วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม 2569

Login
Login

'12 ชาติอาหรับ-อิสลาม' แถลงร่วมประณาม ‘อิหร่าน’ ยุติโจมตีเพื่อนบ้านทันที!

'12 ชาติอาหรับ-อิสลาม' แถลงร่วมประณาม ‘อิหร่าน’ ยุติโจมตีเพื่อนบ้านทันที!

12 ชาติอาหรับ และอิสลาม แถลงการณ์ร่วมประณามการโจมตีของ ‘อิหร่าน’ เรียกร้องให้ยุติการโจมตีเพื่อนบ้านในทันที! พร้อมตำหนิอิสราเอลที่รุกรานเลบานอน

กลุ่มชาติอาหรับและอิสลาม ออกแถลงการณ์ร่วมหลังการประชุมปรึกษาหารือระดับรัฐมนตรีต่างประเทศเกี่ยวกับ การโจมตีของอิหร่าน เสร็จสิ้นในวันที่ 19 มี.ค.69 ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

บรรดาฯพณฯ และเจ้าฟ้าชั้นสูง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัฐกาตาร์ สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน ราชอาณาจักรบาห์เรน สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน รัฐคูเวต สาธารณรัฐเลบานอน สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย สาธารณรัฐอาหรับซีเรีย สาธารณรัฐตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้จัดการประชุมหารือระดับรัฐมนตรีเกี่ยวกับการโจมตีของอิหร่านต่อประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC), จอร์แดน, อาเซอร์ไบจาน และตุรกี คณะรัฐมนตรีต่างประเทศในที่ประชุม

ยืนยัน การประณาม และกล่าวโทษการโจมตีโดยเจตนาของอิหร่านด้วยขีปนาวุธ และโดรนที่มุ่งเป้าไปยังพื้นที่พลเรือน โครงสร้างพื้นฐานของประชาชน รวมถึงโรงกลั่นน้ำมันโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล สนามบิน อาคารที่พักอาศัย และสถานที่ทำการทางการทูต

คณะรัฐมนตรีต่างประเทศยืนยันว่า การโจมตีดังกล่าวไม่สามารถหาเหตุผลมาสนับสนุนได้ไม่ว่าภายใต้ข้ออ้างใดหรือในลักษณะใดก็ตาม

คณะรัฐมนตรีต่างประเทศยังได้ย้ำถึงสิทธิของรัฐในการป้องกันตนเองตามมาตรา (51) ของกฎบัตรสหประชาชาติ คณะรัฐมนตรีเรียกร้องให้อิหร่านยุติการโจมตีในทันที และยืนยันถึงความจำเป็นในการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และหลักการของการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี เพื่อเป็นก้าวแรกสู่การยุติความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น และบรรลุความมั่นคง และเสถียรภาพในภูมิภาค ตลอดจนส่งเสริมการทูตให้เป็นแนวทางในการแก้ไขวิกฤติ

คณะรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า ความสัมพันธ์กับอิหร่านในอนาคตขึ้นอยู่กับการเคารพอธิปไตยของรัฐ และการไม่แทรกแซงกิจการภายในของรัฐเหล่านั้น รวมถึงการละเว้นจากการละเมิดอธิปไตยหรือดินแดนของรัฐเหล่านั้นไม่ว่าในลักษณะใด และการไม่ใช้หรือพัฒนาขีดความสามารถทางทหารเพื่อคุกคามประเทศต่างๆ ในภูมิภาค

คณะรัฐมนตรีต่างประเทศย้ำถึงความจำเป็นที่อิหร่านต้องปฏิบัติตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 2817 (2026) ที่เรียกร้องให้ยุติการโจมตีทั้งหมดในทันที และยุติการกระทำที่ยั่วยุหรือคุกคามต่อรัฐเพื่อนบ้านโดยไม่มีเงื่อนไข และยุติการสนับสนุน การให้เงินทุน และการจัดหาอาวุธให้แก่กองกำลังติดอาวุธในเครือข่ายของตนในประเทศอาหรับ ที่อิหร่านกำลังกระทำเพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายของตนเอง และขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศเหล่านี้ นอกจากนี้

ยังต้องละเว้นมาตรการหรือการข่มขู่ใดๆ ที่มุ่งปิดหรือขัดขวางการเดินเรือระหว่างประเทศในช่องแคบฮอร์มุซ หรือคุกคามความมั่นคงทางทะเลในช่องแคบบับอัลมันดับ

คณะรัฐมนตรีต่างประเทศยืนยันการสนับสนุนด้านความมั่นคง เสถียรภาพ และบูรณภาพดินแดนของเลบานอน การเสริมสร้างอำนาจอธิปไตยของรัฐเลบานอนเหนือดินแดนของประเทศทั้งหมด และสนับสนุนการตัดสินใจของรัฐบาลเลบานอนในการจำกัดการครอบครองอาวุธให้อยู่ภายใต้รัฐเท่านั้น นอกจากนี้ยังประณามการรุกรานเลบานอนของอิสราเอล และนโยบายขยายอำนาจในภูมิภาคนี้ด้วย

คณะรัฐมนตรีต่างประเทศยืนยันความมุ่งมั่นของตนที่จะดำเนินการปรึกษาหารือ และประสานงานอย่างเข้มข้นต่อไปในเรื่องนี้ เพื่อติดตามพัฒนาการ และประเมินปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่ ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดจุดยืนร่วมกัน และนำมาตรการ และขั้นตอนที่ชอบด้วยกฎหมายที่จำเป็นมาใช้ เพื่อปกป้องความมั่นคง เสถียรภาพ และอธิปไตยของตน และเพื่อยับยั้งการโจมตีที่โหดร้ายของอิหร่านต่อดินแดนของตน

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์