วันพุธ ที่ 18 มีนาคม 2569

Login
Login

‘วิกฤติฮอร์มุซ’ กับจุดเปลี่ยน ‘ยุทธศาสตร์พลังงานไทย’ | ASEAN Insight

‘วิกฤติฮอร์มุซ’ กับจุดเปลี่ยน ‘ยุทธศาสตร์พลังงานไทย’ | ASEAN Insight

‘วิกฤติฮอร์มุซ’ ไม่ใช่เพียงปัญหาชั่วคราว แต่คือแรงบีบมหาศาลที่บีบให้ไทยต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์พลังงานผ่านกรอบแนวคิด Three Horizons

สมรภูมิความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ที่ทวีความรุนแรงขึ้น กำลังกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ไทยต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบหลักตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงปิดตาย วิกฤติภูมิรัฐศาสตร์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาชั่วคราว แต่คือแรงบีบมหาศาลที่บีบให้ไทยต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์พลังงานผ่านกรอบแนวคิด Three Horizons เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันและอำนาจต่อรองของชาติในเวทีโลก

กรอบแนวคิด Three Horizons คือเครื่องมือมองอนาคตเชิงยุทธศาสตร์ที่แบ่งระยะการจัดการออกเป็นสามขอบฟ้า โดยขอบฟ้าที่หนึ่ง (Horizon 1) คือการรักษาเสถียรภาพของระบบหลักในปัจจุบัน ยุทธศาสตร์ในระยะนี้เน้นที่การกระจายแหล่งนำเข้าพลังงาน เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตะวันออกกลาง พร้อมบริหารจัดการคลังน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์เพื่อประคองต้นทุนภาคการผลิตไม่ให้พุ่งสูงจนกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อและกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศอย่างรุนแรง

ขยับสู่ขอบฟ้าที่สอง (Horizon 2) คือช่วงแห่งการเปลี่ยนผ่านที่สงครามทำหน้าที่เป็นแรงผลักดันให้ไทยต้องก้าวสู่ระบบไฟฟ้าเสรี และการใช้โครงข่ายไฟฟ้าแก่บุคคลที่สาม (TPA) อย่างเต็มรูปแบบ ยุทธศาสตร์ในช่วงนี้มุ่งเน้นการดึงดูดการลงทุนใน RE100 และระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ เพื่อตอบโจทย์ภาคการค้าโลกที่เริ่มใช้มาตรการภาษีคาร์บอนเป็นกำแพงกั้นสินค้าไทย การปรับเปลี่ยนโครงสร้างในระยะนี้จะช่วยลดผลกระทบจากราคาฟอสซิลที่ผันผวนตามสถานการณ์โลกได้ดีขึ้น

สำหรับขอบฟ้าที่สาม (Horizon 3) คือภาพอนาคตที่ไทยต้องวางรากฐานตั้งแต่วันนี้ผ่านเทคโนโลยีพลังงานขั้นสูงเพื่อสร้างเอกราชทางพลังงานอย่างแท้จริง โดยมุ่งเน้นไปที่พลังงานไฮโดรเจนเขียว (Green Hydrogen) สำหรับภาคอุตสาหกรรมหนัก และการเตรียมความพร้อมสู่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่ให้กำลังไฟเสถียรและต้นทุนต่ำในระยะยาว เทคโนโลยีเหล่านี้จะเปลี่ยนไทยจากผู้รับราคามาเป็นผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรมพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน

ความเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคถือเป็นกุญแจสำคัญ โดยไทยต้องวางยุทธศาสตร์เป็นศูนย์กลางของโครงการ ASEAN Power Grid เพื่อเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าสีเขียวข้ามพรมแดน การแลกเปลี่ยนพลังงานหมุนเวียนระหว่างเพื่อนบ้านจะช่วยสร้าง Regional Energy Security ที่แข็งแกร่ง ทำให้กลุ่มอาเซียนมีอำนาจต่อรองสูงขึ้นต่อผู้ผลิตน้ำมันดิบ และสามารถรับมือกับวิกฤติฮอร์มุซหรือความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ในอนาคตได้อย่างมั่นคงกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต

ในมิติการคาดการณ์เชิงยุทธศาสตร์ มาตรการด้านการค้าและการลงทุนในอนาคตจะเปลี่ยนจากการอุดหนุนราคาฟอสซิล ไปเป็นการสนับสนุนนวัตกรรมพลังงานเชิงลึก (Deep Tech) รัฐบาลควรเร่งออกมาตรการจูงใจให้ภาคธุรกิจปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีสู่ระบบไฟฟ้าและไฮโดรเจน การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้จะกลายเป็นตัวตัดสินว่าใครคือผู้ชนะในสมรภูมิการค้าใหม่ที่วัดกันด้วยความเข้มข้นของคาร์บอนและเสถียรภาพทางพลังงานที่ไร้พรมแดนอย่างสิ้นเชิง

กล่าวโดยสรุป วิกฤติฮอร์มุซคือสัญญาณเตือนว่า “ความปกติใหม่ของพลังงาน” ได้เริ่มขึ้นแล้ว ยุทธศาสตร์ไทยไม่ควรยื้อขอบฟ้าที่หนึ่งไว้นานเกินไป แต่ต้องมองไกลไปถึงขอบฟ้าที่สาม ด้วยเทคโนโลยี SMR และไฮโดรเจน เพื่อเปลี่ยนวิกฤติจากฮอร์มุซให้เป็นโอกาสในการสร้างดุลอำนาจใหม่ พลิกโฉมเศรษฐกิจสู่การเป็นผู้นำพลังงานสะอาดแห่งอาเซียนที่มั่งคั่งและยั่งยืนท่ามกลางระเบียบโลกใหม่