สงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านกำลังสั่นสะเทือนตะวันออกกลาง ฉุดให้การเดินทางทางอากาศปั่นป่วนทั่วโลก สายการบินจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางและระงับบริการทั่วสนามบินสำคัญในภูมิภาคซึ่งเชื่อมต่อเอเชียและยุโรป
เว็บไซต์แชนเนลนิวส์เอเชีย (ซีเอ็นเอ) รายงานว่า สายการบินจำเป็นต้องเลี่ยงน่านฟ้ารอบๆ อิหร่านและพื้นที่เสี่ยงความขัดแย้งอื่นๆ ส่งผลให้ต้องบินในเส้นทางไกลขึ้น ใช้น้ำมันมากขึ้น ต้นทุนปฏิบัติการเพิ่มสูง
น่านฟ้าหลายประเทศในตะวันออกกลางยังคงเข้มงวดอย่างหนัก ขณะที่เที่ยวบินลดจำนวนลงซึ่งนับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. เที่ยวบินทั่วโลกยกเลิกหรือเปลี่ยนเส้นทางไปแล้วนับหมื่นๆ เที่ยว โดยเฉพาะที่ต้องทรานสิต ณ สนามบินหลักของตะวันออกกลาง
ความโกลาหลในภาคการบินส่งผลสะเทือนไปถึงภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่หลายประเทศพึ่งพานักเดินทางเที่ยวบินระยะไกลอย่างหนัก
แต่แม้หลายประเทศได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินและราคาตั๋วเครื่องบินเพิ่มสูง แต่บางประเทศ เช่น มาเลเซีย อาจอยู่ในสถานะได้ประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว
ไทย-บาหลี เสี่ยงสุด
ผู้สังเกตการณ์อุตสาหกรรมกล่าวว่า ไทยและอินโดนีเซียโดยเฉพาะ เกาะบาหลี ติดกลุ่มปลายทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เสี่ยงที่สุดหากความปั่นป่วนยืดเยื้อ
การท่องเที่ยวของบาหลีพึ่งพานักเดินทางจากยุโรปและตลาดระยะไกลอื่นๆ หนักมาก การใช้เวลาบินที่นานขึ้น จำนวนที่นั่งน้อยลง และราคาบัตรโดยสารสูงขึ้นอาจส่งผลต่อความต้องการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไฮซีซัน
ต้นทุนปฏิบัติการที่สูงขึ้นของสายการบินกำลังถูกส่งต่อไปให้ผู้โดยสารในรูปของค่าธรรมเนียมน้ำมันและค่าโดยสารที่ถูกปรับขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์เตือนว่า หากค่าโดยสารยังสูงต่อเนื่องอาจลดทอนการเดินทางที่ไม่จำเป็นในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักเดินทางที่คำนึงถึงค่าใช้จ่ายเป็นหลัก
มาเลเซียมีโอกาส
ในมาเลเซียคาดว่าผลกระทบมีน้อยกว่า นักเดินทางชาวยุโรปมีไม่ถึง 15% ของนักท่องเที่ยวโดยรวม ความเสียหายโดยตรงจากความปั่นป่วนของเส้นทางยุโรปจึงมีจำกัด
กระนั้น ผู้บริหารในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเตือนว่า แม้ตลาดยุโรปมีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยกว่า แต่จ่ายหนักกว่า
“นักเดินทางชาวยุโรปมักพักนานกว่า และมีแนวโน้มเดินทางไกลกว่า คำถามสำคัญคือสงครามนี้จะยาวนานแค่ไหน ผลเสียมีอะไรบ้าง เมื่อไหร่จะสิ้นสุด” ไนเจล หว่อง ประธานสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวและบริษัททัวร์มาเลเซียกล่าว
นักท่องเที่ยวจากประเทศไกลๆ มักใช้จ่ายกับค่าที่พัก ทัวร์ และจับจ่ายซื้อของมากกว่า จึงมีคุณค่าที่แหล่งท่องเที่ยวจะหาเงินให้ได้มากกว่าการดูพื้นๆ แค่จำนวนนักท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม นับตั้งสงครามปะทุขึ้น เที่ยวบินขาออกจากสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ไปประเทศตะวันออกกลางถูกยกเลิกไปแล้วอย่างน้อย 200 เที่ยว
ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ หว่องยังมีความหวังว่า ปีนี้มาเลเซียจะมีนักท่องเที่ยว 45 ล้านคนได้ตามเป้าคาดว่าความต้องการที่แข็งแกร่งจากเอเชียตะวันออก อินเดีย และตลาดภายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะช่วยบรรเทาปัญหานักท่องเที่ยวยุโรปลดลงได้
ไม่เพียงเท่านั้น รัฐบาลยังเร่งส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้แคมเปญ Visit Malaysia 2026 ด้วย โดยริเริ่มโครงการส่งเสริมการตลาดและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวเพื่อเสริมสร้างเสน่ห์ดึงดูดของประเทศ
แม้ค่าเงินริงกิตจะแข็งค่าขึ้นประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในช่วงปีที่ผ่านมา แต่หว่องกล่าวว่า มาเลเซียยังคงมีราคาที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน
“ตอนนี้เราอยู่ในจุดที่ดีมาก คล้ายกับสิงคโปร์ มาเลเซียมีตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ที่ดีมากในแง่ของการเป็นศูนย์กลางการเดินทางทางอากาศ” หว่องกล่าวกับซีเอ็นเอ โดยชี้ถึงเส้นทางบินตรงที่เพิ่มมากขึ้นไม่ใช่แค่มายังกรุงกัวลาลัมเปอร์ แต่ยังไปเมืองอื่นๆ เช่น ปีนังและโกตาคินาบาลูโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเชื่อมต่อที่ขยายตัวจากจีนกำลังช่วยขยายฐานการท่องเที่ยวของมาเลเซียให้กว้างขึ้น
หว่องเสริมด้วยว่า การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และสิ่งอำนวยความสะดวกในเมืองอย่างต่อเนื่อง กำลังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว อย่างไรก็ตาม เขาเตือนไม่ให้ประมาท
"แม้แคมเปญ Visit Malaysia 2026 เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากแต่สิ่งที่เราอยากเห็น ไม่ว่าจะมีแรงกดดันอะไรเกิดขึ้นในขณะนี้ คือการเริ่มต้นวางแผนสำหรับอนาคต” หว่องกล่าว
- โอกาสสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ขณะที่ความขัดแย้งรบกวนปฏิบัติการของสายการบิน หน่วยงานการบินในภูมิภาคกลับมองเห็นโอกาสอยู่รำไร
ในช่วงที่สายการบินกำลังทบทวนการทรานสิท ณ สนามบินในอ่าวเปอร์เซีย สนามบินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็อาจวางสถานะตนเองเป็นจุดแวะพักทางเลือกสำหรับนักเดินทางที่มุ่งหน้ายุโรปแม้หลังความขัดแย้งสิ้นสุดลง
“สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตะวันออกกลางเป็นโอกาสดีสำหรับภูมิภาคเราที่จะกลายเป็นฮับการบินรายต่อไป ไปยุโรปปลอดภัยกว่ามีเสถียรภาพมากกว่าการแวะที่ตะวันออกกลาง”
“(เที่ยวบิน) สามารถให้บริการได้จากศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาคที่สำคัญ เช่น ไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง และมาเลเซียเช่นกัน หากเราทำได้แบบนี้ก็คงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเรา”โนราซมัน มาห์มุด ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร กรมการบินพลเรือนมาเลเซียกล่าวและว่า
มาเลเซียแอร์ไลน์วางแผนเพิ่มเที่ยวบินไปยุโรปแล้ว รวมถึงเที่ยวบินเพิ่มไปลอนดอนและปารีส ท่ามกลางความต้องการเส้นทางระยะไกลไม่ต้องแวะตะวันออกกลางเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ด้วยการปรับลดจำนวนที่นั่งและระยะเวลาบินที่ยาวนานขึ้น คาดว่าค่าโดยสารเครื่องบินไปยุโรปในระยะสั้นจะยังคงอยู่ในระดับสูง





