อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย บรรยายสรุปสถานการณ์สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน
ทูตอิสราเอล กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ. อิสราเอลและสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการร่วมกันโจมตีอิหร่าน โดยอิสราเอลพบว่าตนเองจำเป็นต้องกำจัดภัยคุกคามที่มีอยู่จริงและเป็นภัยคุกคามถาวรต่อการดำรงอยู่ของอิสราเอล
คำว่า ภัยคุกคามการดำรงอยู่ของอิสราเอลจากอิหร่านมาจาก ขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ ขีปนาวุธพิสัยไกล และการก่อการร้ายทั้งจากอิหร่านโดยตรงและตัวแทนของอิหร่าน ส่วนคำว่าถาวร หมายความว่า ภัยคุกคามจากอิหร่านไม่ได้เริ่มต้นเมื่อวานนี้ แต่เริ่มตั้งแต่ 47 ปีก่อนในปี 1979 เมื่อเริ่มต้นระบอบ
“เราไม่มีพรมแดนติดกับอิหร่าน ไม่ใช่ประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนหน้านั้นเราเป็นพันธมิตรกับอิหร่านความสัมพันธ์ดีมาก ไม่มีความขัดแย้งต่อกัน จนกระทั่งระบอบนี้มาถึง” ทูตอโลนากล่าวพร้อมอธิบายว่า อิสราเอลไม่มีความขัดแย้งกับอิหร่านในฐานะรัฐ แต่มีความขัดแย้งกับระบอบที่อยู่ในอำนาจมานาน 47 ปี และดีเอ็นเอของระบอบนี้คือการทำลายล้างรัฐอิสราเอล
“วันที่ 7 ต.ค.2023 อิสราเอลตระหนักว่า นี่คือส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการทำลายล้างการดำรงอยู่ของรัฐอิสราเอล”
อิหร่านถึงจุดอ่อนแอ
การตัดสินใจปฏิบัติการครั้งนี้เพราะอิสราเอลมองว่า อิหร่านมาถึงจุดอ่อนแอในหลายๆ มิติ
1. พันธมิตรอ่อนแอ เนื่องจากไม่มีพรมแดนติดต่อกัน จึงยากที่อิหร่านจะโจมตีอิสราเอลได้โดยตรง จำต้องสร้างตัวแทนอิหร่านอยู่รอบๆ อิสราเอล ได้แก่ ฮามาสทางทิศใต้ในฉนวนกาซา ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนทางตะวันตกเฉียงเหนือ และระบอบอัสซาดในซีเรียก่อนถูกโค่นล้ม ทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงฮูตีในเยเมน ถ้าตัวแทนเหล่านี้โจมตีอิสราเอลก็จะถูกอิสราเอลโจมตีกลับโดยที่อิหร่านไม่ได้เดือดร้อนอะไร
2. ระบอบอิหร่านอ่อนแอ ขาดความชอบธรรมทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ เมื่อเดือน ม.ค.สังหารประชาชนของตนเองไปราว 35,000 คน ประเทศเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
3. ตั้งแต่ความขัดแย้งครั้งสุดท้ายในเดือน มิ.ย.ปีก่อน อิหร่านเร่งมือทำลายอิสราเอล นำโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ลงใต้ดิน และเร่งผลิตขีปนาวุธพิสัยไกล เท่ากับว่าโอกาสที่อิสราเอลจะปกป้องตนเองและกำจัดภัยคุกคามนี้เหลือน้อยลงทุกที
“นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องลงมือโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และดำเนินการร่วมกับสหรัฐ”
สงครามจะสิ้นสุดเมื่อใด
ทูตอโลนาไม่ทราบว่า ปฏิบัติการจะดำเนินไปนานแค่ไหน แต่ยอมรับว่า อิสราเอลอำนวยความสะดวกให้เกิดการเปลี่ยนระบอบในอิหร่านโดยประชาชนอิหร่านเอง ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับชาวอิหร่านที่จะกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง
อย่างไรก็ตาม การที่อิหร่านเลือกบุตรชายของอาลี คาเมเนอี ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ชี้ว่าอิหร่านไม่ลังเลที่จะเดินหน้าทำลายล้างอิสราเอลต่อไป
“สงครามจะใช้เวลาอีกหลายวัน ไม่ทราบว่านานแค่ไหน เราจะเดินหน้าต่อไปตราบเท่าที่จำเป็นจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย นั่นคือขจัดภัยคุกคามถาวรต่อการดำรงอยู่ของเราจากอิหร่าน ซึ่งเราจะได้อย่างที่ต้องการก็ต่อเมื่อเกิดการเปลี่ยนระบอบโดยมือของชาวอิหร่านเอง ไม่ใช่มือของเรา เราหวังว่า เรากำลังเปิดประตูให้พวกเขาคว้าโอกาสเอาไว้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับพวกเขา”
- อิทธิพลอิสราเอลในตะวันออกกลาง
จากปฏิบัติการอันแข็งกร้าวก่อให้เกิดคำถามว่า อิสราเอลต้องการลดอิทธิพลอิหร่านเพื่อให้ตนเองเป็นมหาอำนาจมีอิทธิพลต่อการกำหนดทิศทางในตะวันออกกลางหรือไม่
