ผู้แทนการค้าสหรัฐระบุ จีนได้ประโยชน์มากที่สุดในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขอความช่วยเหลือเปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญนี้อีกครั้ง
นายเจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันพุธ (18 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น หลังพบเจ้าหน้าที่จีนที่กรุงปารีสในสัปดาห์นี้ เพื่อเตรียมการประชุมระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่นั่น เขาได้ย้ำถึงผลที่จะตามมาสำหรับปักกิ่งหากช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดต่อไป เพราะจีนเป็นผู้ใช้น้ำมันขนส่งผ่านเส้นทางนี้มากที่สุด
“การค้านี้มีผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง และแน่นอนว่ามีการพูดคุยกันสั้นๆ ว่าการเปิดช่องแคบนั้นเป็นประโยชน์ต่อคุณ แต่เราไม่ได้หารือกันถึงการมีส่วนร่วมของจีนอย่างแท้จริง” เกรียร์กล่าว
สถานการณ์นี้เผยให้เห็นว่า การตัดสินใจทำสงครามกับอิหร่านของทรัมป์ทำให้ความต้องการปรับสัมพันธ์กับจีนยุ่งยาก รัฐบาลปักกิ่งต่อต้านสงคราม กลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สองเขตเศรษฐกิจใหญ่สุดของโลกเห็นไม่ตรงกันนอกเหนือจากเรื่องการค้าและสถานะของไต้หวัน
กรีเออร์กล่าวต่อไปว่า “เผลอๆ จีนอาจได้รับผลกระทบทางลบมากกว่าเรา” ในการปิดช่องแคบเพราะวัตถุดิบ สารเคมี และเชื้อเพลิงส่วนใหญ่ที่พวกเขานำเข้ามาจากอ่าวเปอร์เซีย
“จึงเป็นผลประโยชน์ของทุกคนที่จะแก้ไขสถานการณ์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้” ยูเอสทีอาร์ย้ำ
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แม้มีเหตุผลต่างๆ นานา ประธานาธิบดีสหรัฐก็ยังจูงใจชาติอื่นๆ รวมทั้งจีนให้มาร่วมกันเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ยาก หลายประเทศที่เขาร้องขอเคยถูกเขาข่มขู่เรื่องการค้าหรือความมั่นคงแห่งชาติมาก่อน
ตอนแรกทรัมป์ขู่ว่าจะเลื่อนการพบกับสีออกไปจากกำหนดเดิมสิ้นเดือน มี.ค. ถ้าจีนไม่ยอมช่วยคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ แต่แหล่งข่าววงในเผยว่า ปักกิ่งเองก็ไม่สบายใจกับการต้อนรับทรัมป์ท่ามกลางสงครามที่จีนไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว ส่วนทางการสหรัฐก็อ้างถึงความอ่อนไหวหากประธานาธิบดีเดินทางไปต่างประเทศในช่วงความขัดแย้ง
กรีเออร์ กล่าวว่า ตอนนี้สหรัฐไม่ได้พิจารณาเก็บภาษีกับประเทศใดเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ
“เรายังไม่คุยกันเรื่องนั้น ตอนประธานาธิบดีพูดเมื่อวานนี้ก็ชัดเจนมากว่า เขาได้คุยกับพันธมิตรขอความช่วยเหลือเปิดช่องแคบ หลายคนไม่อยากทำ เขาบอกว่า ‘ก็ได้ เราไม่ต้องการพวกเขาแล้ว’ ผมคิดว่านั่นคือจุดยืนตอนนี้” กรีเออร์อธิบาย
ทรัมป์ ลังเลใจว่าเขาต้องการให้ประเทศอื่นช่วยเปิดช่องแคบหรือไม่ หลังจากที่เคยเรียกร้องความช่วยเหลือไปแล้ว ในวันอังคาร (17 มี.ค.) เขาโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่าสหรัฐไม่ต้องการความช่วยเหลือใดๆ จากนั้นในวันพุธ (18 มี.ค.) ก็ขู่ว่าจะเพิ่มการโจมตีอิหร่านเพื่อบีบให้ประเทศต่างๆ รับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยช่องแคบ





