“กองทัพสหรัฐ“ ส่งกองกำลังนาวิกโยธินและเรือรบไปตะวันออกกลางเพิ่ม หลังปฏิบัติการร่วมกับอิสราเอล รบกับอิหร่านสองสัปดาห์แล้ว ยอมรับฮอร์มุซมีความซับซ้อนทางยุทธวิธี
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐ เผยว่า เรือ USS Tripoli ซึ่งประจำการอยู่ใน ญี่ปุ่น และทหารนาวิกโยธินที่ประจำการอยู่กำลังเคลื่อนพลไปยังภูมิภาคดังกล่าว
ขณะที่นิวยอร์กไทม์ รายงานว่า นาวิกโยธินประมาณ 2,500 นาย บนเรือกว่า 3 ลำ กำลังมุ่งหน้าไปยังตะวันกลาง
ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า หน่วยงานที่ส่งไปคือ หน่วยนาวิกโยธิน ซึ่งปกติประกอบด้วยนาวิกโยธิน และทหารเรือ ประมาณ 2,500 นาย
เดอะเจอร์นัลระบุว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐ ได้มีคำขอเพิ่มกำลังนาวิกโยธินที่ดูแลรับผิดชอบกองกำลังสหรัฐในตะวันออกกลาง
เรื่องนี้ได้รับการอนุมัติจากนายพลปีเตอร์ เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ โดยในปัจจุบันมีนาวิกโยธินประจำการอยู่ในภูมิภาคนี้อยู่แล้ว เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการต่อต้านอิหร่าน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สหรัฐและอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน ขณะที่เตหะรานได้ตอบโต้ด้วยการส่งโดรนและขีปนาวุธหลายระลอก รวมถึงการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบที่สำคัญถึง 1 ใน 5 ของโลกด้วย
ด้านพลเอกแดน เคน นายทหารระดับสูงของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) โดยยอมรับว่า ช่องแคบฮอร์มุซมีสภาพภูมิประเทศที่ "มีความซับซ้อนทางยุทธวิธี" ซึ่งยากจะดำเนินการตามแผน เพื่อคุ้มกันเรือสัญจรผ่านเส้นทางน้ำยุทธศาสตร์แห่งนี้อย่างปลอดภัย
ก่อนหน้านี้ ได้มีการถามรัฐมนตรีกลางโหมสหรัฐว่า รัฐบาลทรัมป์ได้วางแผนรับมืออย่างเพียงพอหรือไม่กับการที่อิหร่านปิดกั้นช่องแคบ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบ 1 ใน 5 ของโลก ซึ่งเขาตอบเพียงสั้นๆว่า ใช่ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
“ที่จริงแล้ว เรากำลังเข้าใกล้ ควบคุม และจัดการเป้าหมายที่เราต้องการบรรลุ และวิธีการที่เราต้องการบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น” เขากล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คริส ไรท์ กล่าวเมื่อวันก่อนว่า กองทัพสหรัฐในขณะนี้ "ยังไม่พร้อม" ที่จะคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบ เนื่องจากทรัพยากรทั้งหมดมุ่งเน้นไปที่การโจมตีอิหร่าน
แต่เขากล่าวเสริมว่า "ค่อนข้างเป็นไปได้" ที่การคุ้มกันดังกล่าวจะเกิดขึ้นภายในสิ้นเดือนนี้
ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน ไรท์ทำให้ราคาน้ำมันผันผวนอย่างมาก เมื่อเขากล่าวว่าเรือของสหรัฐได้เข้าทำการคุ้มกันแล้ว ก่อนที่โพสต์บนโซเชียลมีเดียของเขาจะถูกลบอย่างรวดเร็ว และทำเนียบขาวปฏิเสธว่า ไม่มีการปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้น
อ้างอิง CNA