ทูตอโลนากล่าวว่า อิสราเอลไม่ได้อยากครอบงำภูมิภาค ความใฝ่ฝันเดียวของอิสราเอลคือปกป้องพลเมืองให้พ้นภัยคุกคามจากเพื่อนบ้าน แต่น่าเสียดายเมื่อมองย้อนไปในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ก่อนก่อตั้งประเทศหรือหลังจากก่อตั้งประเทศแล้ว อิสราเอลถูกข่มขู่จากหลายประเทศในภูมิภาคเสมอ นี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงต้องพัฒนาขีดความสามารถเพื่อปกป้องตนเอง
“เราทำสงครามมาหลายครั้งด้วยเหตุผลนี้ แม้ปฏิบัติการนี้จะแตกต่างจากครั้งอื่นแต่ก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน สื่อสารถึงเป้าประสงค์หลักที่อิสราเอลมีมาตลอด เราต้องแข็งแรงเพื่อปกป้องตัวเอง และเราเห็นว่าโอกาสเหลือน้อยลงทุกที เราต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ ลงมือทำก่อนจะสายเกินไป นี่คือความใฝ่ฝันหลักของเรา”
สำหรับเหตุการณ์โจมตีโรงเรียนในอิหร่านเป็นเหตุให้มีนักเรียนหญิงเสียชีวิตกว่า 160 คน ทูตชี้แจงว่ากล่าวว่า เหตุการณ์อันน่าเศร้านี้อยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ที่แน่ๆ คืออิสราเอลโจมตีเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและของระบอบอิหร่านที่พุ่งเป้าเล่นงานอิสราเอลเท่านั้น
‘นักท่องเที่ยว-แรงงาน’เสาหลักความสัมพันธ์
นักท่องเที่ยวอิสราเอลในไทยและแรงงานไทยในอิสราเอลถือเป็นสองเสาหลักในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
นักท่องเที่ยวอิสราเอลนิยมมาเยือนไทยเป็นอย่างมาก ปี 2025 จำนวน 425,000 คน จากพลเมืองอิสราเอล 10 ล้านคน คิดเป็นเกือบ 5% ของสังคมอิสราเอล ถือเป็นสิ่งที่น่ายินดี ส่วนเรื่องแรงงานไทยที่หลายคนเป็นห่วง ทูตระบุ
“เราดีใจมากที่นับจนถึงขณะนี้ก็ไม่มีใครอยากออกจากอิสราเอล ดิฉันคิดว่าพวกเขาเข้าใจดีว่าอิสราเอลกำลังทำอย่างสุดความสามารถเพื่อปกป้องพวกเขา ไม่ใช่แค่เพียงการปกป้องพลเรือนชาวอิสราเอลเท่านั้น”
ทั้งนี้ มาตรการที่อิสราเอลใช้ดูแลประชาชนรวมไปถึงคนไทย ได้แก่ ระบบเตือนภัย/ไซเรน, ที่หลบภัยทั้งสาธารณะและส่วนตัวกระจายเป็นวงกว้าง และระบบตรวจจับล่วงหน้า นอกจากนี้ยังมีมาตรการสนับสนุนแรงงานต่างชาติเพิ่มเติม เช่น การส่งข้อความ คลิปวีดีโอแจ้งขั้นตอนความปลอดภัยและทำเลที่หลบภัยเป็นภาษาไทย ฮอตไลน์สายด่วนภาษาไทย รวมถึงร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทางการอิสราเอลและสถานเอกอัครราชทูตไทย
น้ำมันแพงควรโกรธใคร
สำหรับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับทั่วโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น คนไทยควรโกรธสหรัฐและอิสราเอลหรือไม่ ทูตกล่าวว่า ถ้าให้พูดตรงๆ ก็ควรโกรธอิหร่าน
"ดิฉันขอยกสองตัวอย่าง อิหร่านตัดสินใจโจมตีบ่อน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งนี่ไม่ใช่การตอบโต้ ไม่ใช่การโจมตีฐานทัพอเมริกันหรือฐานทัพตะวันตกในประเทศอาหรับ แต่เป็นการโจมตีพุ่งเป้ารัฐอ่าวเปอร์เซียโดยปราศจากการยั่วยุ ส่งผลกระทบไปทั่วโลก"
"ตัวอย่างที่ 2 คือ ภัยคุกคามต่อเรือทุกลำในช่องแคบฮอร์มุซ อิหร่านใช้ทุกเครื่องมือส่งผลกระทบกับโลกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี่คือตัวตนแท้จริงของระบอบนี้ พวกเขาไม่ได้แคร์ว่าโลกจะเป็นอย่างไร"
"แม้แต่กับพลเมืองของตนเองก็ไม่ได้สนใจว่าสงครามจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจหรือทำให้คนตาย แล้วทำไมพวกเขาต้องมาสนใจประเทศไทยหรือประเทศอื่นๆ ในโลกด้วย"
ไม่ยอมให้มีเฟคนิวส์
กรณีเฟซบุ๊คของสถานทูตไม่เปิดให้แสดงความคิดเห็น ท่านทูตชี้แจงว่า อิสราเอลไม่ได้ไม่ยอมรับคำวิจารณ์ นี่คือสิ่งที่อิสราเอลเจอมาแล้วทั่วโลก
“เราอาจเสียใจที่ผู้คนไม่เข้าใจหรือไม่ตั้งใจฟังข้อโต้แย้งของเราให้ดีกว่านี้ เพื่อที่จะเข้าใจว่าอิสราเอลอยู่ในสถานการณ์ใดและเผชิญกับความท้าทายอะไรบ้าง แต่เราจะไม่ทนกับเฟคนิวส์และข้อความสร้างความเกลียดชังยุยงปลุกปั่น เฟคนิวส์-เฮตสปีชกับคำวิจารณ์ไม่เหมือนกัน นี่คือเกณฑ์ที่เราใช้”





