นายกฯอังกฤษ เคียร์ สตาร์เมอร์เตรียมเป็นประธานการประชุมฉุกเฉินกับรัฐมนตรี ก่อนถึงกำหนดเส้นตายอิหร่านของทรัมป์ อังกฤษไม่หวั่นอิหร่านยิงขีปนาวุธใส่ลอนดอน
บลูมเบิร์ก รายงานว่า นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เคียร์ สตาร์เมอร์ เตรียมจัดการประชุมฉุกเฉินร่วมกับรัฐมนตรีอาวุโสและแอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในวันจันทร์ (23 มี.ค.69) เพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤตอิหร่าน ขณะที่กำลังนับถอยหลังเส้นตาย 2 วันที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สตาร์เมอร์จะหารือถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตดังกล่าวร่วมกับรัฐมนตรีในคณะรัฐบาล ได้แก่ ราเชล รีฟส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, อีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศ และเอ็ด มิลิแบนด์ รัฐมนตรีพลังงาน พร้อมด้วยผู้ว่าการธนาคารกลางเบลีย์ กระทรวงการคลังเปิดเผยผ่านแถลงการณ์อีเมลเมื่อค่ำวันอาทิตย์ ทั้งนี้ ที่ประชุมยังจะหารือถึงความมั่นคงด้านพลังงาน ความทนทานของห่วงโซ่อุปทาน และปฏิกิริยาของนานาชาติต่อสงครามในครั้งนี้ด้วย ตามข้อความในแถลงการณ์
เมื่อวันเสาร์ ทรัมป์ได้ให้เวลาอิหร่าน 48 ชั่วโมงในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง มิฉะนั้นจะสั่งโจมตีทำลายโรงไฟฟ้าของอิหร่าน ซึ่งเป็นการขู่ยกระดับความขัดแย้งที่ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นแล้ว ด้านอิหร่านตอบโต้ว่าหากถูกโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน ตนจะปิดช่องทางเดินเรือดังกล่าว “อย่างสิ้นเชิง”
- ทรัมป์-สตาร์เมอร์เห็นพ้องต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สำนักงานของสตาร์เมอร์ระบุในแถลงการณ์ว่า ทรัมป์และสตาร์เมอร์ได้พูดคุยกันเมื่อวันอาทิตย์และหารือถึง “ความจำเป็นในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเพื่อให้การขนส่งทางทะเลทั่วโลกกลับมาดำเนินการได้” ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซนั้น “มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างเสถียรภาพในตลาดพลังงานโลก” และตกลงที่จะพูดคุยกันอีกครั้ง “ในเร็วๆ นี้”
ความขัดแย้งกับอิหร่านกำลังกดดันให้สตาร์เมอร์ต้องออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนด้านค่าพลังงานมากขึ้น เนื่องจากคาดว่าบิลค่าใช้จ่ายด้านพลังงานจะเพิ่มขึ้นราว 20% เมื่อมาตรการเพดานราคาก๊าซและค่าไฟฟ้าที่มีอยู่ในปัจจุบันหมดอายุลงในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน
รัฐบาลของสตาร์เมอร์ได้ประกาศวงเงินช่วยเหลือ 53 ล้านปอนด์ (70 ล้านดอลลาร์) สำหรับประชาชนที่ใช้น้ำมันทำความร้อน ซึ่งไม่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของเพดานราคา นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรมีกำหนดเข้าตอบคำถามต่อคณะกรรมาธิการฝ่ายประสานงานของรัฐสภาในช่วงบ่ายวันจันทร์ ซึ่งมีแนวโน้มสูงว่าเขาจะถูกซักถามอย่างหนักถึงมาตรการช่วยเหลือที่รัฐบาลอาจจัดให้เพิ่มเติม
การที่สตาร์เมอร์ให้ความสำคัญกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามเกิดขึ้นหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 10 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับต้นทุนการกู้ยืมของอังกฤษ แตะระดับ 5% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2008 และหลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ซึ่งนำโดยเบลีย์ ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
BOE กล่าวว่า “พร้อมที่จะดำเนินการ” เพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้บรรดานักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์เกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนเมษายนนี้ เบลีย์กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ท่าทีของนโยบาย BOE ต้อง “ตอบสนองต่อความเสี่ยงของผลกระทบที่ยืดเยื้อมากขึ้นต่ออัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหราชอาณาจักร”
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ริชาร์ด วอล์คเกอร์ ที่ปรึกษาด้านค่าครองชีพของสตาร์เมอร์ ซึ่งเป็นประธานของบริษัทซูเปอร์มาร์เก็ต Iceland Foods กล่าวว่า สหราชอาณาจักรควรพิจารณาจำกัดกำไรของบริษัทพลังงานเป็นการชั่วคราว ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นหลังจากราคาน้ำมันที่ปั๊มในสหราชอาณาจักรแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงกว่า 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นราคาสูงสุดในรอบเกือบสี่ปี
สตีฟ รีด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเคหะของสหราชอาณาจักร กล่าวในรายการของสถานีโทรทัศน์ Sky News เมื่อวันอาทิตย์ว่า “ยังไม่จำเป็นต้องมีการปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิง ผู้คนควรออกไปซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงตามปกติได้เหมือนเดิม หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง รัฐบาลจึงจะพิจารณาว่าจำเป็นต้องทำอะไรในสถานการณ์นั้น”
- อังกฤษไม่วิตกอิหร่านจะยิงขีปนาวุธใส่ลอนดอน
การหารือของสตาร์เมอร์ยังมีขึ้นหลังจากสหราชอาณาจักรถูกดึงเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งกับอิหร่านมากขึ้น โดยเมื่อวันศุกร์ อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลใส่ฐานทัพร่วมสหรัฐ‑อังกฤษที่เกาะดิเอโก การ์เซีย และสหราชอาณาจักรยังได้อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพของตน รวมถึงเกาะดิเอโก การ์เซีย เพื่อทำ “ปฏิบัติการเชิงป้องกันเพื่อลดทอนขีดความสามารถและทำลายพื้นที่ติดตั้งขีปนาวุธที่ใช้โจมตีเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ”
ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การเคลื่อนไหวดังกล่าว พร้อมเตือนว่าเตหะราน “จะใช้สิทธิในการป้องกันตนเอง”
การโจมตีที่ดิเอโก การ์เซีย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านอาวุธที่เหนือกว่าที่เคยทราบกันว่ารัฐบาลเตหะรานมีอยู่ อาวุธที่มีพิสัยยิงเกือบ 2,500 ไมล์ (4,000 กิโลเมตร) จะทำให้เมืองต่าง ๆ ในยุโรป รวมถึงลอนดอนและปารีส ตกอยู่ในความเสี่ยงจากการโจมตีของอิหร่าน
รีดได้พยายามลดทอนความกังวลต่อความเป็นไปได้ดังกล่าว
เขากล่าวในรายการของสถานีโทรทัศน์บีบีซี เมื่อวันอาทิตย์ว่า “ขณะนี้ยังไม่มีการประเมินเฉพาะใด ๆ ว่าอิหร่านกำลังเล็งเป้าหมายมาที่สหราชอาณาจักร หรือแม้แต่มีศักยภาพที่จะทำได้ หากต้องการจะทำจริง ๆ เรามีขีดความสามารถเพียงพอที่จะปกป้องประเทศนี้และทำให้ประเทศนี้ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันในประเทศ หรือต่อทรัพย์สินและพลเมืองของเราที่อยู่ทั่วทั้งภูมิภาคก็ตาม”





