วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘สหรัฐ’ ปะทะ ‘จีน-รัสเซีย’ ในที่ประชุม UN ประเด็นนิวเคลียร์อิหร่านเดือด

‘สหรัฐ’ ปะทะ ‘จีน-รัสเซีย’ ในที่ประชุม UN ประเด็นนิวเคลียร์อิหร่านเดือด

สหรัฐ และพันธมิตร ปะทะคารม จีน และรัสเซีย ในที่ประชุมความมั่นคงสหประชาชาติเกี่ยวกับความมุ่งมั่นด้านนิวเคลียร์อิหร่าน

สหรัฐ และพันธมิตรตะวันตก” ปะทะกับ “รัสเซีย และจีน” เมื่อวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.69) เรื่องความมุ่งมั่นด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน ขณะที่วอชิงตันพยายามหาเหตุผลสนับสนุนการทำสงครามกับอิหร่านสองสัปดาห์ที่ผ่านมาในที่ประชุมสหประชาชาติ (ยูเอ็น)

ในการประชุมสภาความมั่นคงยูเอ็นที่มีสมาชิก 15 ประเทศ ซึ่งมีสหรัฐเป็นประธานในเดือนนี้นั้น รัสเซีย และจีนพยายามขัดขวางการหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล และบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน แต่ไม่สำเร็จ โดยมีการลงมติด้วยคะแนน 11-2 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง

ไมค์ วอลซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็นอภิปรายในสภา โดยกล่าวโทษมอสโก และปักกิ่งที่พยายามปกป้องเตหะรานด้วยการขัดขวางการทำงานของคณะกรรมการที่เรียกว่า คณะกรรมการ 1737

“รัฐสมาชิกทั้งหมดของสหประชาชาติควรดำเนินการคว่ำบาตรด้านอาวุธต่ออิหร่าน ห้ามการถ่ายโอน และการค้าเทคโนโลยีขีปนาวุธ และอายัดทรัพย์สินทางการเงินที่เกี่ยวข้อง” วอลซ์ กล่าว และว่า บทบัญญัติของสหประชาชาติที่จะนำกลับมาใช้ใหม่นั้น ไม่ใช่การกำหนดขึ้นโดยพลการ แต่เป็นการกำหนดขอบเขตให้แคบลง เพื่อจัดการกับภัยคุกคามที่เกิดจากโครงการนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ และอาวุธทั่วไปของอิหร่าน รวมถึงการสนับสนุนการก่อการร้ายอย่างต่อเนื่องของอิหร่าน

วอลซ์ กล่าวว่า ทั้งจีน และรัสเซียไม่ต้องการคณะกรรมการคว่ำบาตรที่ทำงานได้จริง “เพราะพวกเขาต้องการปกป้องอิหร่านซึ่งเป็นพันธมิตรของพวกเขา และรักษาความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศต่อไป ซึ่งขณะนี้ถูกระงับอีกครั้ง”

วอลซ์ กล่าวเสริมว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว องค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (IAEA) ได้ย้ำว่า อิหร่านเป็นรัฐเดียวในโลกที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ แต่ได้ผลิต และสะสมยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงถึง 60% และปฏิเสธที่จะให้ IAEA เข้าถึงคลังยูเรเนียมนี้

ด้าน วาซีลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำยูเอ็น กล่าวหาว่า สหรัฐ และพันธมิตรปลุกปั่น “ความหวาดกลัวเกี่ยวกับแผนการที่อิหร่านวางไว้เพื่อครอบครองอาวุธนิวเคลียร์” ทั้งที่ไม่เคยมีรายงานใดของ IAEA ยืนยันเรื่องดังกล่าว

เนเบนเซีย กล่าว “นี่เป็นการกระทำเพื่อจะดำเนินปฏิบัติการทางทหารอีกครั้งต่อเตหะราน และเพื่อให้สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และที่อื่นๆ ทวีความรุนแรงขึ้น”

ฟู่ฉง เอกอัครราชทูตจีนประจำยูเอ็น เรียกวอชิงตันว่าเป็น “ผู้ยุยงปลุกปั่น” วิกฤตการณ์นิวเคลียร์ของอิหร่าน และกล่าวว่า

“สหรัฐใช้กำลังอย่างโจ่งแจ้งต่ออิหร่านในระหว่างกระบวนการเจรจา ซึ่งทำให้ความพยายามทางการทูตไร้ผล”

อามีร์ ซาอีด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำยูเอ็น กล่าวกับผู้สื่อข่าวในภายหลังในวันพฤหัสบดี ว่า โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน “เป็นไปอย่างสันติโดยตลอด” และเตหะรานจะไม่ยอมรับความพยายามใดๆ ในการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐใช้โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นข้ออ้างในการทำสงครามกับอิหร่าน เขากล่าวเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า อิหร่านจะมีอาวุธนิวเคลียร์ได้ภายในสองสัปดาห์ หากสหรัฐไม่โจมตีฐานนิวเคลียร์ที่สำคัญทั้งสามแห่งในเดือนมิ.ย. ปีก่อน แต่แหล่งข่าวบอกว่า คำกล่าวอ้างดังกล่าวไม่ได้รับการสนับสนุนจากการประเมินของหน่วยข่าวกรองของสหรัฐ

ขณะที่อังกฤษ และฝรั่งเศสกล่าวต่อคณะมนตรีความมั่นคงว่า การกลับมาบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านนั้นเป็นสิ่งที่สมควรแล้ว เนื่องจากเตหะรานล้มเหลวในการไขข้อกังวลเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของตน

ฝรั่งเศสบอกว่า IAEA ไม่สามารถรับประกันการดำเนินงานอย่างสันติของโครงการได้อีกต่อไป และคลังอาวุธนิวเคลียร์ของเตหะรานนั้นเพียงพอสำหรับการผลิตระเบิดนิวเคลียร์ 10 ลูก

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์