การนับถือศาสนาพุทธของศรีลังกามีความคล้ายคลึงมากกับความเชื่อทางพุทธศาสนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะไทยและเมียนมา และสะท้อนสายธารเถรวาทที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดทางประวัติศาสตร์ระหว่างกัน
จากที่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับจุดกำเนิดและความเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทของศรีลังกา ผ่านการศึกษา รักษา และเป็นแหล่งรวมพระไตรปิฎกภาษาบาลีอย่างจริงจัง รวมถึงการปลูกฝังวัฒนธรรมการนับถือพระพุทธศาสนาที่มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีของผู้คนที่นั่นมากว่า 2 ศตวรรษ เมื่อผู้เขียนมีโอกาสได้ไปเยือนศรีลังกาเป็นครั้งแรก ก็ทำให้เข้าใจพุทธศาสนิกชนชาวลังกามากขึ้น
การนับถือศาสนาพุทธของศรีลังกามีความคล้ายคลึงมากกับความเชื่อทางพุทธศาสนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะไทยและเมียนมา ทั้งยังสะท้อนสายธารเถรวาทที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดทางประวัติศาสตร์ระหว่างไทยกับศรีลังกายาวนานจากอดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งนอกจากจะเป็นศาสนาประจำชาติที่มีคนนับถือประมาณร้อยละ 70 แล้ว ศาสนาพุทธยังเป็นรากฐานสำคัญของวิถีชีวิตของชาวลังกาผ่านความเชื่อในพระพุทธพจน์ที่ว่า “ผู้ประพฤติธรรม ย่อมได้รับการรักษาโดยธรรม” โดยให้ความสำคัญกับการไปวัด นุ่งขาวห่มขาว ฟังเทศน์ สวดมนต์ และวิปัสสนากรรมฐานอย่างสม่ำเสมอ เพราะตระหนักถึงแก่นแท้ของพระธรรม ไม่เห็นเป็นเพียงข้อความในคัมภีร์ แต่เป็นความจริงสากลที่หากนำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันก็จะช่วยให้ก้าวข้ามความทุกข์และพบกับความสุขที่แท้จริงได้
หนึ่งในตัวอย่างของการผสมผสานความศรัทธาเข้ากับสิ่งที่เห็นอยู่บ่อยครั้งในศรีลังกา คือ แผ่นหินสลักรูปครึ่งวงกลม (moonstone) บริเวณหน้าบันไดทางเข้าตามวัดและศาสนสถานทั่วประเทศ ซึ่งมีลวดลายหลายชั้นที่แตกต่างกัน โดยมีความหมายทั้งเชิงพุทธปรัชญาและความหมายเฉพาะตัวของแต่ละสัญลักษณ์ วงนอกสุดมักเป็นเปลวเพลิงแทนกิเลส ตัณหา และความทุกข์ วงถัดไปจะเป็นสัตว์สี่ชนิด คือ ช้างแทนการเกิด ม้าแทนความแก่ชรา สิงห์แทนความเจ็บป่วย และวัวแทนความตาย (แต่ภายหลัง มีการถอดวัวออกเพื่อให้เกียรติชาวฮินดูที่ถือวัวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์) ซึ่งเป็นวงจรชีวิตของทุกคนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ วงถัดเข้าไปเป็นฝูงหงส์ที่แทนการแยกแยะความดีออกจากความชั่ว เพราะมีตำนานว่า หงส์มีความสามารถแยกน้ำที่ผสมกับนมได้ วงต่อมาเป็นเถาวัลย์ บ้างก็ว่าแทนความพัวพันทางโลก บ้างก็ว่าแทนพระธรรมจักร และวงในสุดเป็นดอกบัวครึ่งดอกที่แทนพระนิพพาน หมายถึงความหลุดพ้นสูงสุด ขณะที่ความหมายเชิงปรัชญาแสดงถึงสังสารวัฏหรือวงจรการเวียนว่ายตายเกิด ดังนั้น การก้าวข้ามแผ่นหินเข้าวัดจึงเปรียบเสมือนการละทิ้งกิเลสทางโลกเพื่อเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อสั่งสมบุญทางธรรม
ความโดดเด่นของชาวพุทธในศรีลังกา คือ ความผูกพันกับพระธรรมคำสอนที่เคร่งครัดตามพระธรรมวินัยทุกตัวอักษรผ่านการศึกษาเนื้อหาพระไตรปิฎกอย่างลึกซื้ง มากกว่าการเน้นเพียงพิธีกรรมหรือการทำบุญเพื่อหวังผล โดยชาวศรีลังกาเข้าวัด ถือศีล ฟังธรรม และอภิปรายธรรมร่วมกันอยู่ทุกเมื่อ ซึ่งเป็นแนวทางที่ชาวพุทธในประเทศอื่นสามารถนำมาประยุกต์จากเพียงมุ่งทำทาน มาเป็นเพิ่มการศึกษาพระธรรม รักษาศีล เจริญภาวนา ปฏิบัติธรรม และเปลี่ยนความเชื่อเป็นความเข้าใจเพื่อสร้างศรัทธาและวิถีพุทธที่มีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของพุทธศาสนิกชนอย่างยั่งยืน





