วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม 2569

Login
Login

นักวิเคราะห์ชี้ สงครามอิหร่านจบ 'อิสราเอล' คือผู้ชนะ สหรัฐพา 'อาหรับ' เจ็บหนักสุด

นักวิเคราะห์ชี้ สงครามอิหร่านจบ 'อิสราเอล' คือผู้ชนะ  สหรัฐพา 'อาหรับ' เจ็บหนักสุด

นักวิเคราะห์ชี้ ถ้าสงครามอิหร่านจบวันนี้ 'อิสราเอล' คือผู้ชนะอย่างไม่ต้องสงสัย ในขณะที่สหรัฐเผชิญทางเลือกที่ยากลำบาก และพาให้ชาติอาหรับเจ็บหนักสุด

หากสงครามสหรัฐ-อิสราเอลต่ออิหร่านจบลงในวันรุ่งขึ้น มีข้อสรุปหนึ่งที่ชัดเจนคือ “เบนจามิน เนทันยาฮู” นายกรัฐมนตรีอิสราเอล อาจก้าวต่อไปได้อย่างสง่าผ่าเผย ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอาจถูกทิ้งให้ต้องรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตลาดโลก และพันธมิตรอ่าวเปอร์เซียคือผู้แบกรับความสูญเสียหนักที่สุด

นักวิเคราะห์บอกว่า สำหรับ เนทันยาฮู สงครามนี้ได้วาดแผนที่ทางการเมืองของอิสราเอลขึ้นใหม่ตามเงื่อนไขของพวกเขา เบี่ยงความสนใจจากกาซา ไปยังอิหร่าน ซึ่งคนในประเทศเห็นพ้องต้องกันกับเรื่องนี้ที่สุด และความน่าเชื่อถือด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจของเขาก็กลับมาโดดเด่นที่สุดในช่วงนี้

สำหรับทรัมป์ ได้ทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม สงครามนี้ทำให้เขาติดหล่มอยู่ในความขัดแย้งที่ไม่มีทางออกชัดเจน ทำให้พันธมิตรอาหรับในอ่าวเปอร์เซียของเขาต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น และบั่นทอนแผนเศรษฐกิจที่เคยผลักดันให้เขาได้กลับมาดำรงตำแหน่งนี้อีกครั้ง

อารอน เดวิด มิลเลอร์ อดีตผู้ไกล่เกลี่ยตะวันออกลางของสหรัฐ กล่าว “มีผู้ชนะที่ชัดเจน และมีผู้แพ้ที่ชัดเจน” และว่า เนทันยาฮูเป็นผู้ชนะอย่างไม่ต้องสงสัย เขาแสดงให้เห็นถึงความสามารถทางทหารของอิสราเอล และรัฐอ่าวเปอร์เซียก็เป็นผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยเช่นกัน

มิลเลอร์ บอกว่าสำหรับทรัมป์แล้ว ไม่มีทางออกใดที่จะหนุนให้เขาได้ประกาศชัยชนะและเดินจากไปเฉยๆ ได้

 

คาริม ซัดจาดปูร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านกล่าวว่า ทรัมป์ผู้ที่ต้องการให้อิหร่านยอมจำนนแบบไม่มีเงื่อนไข คาดว่าจะได้เจอกับ “เดลซี โรดริเกซ” ผู้มีอิทธิพลทางการเมืองของเวเนซุเอลาที่ยอมอ่อนน้อมต่อทรัมป์ในเวอร์ชันของอิหร่าน แต่ว่าเขากลับได้พบกับ “คิม จองอึน” จอมเผด็จการดื้อรั้นของเกาหลีเหนือในเวอร์ชันอิหร่านแทน

นาธาน แซกส์ นักวิจัยอาวุโสประจำสถาบันตะวันออกกลาง บอกว่า สงครามต่ออิหร่านได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในอิสราเอลว่าไม่ใช่สงครามทางเลือก แต่เป็นสงครามที่ต้องทำ ซึ่งแตกต่างจากมุมมองในวอชิงตัน

“แม้การเปลี่ยนแปลงระบอบไม่เกิดขึ้น แต่การทำให้อิหร่านและเครือข่ายกองกำลังติดอาวุธอ่อนแอลง คือเป้าหมายใหญ่ของเนทันยาฮู”

สำหรับทรัมป์ สงครามนี้มีแต่ความยากลำบาก

เจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวว่า การควบคุมน่านฟ้าอิหร่านแบ่งออกเป็นหลายส่วน อิสราเอลคุมน่านฟ้าตะวันตกและตอนเหนือของอิหร่าน คอยโจมตีฐานขีปนาวุธและนิวเคลียร์ ขณะที่สหรัฐควบคุมน่าฟ้าตะวันออกและตอนใต้ รวมถึงช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อทำให้ขีดความสามารถของกองทัพเรืออิหร่านอ่อนแอลง

เจ้าหน้าที่อิสราเอลเผยว่า อิสราเอลเป็นคนนำในการสังหารผู้นำระดับสูงของอิหร่าน รวมถึง อาลี ลาริจานี ผู้นำฝ่ายความมั่นคงเมื่อวันอังคาร (17 มี.ค.) และเอสมาอิล คาติบ รัฐมนตรีข่าวกรองในวันพุธ (18 มี.ค.)

