์แมน แซคส์จึงได้ปรับลดการคาดการณ์การเติบโตของจีนในไตรมาสที่สอง และเพิ่มการคาดการณ์เงินเฟ้อสำหรับปี 2026
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