 

อิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมกล่าวว่า ตนและเนทันยาฮูได้สั่งให้กองทัพโจมตีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านคนอื่นๆ ที่ระบุตำแหน่งได้ โดยไม่ต้องรอคำสั่งอนุมัติใดๆ อีก

อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวยังไม่ได้ทำให้สงครามเข้าใกล้จุดสิ้นสุด และ

ทรัมป์เหลือแต่ทางเลือกที่ยากลำบาก 3 ทาง ได้แก่ ยืดเวลาการโจมตีต่อไป, ประกาศชัยชนะและหวังให้เตหะรายอมจำนน หรือทวีความรุนแรงของสงครามมากขึ้น แต่นักวิเคราะห์บอกว่า ไม่มีทางเลือกใดที่มีทางลงชัดเจน

ทำเนียบขาว กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ และสำนักงานเนทันยาฮูยังไม่ตอบกลับคำขอความคิดเห็นจากรอยเตอร์ในเรื่องนี้

เพื่อนบ้านอาหรับเจ็บหนัก

ทุลซี แกบบาร์ด ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐ กล่าวในสภาคองเกรสเมื่อวันพุธ (18 มี.ค.) ว่า ขณะที่รัฐบาลอิหร่านกำลังอ่อนแอลงนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น แต่ระบอบยังคงอยู่ และเตหะรานกับกลุ่มติดอาวุธของตนยังคงสามารถโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐและพันธมิตรทั่วตะวันออกลาง

นักวิเคราะห์บอกว่า การคำนวณที่ผิดพลาดที่เห็นได้ชัดของทรัมป์กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในอ่าวเปอร์เซีย อิหร่านยิงขีปนาวุธและโดรนใส่ศูนย์กลางการค้าและปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก และความเสี่ยงคือกลุ่มประเทศอ่าวอาจกลายเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

มิลเลอร์ ผู้เป็นนักวิจัยอาวุโสจาก Carnegie Endowment for International Peace ด้วย กล่าวว่า

ภัยคุกคามที่รัฐอ่าวอาหรับรับรู้ในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นเรื่องความมั่นคงและเสถียรภาพในอนาคตของภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

‘สหรัฐ-อิสราเอล’ ทำสงครามด้วยมุมมองความเสี่ยงต่างกัน

นักวิเคราะห์บอกว่า อิสราเอลอาจมีความเต็มใจที่จะยอมรับความไม่มั่นคงในอิหร่านมากกว่าสหรัฐ และคาดว่าอิสราเอลอาจเผชิญกับผลกระทบในภูมิภาคน้อยกว่ามาก โดยเฉพาะหลังจากกลุ่มฮามาสและฮิซบอลลาห์ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธตัวแทนของอิหร่านอ่อนแอลงในช่วงสามปีที่ผ่านมา

ในขณะเดียวกันวอชิงตันและพันธมิตรอ่าวเปอร์เซียมีความเสี่ยงสูงกว่าที่จะถูกโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและการขนส่งทางเรือหยุดชะงัก

นักวิเคราะห์บอกว่า พันธมิตรทั้งสองต่างมีมุมมองความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ความเคลื่อนไหวของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจได้

อิสราเอลมองว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามที่อันตรายต่อการดำรงอยู่ของอิสราเอล ขณะที่วอชิงตันให้ความสำคัญกับการหลีกเลี่ยงสงครามที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างหนักและสร้างความเสียหายต่อพันธมิตรมากกว่า

ยกตัวอย่างเช่น อิสราเอลตัดสินใจโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สขนาดใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติในทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่อิหร่านแบ่งปันทรัพยากรกับกาตาร์ ทำให้ทรัมป์ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง

ทรัมป์โพสต์ในทรูธโซเชียลว่าไม่ทราบแผนของอิสราเอล และบอกว่ากาตาร์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

โพสต์ในวันพุธของทรัมป์ สะท้อนถึงการเดินเกมที่ละเอียดอ่อนของเขา ระหว่างพันธมิตรทางทหารที่ใกล้ชิดของสหรัฐกับอิสราเอล และความสัมพันธ์ที่สำคัญของสหรัฐกับประเทศอ่าวอาหรับที่ร่ำรวยน้ำมัน

เจ้าหน้าที่อิสราเอลบอกว่า ทรัมป์และเนทันยาฮูคุยโทรศัพท์ด้วยกันทุกวันตั้งแต่เริ่มสงคราม แต่การปฏิเสธว่าเขาไม่ทราบแผนการโจมตีของอิสราเอลขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างก่อนหน้านี้ของทั้งเขาและเนทันยาฮูที่ว่ากองทัพของทั้งสองประเทศกำลังปฏิบัติการร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง

อย่างไรก็ตาม อิสราเอลยังไม่ออกมายอมรับการโจมตีเซาท์พาร์ส ที่ผลักดันให้อิหร่านโจมตีฐานพลังงานประเทศเพื่อนบ้าน แต่สื่อของอิสราเอลรายงานเป็นวงกว้างว่า การโจมตีของอิสราเอลดำเนินการโดยได้รับความยินยอมจากสหรัฐ

ขณะที่แหล่งข่าวภายในอิหร่านระบุว่า เตหะรานกำลังปรับระดับความขัดแย้งอย่างมีชั้นเชิง เพื่อเพิ่มต้นทุนความเสียหายต่อฝ่ายตรงข้าม ฟื้นฟูอำนาจการป้องปราม และบีบให้สหรัฐผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งอาจเปิดทางให้ทำให้วอชิงตันหาทางลงได้ แต่ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูง

 

ที่มา: Reuters